ตร.รวบ “คู่รักนักเพาะเห็ด” สอนกิน-ขายออนไลน์ อ้างเห็ดขี้ควายรักษาจิตเวช

ตร.รวบ “คู่รักนักเพาะเห็ด” เปิดคอร์สสอนกิน-ขายออนไลน์ อ้างตนเป็นเทพเจ้า เห็ดขี้ควายรักษาจิตเวช เคยให้เด็ก 3-4 ขวบ กินเห็ดขี้ควาย เนื่องจากผู้ปกครองเด็กเชื่อว่ารักษาได้

สืบนครบาล รวบ “คู่รักนักเพาะเห็ด” ลักลอบจำหน่ายและสอนรับประทานเห็ดขี้อ้างช่วยประชาชนรักษาโรคต่างๆ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.67 ตามนโยบายพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร รรท.ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนและความมั่นคงของประเทศ โดยผู้ต้องหารายนี้มีการจำหน่ายเห็ดเมา ทางออนไลน์ และจัดส่งทางพัสดุ โดยมีการสาธิตการทานเห็ดเมาออกสื่อโซเชียล พร้อมท้าทายตำรวจว่าพร้อมบวก ถ้าจะมาจับกุมตัว

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน คือ1.น.ส.อมิตา อายุ 36 ปี และ2. นายบรรยงก์ อายุ 40 ปี ที่คอนโดมิเนียม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (เห็ดขี้ควาย) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (เห็ดขี้ควาย) โดยผิดกฎหมาย และ ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (เห็ดขี้ควาย) โดยผิดกฎหมาย”

พร้อมของกลาง เห็ดขี้ควาย หรือเห็ดเมา เพาะอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 181 ถุง น้ำหนักรวม 116.92 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์การปลูกและจำหน่ายอีก 8 รายการ ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับติดต่อสื่อสาร 1 เครื่อง, เครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่อง, เครื่องทำความชื้น 1 เครื่อง, เครื่องอบแห้ง 1 เครื่อง, เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง, แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด 1 ขวด, เครื่องวัดอุณหภูมิ 1 เครื่อง และถุงมือ 1 กล่อง

พฤติการณ์ในการกระทำความผิดคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าได้มี นายบรรยงก์ และ น.ส.อมิตา พักอาศัยอยู่ที่ คอนโดมิเนียม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ลักลอบเพาะปลูกและจำหน่าย เห็ดขี้ควาย ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ผ่านทางออนไลน์และส่งให้ลูกค้าผ่านทางบริษัทพัสดุเอกชน  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น เพื่อจะทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการล่อซื้อเห็ดขี้ควายแห้ง จำนวน 10 กรัม ผ่านแอปพลิเคชัน Messenger Facebook ของนายบรรยงก์ ในราคา 1,111 บาท นายบรรยงก์ แจ้งว่าไม่มีเห็ดขี้ควายแห้ง มีแต่เห็ดขี้ควายสดและจะขายให้ จากนั้น นายบรรยงก์ ได้แจ้งให้โอนเงินค่าเห็ดขี้ควายสดไปยัง บัญชีธนาคาร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโอนเงินค่าเห็ดขี้ควายสำเร็จ ปรากฎสลิปโอนเงิน แสดงชื่อผู้รับเงิน ชื่อ นายบรรยงก์ ต่อมานายบรรยงก์ ได้แจ้งว่าจะส่งเห็ดขี้ควายให้ทางรถจักรยานยนต์รับจ้าง Grab Express โดยจะส่งจาก หน้าคอนโดมิเนียม ซอยพหลโยธิน 21 ไปยังที่อยู่ของผู้ซื้อ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตที่บริเวณ หน้าคอนโดมิเนียม ซอยพหลโยธิน 21 และบริเวณใกล้เคียง ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. พบหญิงสาวตำหนิรูปพรรณตรงกับ น.ส.อมิตา เดินถือถุงสีน้ำตาล ลงมาจากคอนโดมิเนียม อาคาร 1 ในลักษณะมารอส่งของ มีเหตุอันควรสงสัยว่าภายในถุงสีน้ำตาล คือเห็ดขี้ควาย ซึ่งมีไว้ในครอบครองมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอทำการตรวจค้นภายในถุงสีน้ำตาล ผลการตรวจค้นพบ เห็ดขี้ควายสด น้ำหนักประมาณ 200 กรัม น.ส.อมิตา รับว่าเป็นเห็ดขี้ควายที่จะนำมาส่งให้ผู้สั่งซื้อจริง จึงแจ้งให้ น.ส.อมิตา ทราบว่าต้องถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบถาม น.ส.อมิตา ผู้ต้องหา ให้การรับว่าภายในห้องคอนโดมิเนียม ซอยพหลโยธิน ซึ่ง น.ส.อมิตา พักอาศัยอยู่กับ นายบรรยงก์ ยังมีเห็ดขี้ควายที่เก็บไว้และกำลังเพาะปลูกอยู่อีกจำนวนมาก จึงยินยอมนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในห้อง

