ไอซ์ รักชนก ถามแทนประชาชน เมื่อไรสายสื่อสาร ลงดินได้หมด

‘ไอซ์ รักชนก’ คาใจ สายสื่อสารลงดินครบได้เมื่อไร ‘ชัชชาติ’ ยัน กทม. เร่งเครื่อง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบเต็มที่

ปัญหาสายสื่อสารที่ระโยงระยาง เคยเป็นแลนด์มาร์คของประเทศไทยช่วงหนึ่ง เมื่อครั้งพระเอกฮอลลีวูดระดับรางวัลออสการ์ ‘รัสเซลล์ โครว์’ (Russell Crowe) มาถ่ายทำภาพยนตร์ The greatest beer run ever ในไทย และช่วงว่างได้เที่ยวลัดเลาะย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งได้ถ่ายเซลฟี่คู่กับสถานที่ต่างๆ แล้วโพสต์ภาพลงบนโซเชียลมีเดีย ปรากฏภาพสายสื่อสารยุ่งเหยิง สู่สายตาชาวโลก

ขณะเดียวกัน ที่หลายครั้งสายสื่อสาร สายเคเบิลพันกันไปมาจนเกิดไฟไหม้ สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ก็ได้ร่วมกันเดินเครื่องจัดระเบียบ โดยตัดสายตาย หรือสายที่ไม่ได้ใช้งาน และวางแผนนำลงดิน

แต่ไม่วาย ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ ว่าที่ ส.ส.กทม. เขตบางบอน หนองแขม ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

ทุกคนเคยตั้งคำถามไหม ว่าเมื่อไหร่สายไฟและสายสื่อสารหน้าบ้านฉันจะถูกเอาลงดินให้หมดซะที

หนึ่งในเรื่องที่ได้รับร้องเรียนบ่อยๆ คือสายไฟและสายสื่อสาร ห้อยลงมาอยู่ในระดับที่ประชาชนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ไอซ์แจ้งเรื่องไปที่เขต เขตก็มาจัดการให้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่กี่วันมันจะจะร่วงลงมาอีก

ปัญหาที่ 1 คือ เรื่องสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร อยู่นอกเหนืออำนาจผู้ว่ากทมและเหนืออำนาจการจัดการของเขตพื้นที่ เขตมาเก็บสายที่ห้อยได้ แต่ตัดออก หรือเคลื่อนย้ายไม่ได้เลย จะผิดกฎหมายทันที สายไฟต้องเป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าและสายสื่อสารก็เป็นหน้าที่ของ กสทช ถ้าผู้ว่าหรือเขตเผลอไปตัดเส้นเดียวอาจะถึงขั้นติดคุกได้เลย

ปัญหาที่ 2 เคยสงสัยไหมว่าทำบนเสาไฟฟ้า ถึงมีสายไฟและสายสื่อสารที่เป็นม้วนกลมๆเต็มไปหมด บางม้วนเหมือนไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ แต่ก็เอาไปขดอยู่บนเสาไฟ มองแล้วมันเกะกะไม่สวยงาม ทำไมไม่ตัดออกไปให้มันจบๆ เจ้าหน้าที่มี KPI ในการทำงานตรงนี้ยังไงกันแน่ สัญญาจ้างจัดการสายไฟสายสื่อสารเหล่านี้เป็นยังไง อยากอ่านจังเลย

ปัญหาที่ 3 นี่ปวดใจยิ่งนัก ไอซ์เชื่อว่าทุกคนออกมาหน้าบ้านหรือเดินไปทางไหนก็ต้องเจอกับเสาไฟฟ้าที่มีสายไฟต่างๆพันกันวุ่นวายไปหมด จนบางทีก็แอบสงสัยว่าเจ้าหน้าที่เองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำมั้งว่าเส้นไหนเป็นเส้นไหนเวลาซ่อมถึงได้ประโคมติดเข้าไปใหม่เรื่อยๆ แต่ว่าเส้นเก่าก็ไม่ได้เอาออก ใจไอซ์และประชาชนเห็นตรงกันคืออยากจะเอาสายไฟและสายสื่อสารลงดินไปให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อลองศึกษาดูคร่าวๆแล้วก็หดหู่ใจ โครงการเอาสายไฟและสายสื่อสารลงดินมีอยู่แล้วเริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว

