ทรพีหนีไม่รอด ! ตำรวจ รวบ "ไอ้โจ้" ลูกฆ่าแม่ ทิ้งนา ชัยภูมิ ได้แล้ว

สุดท้ายหนีไม่รอด ตำรวจตามรวบ "ไอ้โจ้" ลูกทรพีฆ่าแม่ ทิ้งกลางทุ่งนา ชัยภูมิ หลังหนีหัวซุกหัวซุน ตระเวนลักมอเตอร์ไซค์ไปทั่ว เผยเหตุฆ่าแม่ ขอเงิน 200 แต่แม่ไม่ให้
ทรพีหนีไม่รอด ! ตำรวจ รวบ "ไอ้โจ้" ลูกฆ่าแม่ ทิ้งนา ชัยภูมิ ได้แล้ว

ผ่านมา 7 วันกับเหตุการณ์สะเทือนใจสังคม ลูกทรพีฆ่าแม่ ที่ ม.12 บ้านเต่า ต.บ้านเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 ก่อนที่ลูกชายแท้ๆ จะขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนีการจับกุมข้าม 4 จังหวัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คืบหน้าคดี ลูกทรพีฆ่าแม่ ทิ้งกลางทุ่งนา ชัยภูมิ ตำรวจ เผย พบเบาะแส ล่าสุดแล้ว
ทรพีหนีไม่รอด ! ตำรวจ รวบ "ไอ้โจ้" ลูกฆ่าแม่ ทิ้งนา ชัยภูมิ ได้แล้ว

จนในที่สุด ช่วงเช้าวันนี้ (4 ก.พ.64) ลูกทรพีจนมุม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายทรงกลด อายุ 31 ปี ผู้ก่อเหตุได้แล้ว ที่บ้านหนองสองห้อง ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สปาร์ค สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

โดยเมื่อเวลา 15.00 น. (4 ก.พ.64) ที่ผ่านมา ที่ สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.วรวุธ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายทรงกลด หรือโจ้ อายุ 30 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.หนองคู อ.บ้านแทน จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูขียว ที่ 14/2564 ลงวันที่ 4กุมภาพันธ์ 2564 ข้อหาฆ่าบุพการโดยเจตนา

พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่า สาเหตุที่ฆ่ามารดา เพราะขอเงินมารดา 200 บาท 2 ครั้ง แต่มารดาไม่ให้ ด้วยความโมโหจึงบีบคอมารดาจนตายคามือ หลังจากที่ฆ่ามารดาแล้วก็ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ จีที สีเทา ไม่ติดทะเบียน หลบหนีมาในพื้นที่ อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

แต่เมื่อเข้ามาในพื้นที่ อ.พระยืน ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายทองใส ม่วงกลาง อายุ 67 ปี ขณะนอนอยู่ที่ทุ่งนา จนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกาย จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีชมพูไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของ นายสนธยา ศรีผ่องใส อายุ 63 ปี ในพื้นที่ ม.4 บ้านหนองฮี ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขับขี่หนีไปในพื้นที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม และได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่าสีชมพูไว้ แล้วก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่าสปาร์ค สีดำ ไม่ติดทะเบียนพร้อมเงินสด 12,000 บาท แล้วก็ขับขี่หลบหนีไปยังพื้นที่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และนอนในกระท่อมนาของชาวบ้าน

ก่อนที่จะตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์วนกลับมาที่ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นอนในกระท่อมนาของชาวบ้านหนองสองห้อง ชาวบ้านไปพบจึงแจ้งตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ไปตรวจสอบ จนทราบว่าเป็นผู้ต้องหาที่ทำการฆ่าแม่ตัวเองตายในพื้นที่ อ.บ้านแท่น และมีหมายจับของศาลจังหวัดภูเขียว จึงทำการจับกุมตัวมาทำการสอบสวนและขยายผลในคดีต่างๆ ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

ทางด้าน พ.ต.อ.วรวุธ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจได้มีการประสานงานกับทางตำรวจภูธรภาค 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ สภ.มัญจาคีรี และ สภ.พระยืนมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีเบาะแสที่ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งหนีมายัง อ.มัญจาคีรี

ล่าสุด พลเมืองดีซึ่งเห็นการเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ลูกชายฆ่าแม่ตัวเองตายในพื้นที่ สภ.บ้านแท่น แจ้งเบาะแสเข้ามาว่าพบคนร้ายที่ลงมือฆ่ามารดาอยู่ในพื้นที่บ้านหนองสองห้อง ต.นางาง อ.มัญจาคีรี จึงได้ประสานงานกับภาค 4 และผกก.สภ.มัญจาคีรี เพื่อทำการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว และสามารถจับกุมตัวได้

เมื่อนำมาทำการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าฆ่ามารดาตัวเองจริง เพราะโมโหที่ขอเงินไม่ได้ ส่วนการลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างๆ ก็เพื่อหลบเลี่ยงสายตาตำรวจ จึงได้แจ้งข้อหาฆ่าบุพการโดยเจตนา และข้อหาทำร้ายร่างกาย ข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ และหลังจากแถลงข่าวเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแท่น ทำการสอบสวน จากนั้นก็จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และคุมตัวส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเขียวตามขั้นตอนต่อไป

ในขณะที่นายทองใส ม่วงกลาง อายุ 67 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย กล่าวว่า ได้ออกไปนอนที่นากับภรรยา เพื่อเฝ้าเครื่องสูบน้ำ ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 30 มกราคม เห็นผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปมา 3 รอบ จากนั้นก็หยุดรถ และเดินเข้ามาหาถามว่า แถวนี้มีคนขายไข่เป็ด ไข่เต่าหรือไม่ จึงตอบว่าไม่มี จากนั้นก็ถูกผู้ต้องหาก็พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ภรรยาเห็นเหตุการณ์ตลอดเวลาจึงตะโกนเสียงดังว่า เห็นปืนแล้ว จะเอาปืนมายิง ซึ่งในความเป็นจริง เป็นเพียงอุบายของภรรยาเท่านั้น เพราะชีวิตจริงไม่มีปืน เมื่อผู้ต้องหาได้ยินจึงรีบวิ่งหนีไป จากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พระยืน เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกาย

ขณะที่นางจันทร์ดี ม่วงกลาง อายุ67 ปี ภรรยาของนายทองใส กล่าวว่า เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสามีตัวเองตลอด ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครมาช่วย จึงคิดอุบายว่ามีปืน จะเอาปืนให้สามียิงผู้ต้องหา เมื่อคิดได้ จึงรีบตะโกนบอกสามีว่าจะเอาปืนไปให้ และให้ยิงใส่ผู้ต้องหา ซึ่งไม่คิดว่า ผู้ต้องหาได้ยินคำว่าปืนแล้ว ผู้ต้องหาจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co