ซีพี ผนึกกำลังร่วมใจ มูลนิธิแพทย์ชนบท ระดมน้ำใจคนไทย ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด

เราจะจับมือเดินหน้ากันไป มูลนิธิแพทย์ชนบท ร่วมมือกับ ซีพี ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด ระดมน้ำใจคนไทยหาทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์หนุนแพทย์ชนบท
ซีพี ผนึกกำลังร่วมใจ มูลนิธิแพทย์ชนบท ระดมน้ำใจคนไทย ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด
ภาพ อีจัน

เพราะแพทย์ชนบทก็ทุ่มเทเพื่อผู้ป่วยเช่นกันเราจึงต้องดูแลให้ดีที่สุด มูลนิธิแพทย์ชนบท รวมพลังจับมือกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด ผุดแคมเปญ #อย่าให้แพทย์ชนบทสู้ลำพัง ปลุกพลังคนไทยทั่วประเทศร่วมระดมทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สนับสนุนหอผู้ป่วยโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลชุมชน 15 แห่งทั่วประเทศฝ่าวิกฤต โควิด -19

อย่าให้แพทย์ชนบทต้องสู้ลำพัง
อย่าให้แพทย์ชนบทต้องสู้ลำพังภาพ : มูลนิธิแพทย์ชนบท

จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกสาม ที่ได้แพร่ระบาดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาส่งผลให้อุปกรณ์ชุดเครื่องมือทางการแพทย์ มีความสำคัญเร่งด่วนต่อการช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ในการรับมือกับวิฤต โควิด-19 ครั้งนี้ มูลนิธิแพทย์ชนบทและ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงได้ร่วมมือกันเปิดตัวแคมเปญ #อย่าให้แพทย์ชนบทสู้ลำพัง รณรงค์และสนับสนุนให้คนไทยทั่วประเทศร่วมแรงร่วมใจระดมทุนบริจาคเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สนับสนุนหอผู้ป่วยโรคติดเชื้อขึ้นภายในโรงพยาบาลชุมชน นำร่องเป็นต้นแบบครั้งแรกในไทย 15 แห่งทั่วประเทศครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ พร้อมกันนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมบริจาคจำนวน 5 ล้านบาท และสนับสนุนเสบียงอาหาร ได้แก่ ข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่มบรรจุขวดมอบให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 50 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย

นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ประธานมูลนิธิแพทย์ชนบท เปิดเผยว่า นับแต่มีการระบาดไวรัสโควิดเมื่อกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิแพทย์ชนบท ได้พยายามอย่างสุดความสามารถ ในการสนับสนุนโรงพยาบาลชุมชนระดับอำเภอ 778 แห่ง ทั่วประเทศ รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล(รพ.สต.) 9,763 แห่ง ตลอดจนระบบสาธารณสุขมูลฐาน อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในการต่อสู้และรับมือโควิด-19 จนมาถึงปัจจุบันประเทศไทยประสบกับวิกฤติการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งรุนแรงและกระจายวงกว้างไปทั่วประเทศ ส่งผลให้โรงพยาบาลชุมชนมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริการสุขภาพของอาคารโรคติดเชื้อ หรือ Cohort ward เพื่อให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดแยกออกจากอาคารที่มีอยู่เดิมออกมาเป็นการเฉพาะไม่ให้ปะปนกับอาคารผู้ป่วยปกติ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ป้องกันการติดเชื้อสู่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ป้องกันไม่ให้แพร่กระจายไปยังผู้ป่วยอื่น ๆ รวมถึงเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ชุมชน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ประธานมูลนิธิแพทย์ชนบท
นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ประธานมูลนิธิแพทย์ชนบทภาพ : มูลนิธิแพทย์ชนบท

โดยมูลนิธิแพทย์ชนบท จะนำร่องเพื่อเป็นต้นแบบให้กับโรงพยาบาลชุมชนจำนวนประมาณ 15 แห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ทั้งนี้มูลนิธิแพทย์ชนบทได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการบริจาคเงินจำนวน 5 ล้านบาทเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับอาคาร Cohort ward และยังได้รับความร่วมมือในการนำศักยภาพของเครือฯ และบริษัทในเครือฯ เปิดช่องทางการระดมทุนรับบริจาคเงินจากคนไทยทั่วประเทศผ่านแคมเปญ #อย่าให้แพทย์ชนบทสู้ลำพัง ทั้งนี้หลังสถานการณ์โรคระบาดโควิดคลี่คลายลง โรงพยาบาลชุมชนจะได้มีอาคารโรคติดเชื้ออย่างถาวร สามารถใช้ได้ กับโรคติดต่อ หรือโรคระบาดอื่น ๆ ต่อไป

