เตือนไว้เป็นอุทาหรณ์! มูลนิธิปวีณาฯ พาเหยื่อล่ามิจฉาชีพ หลอกให้เทรดหุ้นสูญเงินกว่า 90 ล้านบาท

เตือนไว้เป็นอุทาหรณ์!!!
โฆษณาชวนเชื่อ ชวนเทรดหุ้นออนไลน์ โดยโค้ชชื่อดัง ได้เงินง่าย สรุปตกเป็นเหยื่อเพียบ สูญเงินกว่า 90 ล้านบาท

อุทาหรณ์ชิ้นโบว์แดง ที่ยอมไม่ได้เจ็บช้ำใจตกหลุมพรางมิจฉาชีพถึง 2 เด้ง โดนโกง แจ้งความออนไลน์ก็เจอเพจเฟซบุ๊กตำรวจปลอม หลอกซ้ำซ้อน จนเกิดความเสียหายตีเป็นเงินถึง 91 ล้านกว่าบาท

“มูลนิธิปวีณาฯ” พาตัวแทนเหยื่อถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้นปลอม 12 ราย จากกว่า 70 ราย พบ “รมว.ประเสริฐ” กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีและหาแนวทางช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหายกว่า 70 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 91 ล้านบาท “รมว.ประเสริฐ” รับเรื่องมอบให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินการทันที เตรียมนำเรื่องเสนอนายกฯ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา พร้อมขันน็อตเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก X และแพลตฟอร์มอื่นๆ เพิ่มข้อมูลในการให้ AI ตรวจจับโฆษณาหลอกลวงประชาชนสั่งบล็อกทันที

เมื่อวันที่ 25 ม.ค.67 ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาตัวแทนผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผู้เสียหายทั้งหมดกว่า 70 ราย เข้าพบ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นตำรวจไซเบอร์ ตำรวจกองปราบปราม เร่งดำเนินคดีและหาแนวทางช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหาย 

เหตุนี้เกิดจากกลุ่มผู้เสียหายกว่า 70 ราย ได้รวมตัวกันเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา พวกเขาถูกชักชวนทางเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ไอจี และ X(ทวิตเตอร์) ให้เข้าศึกษาเรื่องการเทรดหุ้น แต่ทั้ง 70 คน ไม่ใช่นักลงทุน แต่เป็นคนที่ล้มจากสถานการณ์โควิด และอยากหาช่องทางที่จะทำให้เขาและครอบครัว ลุกยืนได้อีกครั้ง จึงเปิดใจตอบรับเข้าคอร์สเทรดหุ้น เพราะเป็นช่องทางที่เป็นไปได้ที่สุดที่จะหาเงินได้ในช่วงสถานการณ์โควิด และคอร์สดังกล่าวโพสต์รูปเคลมเอาไว้ว่าจะได้เรียนกับอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงในวงการตลาดหุ้นไทยหลายคน

เหยื่อจึงกดสมัครเข้าไป ทางแอดมินให้แอดไลน์กลุ่มซึ่งมีสมาชิกในห้องเรียนประมาณ 50 คน และมีการส่ง E-book มาให้ศึกษา แจ้งว่าจะมีการสอนทางไลน์อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ซึ่งการสอนจะไม่มีค่าลงทะเบียน เมื่อหลุดเข้าไปในแผนลวง มิจฉาชีพก็รีบรวบรัดให้เงินออกจากกระเป๋าเหยื่อด้วยการ

มีหน้าม้าในกลุ่มไลน์ช่วยกันโน้มน้าวว่าหุ้นตัวนั้นตัวนี้ดีน่าลงทุน จากนั้นจะมีคนที่อ้างตัวเป็นอาจารย์แนะนำโปรกเกอร์และให้แอดไลน์คุยกันพร้อมกดลิงก์โหลดแอปพลิเคชั่นที่เป็นรูปตัว T ในแอปฯ จะสามารถดูหน้าพอร์ต ดูการเคลื่อนไหวของหุ้น และจำนวนเงินเข้าออกเป็นเรียลไทม์ ทำให้ดูน่าเชื่อถือ และอาจารย์จะคอยบอกให้ซื้อ-ขายหุ้นตามคำชี้แนะ และให้โอนเงินเข้าบัญชีของโบกเกอร์ปลอม เพื่อนำไปซื้อหุ้น เหยื่อหลงเชื่อเนื่องจากตรวจสอบแล้วหุ้นดังกล่าวมีการปรับตัวตามภาวะตลาดจริง แต่เมื่อเหยื่อจะทำการถอนเงินลงทุนก็ไม่สามารถถอนได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก

