กรณี หนุ่มทาสยา ยิงตำรวจขอนแก่น พ่อคาใจ ใครยิงใครก่อน ?

กรณี หนุ่มทาสยา ยิงตำรวจขอนแก่นแล้วหลบหนี พ่อคาใจ ใครยิงใครก่อน จัดฉากหรือเปล่า ลั่น รู้จักลูกดี!
กรณี หนุ่มทาสยา ยิงตำรวจขอนแก่น พ่อคาใจ ใครยิงใครก่อน ?

จากกรณี นายนุ ชายทาสยา ยิงปะทะตำรวจ เป็นเหตุมีตำรวจบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา ตำรวจขอนแก่นผนึกกำลังหลายหน่วยงาน ปูพรมล่า เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี เบื้องต้นขอศาลออกหมายจับ ข้อหา พยายามฆ่า ด้านผู้เป็นแม่ลั่น ห้ามวิสามัญลูกแม่เด็ดขาด!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจขอนแก่น ล่า หนุ่มทาสยา แม่ลั่น อย่าวิสามัญลูกแม่เลย
กรณี หนุ่มทาสยา ยิงตำรวจขอนแก่น พ่อคาใจ ใครยิงใครก่อน ?

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (01 ก.ย. 65) ตำรวจ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น ออกหมายจับหนุ่มทาสยา นายสกล หรือนายนุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใน 4 ข้อหา ดังนี้

1. พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่

2. ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้อาวุธ

3. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ใด้รับอนุญาต

4. พาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุสมควรเหตุ

หลังวันเกิดเหตุที่คนร้ายได้หลบหนี ตำรวจกำลังชุดสืบสวน ภ.จว.ขก. สวนสวนภาค 4 และ ตำรวจกองปราบปราม ได้เข้าร่วมในการติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีด้วยเช่นกัน

แต่ผู้เป็นพ่อของคนร้าย ได้มาดูสวนยางพาราจุดเกิดเหตุที่บ้านโคกล่าม เพื่อออกตามหาเบาะแสของลูก ไปจนถึง วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงได้สอบถามพนักงานพิทักษ์ป่า ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวนอุทยานฯ

พนักงานพิทักษ์ป่า เล่าว่า วันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พนักงานพิทักษ์ป่ากำลังออกลาดตะเวน ได้ยินเสียงคล้ายกับเสียงปืน กระทั่งมาทราบว่ามีเหตุยิงกันขึ้น หลังจากนั้นจึงมีการลาดตระเวนเข้มงวดขึ้น แต่ก็ไม่พบร่องรอยของผู้ต้องหาว่าจะหลบหนีมาทางนี้

ต่อมามีชาวบ้านที่ออกเก็บเห็ดพบตัวนายนุ! ที่กำลังซ่อนตัวอยู่บนเขาภู ชาวบ้านรายนั้นจึงได้โทรมามาบอกกับเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่า ผู้ต้องหาได้มาขอน้ำจากชาวบ้านที่ไปเก็บเห็ดมาดื่ม ด้วยสีหน้าอิดโรย ก่อนที่จะเดินขึ้นไปทางยอดภูซึ่งเป็นรอยต่อกับจังหวัดกาฬสินธุ์

พ่อคนร้ายจึงสอบถามข้อมูลกับพนักงานพิทักษ์ป่าคนดังกล่าว ว่าชาวบ้านที่บอกว่าพบลูกชายของตนนั้นเป็นใคร อยู่ที่ไหน เมื่อทราบข้อมูลแล้ว พ่อไม่รอช้า เดินทางไปตามหาชาวบ้านรายนี้ทันที

ชาวบ้านชื่อ นางสวย (นามสมมติ) อายุ 70 ปี เล่าว่า ขณะที่ไปเก็บเห็ดบนเขาภูโน ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 31 ส.ค. 65 เวลาประมาณ 08.00 น. พบชายรายหนึ่งสวมโม่งกำลังนั่งเผาปืน .22 ติดลำกล้อง ตอนนั้นตนตกใจแต่ก็อยากรู้ว่าชายที่เห็นกำลังทำอะไร จึงตัดสินใจเข้าไปถามว่ามาทำอะไรในป่า แต่อีกฝ่ายตอบสั้นๆว่า มาเก็บเห็ด จากนั้นก็รีบขี่รถจักรยานยนต์หนีไป