แต่น่าเสียดายเพราะหลักเกณฑ์ของถนนที่ภาครัฐเลือกจะทำเป็นอันดับแรกๆมีข้อจำกัด ถนนที่ได้ทำก่อนถนนอื่นๆ เลยคือบริเวณรอบๆพระบรมมหาราชวังซึ่งเสร็จไปนานแล้ว ถ้าใครเคยไปเที่ยวรอบรอบวัดพระแก้วก็คงจะเห็นถึงความสวยงามไม่มีสายไฟให้รกหูตาฟุตบาทก็ถูกปูอย่างปราณีตบรรจง เป็นจุดเดียวในกรุงเทพมหานครเลยก็ว่าได้ที่ไม่ว่ามองไปตรงไหนก็สวยงามสบายตา รองลงมาคือถนนมีคำว่า

“เฉลิมพระเกียรติ” และต่อด้วยถนนที่มีชื่อพระบรมวงศานุวงศ์ ถนนธรรมดาๆหน้าบ้านเราจะอยู่ในลำดับท้ายๆของการจัดการเอาสายไฟและสายสื่อสารลงดินซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้องรอคิวอีกกี่ 10 ปี ถึงจะเป็นถนนเอกชัย ถนนกำนันแม้นที่ไอซ์ดูแลบ้าง

ความฝันของไอซ์คงตรงกับใจของหลายๆคนคือ อยากให้ทั่วทั้งกรุงเทพมหานครหรือถึงที่สุดคือทั่วทั้งประเทศไทย สามารถเอาสายไฟและสายสื่อสารลงดินได้ทุกจุด รวมถึงถนนและฟุตบาทก็อยากให้ปูอย่างปราณีตบรรจงเรียบกริปเนี้ยบทุกจุด ทำไมบริเวณรอบๆพระบรมมหาราชวังถึงสามารถทำได้ แต่พอเป็นบริเวณอื่นๆ การดำเนินถึงได้ช้านัก อยากให้ประชาชนช่วยกันตั้งคำถามค่ะ

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ในช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว ‘365 วัน ทำงาน ทำงาน ทำงาน กรุงเทพฯ’ วานนี้ (13 มิ.ย.66) ว่า

บนเสาไฟฟ้า จะประกอบด้วย สายไฟฟ้าแรงสูง สายไฟฟ้าแรงต่ำ และสายสื่อสาร ความรกรุงรังที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเพราะสายสื่อสาร ซึ่งมากกว่า 50% เป็นสายเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว ปกติค่าพาดสาย การไฟฟ้าคิดราคาอยู่ที่ 150-200 บาท/กิโลเมตร/คอ/เดือน ในการดำเนินการ กทม.ไม่สามารถสั่งให้ตัดสายหรือสั่งให้นำลงดินในทันทีได้ เนื่องจากมีหลายหน่วยงานดูแล ได้แก่

• กสทช. ซึ่งมี พ.ร.บ.ต่างหาก โดย กสทช.เป็นผู้จัดทำแผนการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงดิน รวมทั้งกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ

• กทม. ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยสามารถเสนอเส้นทางได้

• กฟน. ซึ่งอนุญาตให้พาดสายสื่อสารบนเสาและเป็นผู้ดำเนินการหักเสานำสายไฟฟ้าลงดิน

• ผู้ให้บริการ ซึ่งจะต้องดำเนินการทำตามที่ กสทช.กำหนด

• เอ็นที ผู้ให้บริการท่อร้อยสายสื่อสารและดำเนินการวางท่อร้อยสายสื่อสาร

ที่ผ่านมา กทม.มีการหารือกับหน่วยงานเหล่านี้อยู่หลายครั้งเพื่อประสานงานในการจัดเบียบสายสื่อสาร ซึ่งเบื้องต้นต้องเริ่มจากการตัดสายสื่อสารเก่าก่อน จะทำให้จำนวนสายสื่อสารน้อยลง เหลือเพียงสายที่ยังใช้งานอยู่ จากนั้นจึงเริ่มทยอยนำลงดิน