เหยื่อยังติดตามหาความจริง โดยการไปสอบถามที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่อาจารย์เคยบอกว่าจะมีการจัดสัมมนาในอีก 2 เดือนข้างหน้า ปรากฎว่าไม่มีจริง

ซึ่งตอนนี้ ในโซเชียลต่างๆ ยังมีโฆษณาชวนเชื่อจัดการอบรมสัมมนา จากขบวนการเดียวกันนี้ อย่างแพร่หลาย

และผู้เสียหายก็จึงรวมตัวกันไปแจ้งความที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และเข้าร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ    

นางปวีณา ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้ถือเป็นอาชญากรรมออนไลน์ที่ร้ายแรงสร้างความเสียหายทั่วโลก ผู้ตกเป็นเหยื่อสูญเงินจำนวนมหาศาล บางคนต้องกู้เงิน ขายบ้าน เอาบ้านที่ดินไปจำนอง ขายทรัพย์สินเอาเงินมาลงทุนจนหมดตัว หลังเจอปัญหาหลายคนไม่มีเงินให้ลูกเรียน เครียดหนัก จนเป็นโรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ คิดฆ่าตัวตาย จึงขอเรียนเสนอ รัฐมนตรี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เพื่อมอบนโยบายดังนี้

(1.) ดำเนินการกวาดล้างแก๊งมิจฉาชีพ อาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบให้หมดสิ้นไป  

(2.) ขอให้รัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัยให้ความรู้กับประชาชนถึงพฤติกรรมอาชญากรรมออนไลน์ ให้เข้าถึงประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์อีกต่อไป 

(3.) ขอมอบเอกสาร เหยื่อผู้เสียหายกว่า 70 ราย ให้ท่านรัฐมนตรี ประเสริฐ ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามคดีและให้ความช่วยเหลือตามที่ผู้เสียหายร้องขอต่อไป 

นางปวีณา ได้พาผู้เสียหายเข้าพบ รัฐมนตรีประเสริฐ และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีและหาแนวทางช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหายกว่า 70 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 91 ล้านบาท

พร้อมทั้งหามาตรการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมทางออนไลน์ที่เป็นภัยร้ายแรงของชาติให้หมดสิ้นไป 

โดยตัวแทนผู้เสียหายได้ขอเสนอความช่วยเหลือว่า

  • ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบการโอนเงินระหว่างประเทศของบริษัทที่ตั้งขึ้นมาในหลอกลวงเพื่อการลงทุนเทรดหุ้นที่เชื่อว่ามีการนำเงินที่ถูกหลอกไปลงทุนต่อในตลาดคริปโต บิทคอยน์ ในต่างประเทศเพื่อการฟอกเงินสีเทาให้ถูกกฎหมาย
  • ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย กวดขันการเปิดบัญชีของมิจฉาชีพที่ถูกอายัดแล้ว ไม่ให้เปิดใหม่ได้อีก 
  • ขอให้ทุกธนาคาร ส่งเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงินให้กับสถานีตำรวจที่รับแจ้งความ เพื่อประกอบสำนวนคดีได้อย่างรวดเร็ว
  • ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีการตรวจสอบการซื้อโฆษณาในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการชักชวนให้ลงทุน แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ และแอบอ้างผู้มีชื่อเสียงในสังคม

หลังทางกระทรวงดิทัลรับเรื่อง ได้ส่งมอบข้อมูลให้กับ สอท. เพื่อนำไปสอบสวนผู้เสียหายเพิ่มเติม และเร่งเช็กเส้นทางการเงินบัญชีม้า พร้อมประสานกับทางแบงก์ชาติให้เร่งตรวจสอบบัญชีโดยเร็ว และจะนำเสนอเรื่องนี้กับทางนายกรัฐมนตรีเพราะเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข่องได้ร่วมกันแก้ไข

ใครที่ตกเป็นเหยื่อ มิจฉาชีพรูปแบบเดียวกัน รีบเข้าแจ้งความนะคะ อย่าปล่อยให้ตัวเองโดนเอาเปรียบ
และใครที่กำลังจะหารายได้พิเศษหรือมีโฆษณาแปลกๆ ชวนเทรดหุ้น หรือหารายได้ที่ได้เงินง่ายเกินไป
เช็กอย่างละเอียด ให้คิดเสมอว่า มิจฉาชีพหลอกเราได้ทุกรูปแบบ
จะได้ปิดสวิตช์วงจรเหยื่อ ไม่ให้ดูดเงินเราไปได้ เพื่อนำไปสู้การปิดท่อน้ำเลี้ยงต้นขั้วมิจฉาชีพ