ผลการตรวจสอบพบ นายบรรยงก์ อยู่ภายในห้องพัก และพบเห็ดขี้ควายที่เก็บไว้และกำลังเพาะปลูกอยู่ และอุปกรณ์เพาะปลูกเห็ดขี้ควายจำนวนมาก จึงได้จับกุมตัวดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมาย นำส่ง สน.พหลโยธิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการซักถาม น.ส.อมิตา แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ได้ประกอบอาชีพเป็นผู้จัดการที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ต่อมาได้ลาออกจากงานมาพักอาศัยกับนายบรรยงก์เนื่องจากชอบและศึกษาในหินแร่ประเภท Moldavite อ้างเป็นสะเก็ดดาวที่ตกมาโลก ซึ่งนายบรรยงก์ประกอบอาชีพซื้อแร่ดังกล่าวจากต่างประเทศมาขายต่อให้ผู้สนใจ รายได้หลักหมื่นและหลักแสนบาท และ น.ส.อมิตา เคยมีเพื่อนชักชวนให้มาหาสัจธรรมและสามารถหลุดพ้นได้โดยใช้เห็ดขี้ควาย จึงคบหากับนายบรรยงก์ และพักอาศัยด้วยกันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อีกทั้งได้รับประทานและปลูกเห็ดขี้ควายด้วยกัน

นายบรรยงก์ ให้การว่า ตนได้เพาะเห็ดขี้ควายจำหน่ายและรับประทานเอง เริ่มทำมาประมาณ 2 ปี โดยศึกษาจากช่องทางออนไลน์ ยูทูป, Tiktok และค้นหาข้อมูลผ่านทาง Google จนได้สั่งซื้อมาเพาะเองที่ห้อง เปิดเครื่องปรับอากาศและให้ความชื้นจนสามารถเพาะเห็ดขี้ควายได้จำนวนมาก  นอกจากนี้ทั้งสองคนได้มีการจัดคอร์สเป็นทริปสอนรับประทานเห็ดขี้ควาย อ้างว่ารักษาจิตเวช และรักษาโรคได้ทุกโรค บำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดได้ทุกประเภท ผู้ใดที่สนใจเข้าคอร์สเป็นทริปกับตนคิดค่าสอน 11,111 บาท ทั้งอ้างว่าตนเองสำเร็จนิพพาน เป็นเทพเจ้า มีคลื่นความถี่ที่สามารถรับรู้ทุกสิ่งบนโลกได้ โดยหินแร่ที่ตนขายอยู่สัมพันธ์กับเห็ดขี้ควายที่ปลูกเชื่อมโยงทุกสิ่ง ตนอ้างว่าเคยนำเห็ดขี้ควายให้เด็กอายุ 3-4 ขวบรับประทานเพื่อรักษาจิตเวชเนื่องจากผู้ปกครองเด็กเชื่อว่ารักษาได้

ล่าสุดเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายบรรยงก์ และ น.ส.อมิตา ได้จัดทริปคอร์สสอนที่ จ.ตราด ได้นำเห็ดขี้ควายให้ประชาชนละแวกนั้นรับประทาน และมีผู้ที่รับประทานแล้วอาเจียนออกมา จากนั้นได้นำเห็ดขี้ควายไปถวายต่อกรมหลวงชุมพรที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เนื่องจากตนเชื่อว่าถวายสิ่งที่ดีที่สุดให้ไป  เห็ดที่จำหน่ายให้แก่ผู้อื่นผ่านช่องทางออนไลน์ตนอ้างว่าเพื่อช่วยชีวิตผู้คน การจำหน่าย จำหน่ายในราคากรัมละ 100 บาท รายได้รวมจากการจำหน่ายเห็ดขี้ควายและคอร์สสอนรับประทานเห็ดเดือนละหลายแสนบาท  อีกทั้งยังได้มีการโพสต์ท้าทายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจับกุมตน เนื่องจากตนไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาก่อน

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์  ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง  ผบช.น. ให้สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิดซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนและต่อความมั่นคงของประเทศ จึงขอเตือนภัยไปยังผู้ที่จะทดลองเสพยาเสพติดหรือจำหน่ายยาเสพติดทุกชนิด ล้วนมีผลเสียต่อตนเองและครอบครัว และล้วนแต่สร้างความเสียหายไปยังสังคมส่วนรวม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ตลอดจนสุขภาพของผู้เสพอีกด้วย


คลิปอีจันแนะนำ

คู่รักนักเพาะ เห็ดขี้ควาย เปิดคอร์สบรรลุนิพพาน อ้างเป็น พระศรีอริยเมตไตรย