ส่วนโครงการเก่าของ กทม. ที่ให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ดำเนินการ คนเข้าใจว่าไม่ได้ใช้เงินลงทุน จริง ๆ แล้วไม่ได้ฟรี เพราะโครงการเคที นำสายสื่อสารลงดิน 2,000 กิโลเมตร ใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งค่าเช่าท่อที่เคที คิดกับผู้ประกอบการอยู่ที่ประมาณ 7,100 บาท/กิโลเมตร/เดือน ส่วนค่าเช่าท่อของเอ็นที ซึ่งมีท่ออยู่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 3,216บาท/กิโลเมตร/เดือน

ทั้งนี้ เคที ได้ดำเนินการนำสายสื่อสารลงดินไปแล้ว 9.9 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งทับซ้อนกับท่อของเอ็นที แต่ เคที หาลูกค้าไม่ได้ การจะนำโครงการมาทำต่อจึงต้องคิดให้ดี เพราะไม่จำเป็นต้องมีโอเปอเรเตอร์ที่ทำท่อหลายราย การดำเนินการต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน เพราะสุดท้ายค่าเช่าเหล่านี้ประชาชนเป็นคนจ่าย กทม.จึงมีแนวคิดยุติการดำเนินการ เนื่องด้วยต้นทุนสูง ไม่มีงบประมาณ ไม่มีอำนาจบังคับผู้ให้บริการมาใช้ท่อ ค่าเช่าท่อแพง แต่หากเป็นไปได้ ก็ให้เอ็นทีทำ เพราะเอ็นทีมีท่ออยู่แล้ว ต้องพยายามคุยกันหาทางออก ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกันกับหลายหน่วยงาน โดย กสทช.เป็นผู้วางแผนหลัก

สำหรับการดำเนินการที่ กสทช. ได้ร่วมกับผู้ประกอบการนำสายสื่อสารลงดินนั้น เสร็จไปแล้ว 30 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนที่การไฟฟ้าดำเนินการหักเสาลงดิน ซึ่งยังไม่ได้เยอะ เนื่องจากการนำสายไฟฟ้าลงดินมีราคาแพงมาก ต้องใช้งบประมาณกว่าหลักพันถึงหมื่นล้าน ฉะนั้น เมื่อไรก็ตามที่การไฟฟ้าหักเสาเพื่อนำสายไฟฟ้าลงดินก็จะนำสายสื่อสารลงดินด้วย แต่การจะนำสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมดเป็นพันกิโลเมตร การไฟฟ้าจะทำไม่ไหวเพราะราคาสูงมาก

อย่างไรก็ตาม กทม.ยังคงเดินหน้าจัดระเบียบสายสื่อสารต่อเนื่อง โดยบางส่วนใช้วิธีการจัดระเบียบ บางส่วนลงท่อของเอ็นที และบางส่วนลงท่อที่ กทม.ปรับปรุงทางเท้า ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่เพียงกทม.ดูแลเพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นการประสานงานร่วมกันของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ‘อีจัน’ เชื่อว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากติดปัญหาและอุปสรรค ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพราะการนำสายสื่อสารหรือสายไฟลงดินนั้น ต้องมีต้นทุนในการนำลงดินและค่าเช่าท่อร้อยสายใต้ดินด้วย ซึ่งเอกชนต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่า ภาระค่าใช้จ่ายเหล่านั้นอาจตกเป็นของประชาชน ที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในการเสียค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงหวังอย่างยิ่งว่า ปัญหานี้จะสามารถสะสางได้ในเร็ววัน

คลิปอีจันแนะนำ
“ช่อ พรรณิการ์” สรุปปมหุ้น iTV