นางสวยนั้นไม่คิดว่าเป็นคนร้าย หรือนายนุ แต่น้องชายเธอที่ขึ้นเขาไปหาเห็ดด้วยกันบอกว่า ชายที่เจอคือนายนุ ที่ตำรวจกำลังล่าตัว เพราะจำหน้าได้จากข่าวที่เผยแพร่ออกมา

หลังจากวันนั้น พวกตนจึงยังไม่กล้าที่จะขึ้นไปหาเห็ดบนภูโนอีกเลย

ด้านผู้เป็นพ่อ หลังทราบเรื่องจึงเดินทางกลับบ้านและบอกกับสื่อในพื้นที่ว่า

‘ตอนนี้ทำได้แค่รอลูกติดต่อมา อยากเจอตัวลูก เป็นห่วงลูก”

ทั้งนี้ พ่อข้องใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการวางแผนของดาบตำรวจคนสนิทลูกชายคนหนึ่ง อาจจัดฉาก เรียกลูกชายให้ไปยิงกับตำรวจหรือไม่ เพราะจุดที่ตำรวจมาพบลูกนั้นอยู่ที่หลังบ้านของดาบตำรวจ ซึ่งอาจมีเรื่องผิดใจกันขึ้นและลูกชายเคยถูกจับยาเสพติดแต่ก็ไม่ใช่ยาของลูกชาย และต่อสู้ในชั้นศาลและศาลยกฟ้องทั้ง 3 ศาล ใช้เวลานานถึง 3 ปี เมื่อได้กลับมาที่บ้านและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก

พ่อคาใจว่าใครเป็นฝ่ายยิงก่อน?

พ่อบอก ตนรู้จักนิสัยของลูกชายเป็นอย่างดี พร้อมกับให้ทางตำรวจมีการกวาดล้างยาเสพติดที่ตำบลแห่งนี้ เพราะมีแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างหนัก เนื่องจากเป็นรอยต่อกับอำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งจะใช้เป็นจุดพักยาและกระจายยาเสพติดไปตามพื้นที่ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ด้านตำรวจชุดสืบสวนที่มาร่วมปฏิบัติการปูพรมล่าตัวนายนุครั้งนี้ ทราบว่า ในเรื่องที่ครอบครัวของนายนุยืนยันว่า ลูกชายถูกยัดเยียดข้อหามียาเสพติดนั้น เนื่องจากขณะเข้าจับกุมพบยาบ้าซึ่งฝังดินเอาไว้ แต่นายนุปฏิเสธว่าไม่ใช่ยาบ้าตัวเองมาตลอด และยาบ้าก็ไม่ได้อยู่ในตัวจึงไม่มีหลักฐานเอาผิดนายนุแบบชี้ชัด แต่จากการตรวจค้นรถและสืบสวนข้อมูลในพื้นที่ พบอุปกรณ์การเสพยาบ้าตกอยู่เต็มในรถ และสายข่าวในพื้นที่ก็ยืนยันว่านายนุนั้นมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมานาน และมีนิสัยชอบเล่นปืน สะสมปืน ซึ่งเมื่อเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เชื่อได้ว่าต้องมีสิ่งของผิดกฎหมาย นายนุจึงยิงเข้าใส่ตำรวจเพื่อจะหลบหนี

และจุดที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระนวน พบนายนุนั้นอยู่ที่บริเวณหลังบ้านของดาบตำรวจตามที่พ่อนายนุบอกจริง แต่ปัจจุบันเป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่ และจะมีป่าอยู่หลังบ้าน จุดนั้นเองเป็นจุดมั่วสุมเสพยาเสพติดของวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งตำรวจเองได้มีการออกตรวจกวาดล้างเป็นประจำกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตำรวจหลายหน่วยงานผนึกกำลังตามหาตัวคนร้ายตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 65 จนถึงขณะนี้ยังไม่เจอตัว แต่เบาะแสเบื้องต้นที่พ่อคนร้ายทราบมา อาจจะมีการกระจายกำลังค้นหาในพื้นที่นั้นต่อไป

ส่วนตำรวจที่โดนยิงจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอากระสุนออกจากช่องท้องนอนห้องไอซียู วันนี้พ้นขีดอันตรายย้ายมารักษาตัวในส่วนของห้องผู้ป่วยทั่วไปแล้ว

คลิปอีจันแนะนำ
ทลายคลังแสง! ก๊อปเกรดA

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co