2 สามีภรรยา ตุ๋นแม่ค้าของชำ โอนเงิน 4 ปี 39 ล้าน

แม่ค้าของชำช้ำหนัก โดน 2 สามีภรรยาตุ๋น ยื่นเงินล่อใจ 5 พันล้าน อ้างต้องถอนอายัดเงินหมื่นล้าน หลอกโอนเงิน 4 ปี หมดไป 39 ล้าน
2 สามีภรรยา ตุ๋นแม่ค้าของชำ โอนเงิน 4 ปี 39 ล้าน

อุทาหรณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก สำหรับเหตุการณ์ที่ถูกหลอกโอนเงิน สุดท้ายไม่ได้อะไร หัวใจก็ชอกช้ำ

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับแม่ค้าขายของชำวัย 48 ปี ชาวตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังเธอหอบหลักฐานกว่า 200 หน้า พร้อมภาพถ่าย คลิปเสียง สลิปโอนเงิน โร่แจ้งความตำรวจสภ.ยางตลาด หลังถูกคนรู้จักหลอกให้โอนเงินหลายครั้งระหว่างปี 2558-2560 สูญเงินรวมกว่า 39 ล้านบาท

ภาพจากอีจัน

ผู้เสียหายเล่าไทม์ไลน์สุดช้ำนี้ว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยไปทำงานต่างประเทศ พอเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งจึงกลับบ้านเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ และเปิดร้านขายของชำ การค้าขายค่อนข้างไปได้ด้วยดี จากนั้นพอปลายเดือนมีนาคม 2558 มีสองสามีภรรยา ชื่อนายเอ และนางบี (นามสมมุติ) เป็นชาว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เข้ามาตีสนิท อ้างว่ารู้จักกับอาจารย์ที่เคยสอนตนตอนเรียนชั้นประถมศึกษา ก่อนที่จะแนะนำให้ตนรู้จักกับ สามีภรรยาอีกคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นชาว จ.มหาสารคาม

และมีนามสกุลเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียงใน จ.มหาสารคาม โดยบอกว่าต้องการเงินด่วนจำนวน 180,000 บาท เพื่อนำไปวิ่งเต้นถอนอายัดเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างมากจากธนาคารแห่งชาติ โดยจะขอยืมเพียง 7 วันก็จะคืนให้ วันที่ 1 เมษายน 2558

เมื่อหว่าล้อม จึงได้นัดแนะกันที่ปั๊มน้ำมัน 4 แยกไฟแดง อ.ยางตลาด โดยมีการลงนามบันทึกให้ยืมและกำหนดวันส่งคืนวันที่ 8 เมษายน 2564

นางอาภาบอกถึงสาเหตุ ที่ตนยอมให้สองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคามคู่นั้นยืมเงิน เนื่องจากเชื่อใจว่านายเอ และนางบี ที่เป็นคนรู้จักกับอาจารย์ที่ปรึกษาของตน และรู้สึกเห็นใจคนที่เขาเดือดร้อน ต้องการเงิน จึงไม่คิดอะไรมาก แต่พอถึงวันกำหนดนัดคืนเงิน ทางสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคามคู่นั้นก็พยายามบ่ายเบี่ยง และอ้างว่าเงินที่ยืมมาจำนวน 180,000 บาท ยังไม่สามารถถอนอายัดได้ เนื่องจากเงินในบัญชีมีจำนวนมากถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งนอกจากทางธนาคารแห่งชาติอายัดไว้แล้ว เท่านั้นยังไม่พอ เขายังอ้างว่า มีทาง ปปง.กำลังทำตรวจสอบและอายัดไว้ด้วย

กระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ได้ขอยืมเงินจากตนอีกจำนวน 380,000 บาท เพื่อไปวิ่งเต้นให้เจ้าหน้าที่ ปปง. ทำการถอนอายัดให้ เพราะบัญชีมีเงินมาก จึงอาจจะเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคาม ได้ยื่นข้อเสนอว่าหากให้ยืมจะให้ค่าตอบแทนกับตนจำนวน 2,500 ล้านบาท ตนจึงหลงเชื่อและเบิกเงินสดมาให้

นางอาภา บอกอีกว่า สำหรับข้อมูลของสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคามคู่นี้ ตนไม่เคยรู้จักและทราบเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่เนื่องจากมั่นใจในตัวสองสามีภรรยาชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่รู้จักกับอาจารย์ที่ปรึกษา และเห็นว่าเป็นนามสกุลของคนมีชื่อเสียงใน จ.มหาสารคาม ประกอบกับมีการป้อนข้อมูลให้ตนทราบว่าสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคาม

อีกทั้ง ฝ่ายชายเป็นลูกชายของแม่เลี้ยง ฐานะร่ำรวยมากระดับเศรษฐี อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ทางครอบครัวจะโอนเงินมาให้ลูกชาย แต่เนื่องจากจำนวนเงินในบัญชีมีจำนวนมาก จึงถูกอายัดไว้ และไม่สามารถถอนออกมาได้ จึงต้องหาหยิบยืมเงิน เพื่อนำไปวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ ปปง.ให้ถอนอายัดตนจึงยอมเชื่อใจอย่างง่ายดาย

ภาพจากอีจัน

หลังจากตนได้ให้ยืมเงินไปแล้ว จากนั้นสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคามได้ติดต่อมาขอยืมเงินตนอีกหลายครั้ง อ้างจะเอาเงินไปวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ ปปง.และธนาคารแห่งชาตินำเงินออกมาให้ได้ โดยมีสองสามีภรรยาชาว จ.กาฬสินธุ์เป็นผู้ประสานงาน พร้อมยืมข้อเสนอจะเพิ่มค่าตอบแทนให้จากเดิม 2,500 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท

ตนจึงหลงเชื่อและโอนเงินไปให้หลายครั้งเฉลี่ยครั้งละ 4 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท มาตั้งปี 2558 เรื่อยมาจนครั้งสุดท้ายปลายปี 2560 ได้นำโฉนดที่ดินทั้งของตนเองและของญาติพี่น้อง ไปจำนองและกู้เงินธนาคาร เพื่อนำเงินมาให้สองสามีภรรยาคู่นั้นยืมอีก รวมแล้วที่ให้สองสามีภรรยาคู่นั้นยืมจำนวนเงิน 39,000,000 บาท

นางอาภา กล่าวในตอนท้ายว่า เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นระหว่างเดือนเมษายน 2558-2560 สาเหตุที่ตนปล่อยให้ล่วงเลยมานานถึง 4 ปี และตัดสินใจเข้าแจ้งความวันนี้ เนื่องจากยังมีความหวังว่าจะได้รับค่าตอบแทนจากสามีภรรยาคู่นั้นจำนวน 5,000 ล้านบาท หรือไม่ก็ได้เงินของตนเองคืนก็ยังดี แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้สักบาท และล่าสุดทราบว่าสองสามีภรรยาชาว จ.มหาสารคามนั้น มีหมายจับในหลายท้องที่จึงรู้ว่าตนเองถูกหลอก และไม่ได้เงินคืนอย่างแน่นอน จึงได้นำหลักฐานที่มีอยู่เข้าแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับสองสามีภรรยาคู่นั้นอย่างถึงที่สุด เพื่อต้องการเงินคืนและไม่ให้ไปก่อเหตุหลอกลวงชาวบ้านคนอื่นให้ได้รับความเดือดร้อนอีก

ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีผู้เสียหาย ถูกหลอกในลักษณะเดียวกับตนหลายรายความเสียหายไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องสอบปากคำ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co