“การระดมทุนในครั้งนี้ผ่านแคมเปญ #อย่าให้แพทย์ชนบทสู้ลำพัง เป็นการช่วยติดอาวุธเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับแพทย์ พยาบาลในโรงพยาบาลชนบทที่ได้เสียสละทุ่มเทร่วมต่อสู้ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การได้รับความร่วมมือจากคนไทยทั่วประเทศจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนหอผู้ป่วยโรคติดเชื้อขึ้นในโรงพยาบาลชุมชน เพื่อรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้ปลอดภัย และนำพาประเทศชาติให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด” ประธานมูลนิธิแพทย์ชนบท กล่าว พร้อมขอบคุณในน้ำใจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่สนับสนุนมูลนิธิแพทย์ชนบทมาโดยตลอด นับตั้งแต่ปีที่แล้วสนับสนุนการผลิตเต็นท์ความดันติดลบ (Negative Pressure Chamber) เป็นการเร่งด่วนเพื่อใช้ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้โรงพยาบาลชุมชนที่ขาดแคลน 150 แห่งทั่วประเทศ และในปีนี้นอกจากร่วมทำแคมเปญ #อย่าให้แพทย์ชนบทสู้ลำพัง เพื่อสนับสนุนหอผู้ป่วยโรคติดเชื้อ เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้สนับสนุนเสบียงอาหารแก่แพทย์พยาบาลบุคลากรทางการแพทย์ให้กับมูลนิธิแพทย์ชนบทเพื่อนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้จะมีการนำร่องในโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย 15 แห่ง ที่มีขนาด 60-120 เตียง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการรับผู้ป่วยโควิดที่ไม่รุนแรงที่ส่งต่อมาจาก โรงพยาบาลชุมชนข้างเคียงที่มีขนาด 10-30 เตียง หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพ.สต. และจะต้องเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีผลงานดี ได้รับการยอมรับจากชุมชน เป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านได้ โดยในภาคเหนือ มี 3 แห่ง ได้แก่ 1. รพร.เด่นชัย จ.แพร่ 2.รพ.สูงเม่น จ.แพร่ 3.รพร.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ภาคกลาง ได้แก่ 1.รพ.ป่าโมก จ.อ่างทอง 2.รพ.แก่งคอย จ.สระบุรี 3.รพ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 4. รพ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ 1.รพ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 2.รพ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 3.รพ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และภาคใต้ 1. รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี จ.สงขลา 2. รพ.ละงู จ.สตูล 3. รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส 4. รพ.จะนะ จ.สงขลา 5. รพ.รามัน จ.ยะลา

ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงวิกฤต มีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนไทยทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านในโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศที่เป็นหน้าด่านสำคัญในการรับมือกับวิกฤตในครั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงต้องการช่วยแบ่งเบาภาระของมูลนิธิแพทย์ชนบทซึ่งถือเป็นองค์กรกลางในการช่วยระดมความช่วยเหลือไปสู่โรงพยาบาลชุมชนในการรับมือและต่อสู้กับภัยโควิด

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ภาพ : มูลนิธิแพทย์ชนบท

โดยสนับสนุนภารกิจการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนหอผู้ป่วยโรคติดเชื้อ ซึ่งจะแยกออกมาต่างหากสำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อ เริ่มจากโควิดที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้ขยายวงกว้างสู่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยอื่น ๆ รวมถึงป้องกันการแพร่ระบาดสู่ชุมชน เครือเจริญโภคภัณฑ์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้หากทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือก็จะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงภารกิจสำคัญของมูลนิธิแพทย์ชนบทในครั้งนี้ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สนับสนุนการดำเนินโครงการรณรงค์ในแคมเปญ อย่าให้แพทย์ชนบทสู้ลำพัง และขอเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศช่วยกันสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ขาดแคลนเร่งด่วนในโรงพยาบาลชุมชนที่ห่างไกลให้สามารถมีอาวุธในการต่อสู้ช่วยผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ชนบทให้ปลอดภัยจากวิกฤตการแพร่ระบาดในครั้งนี้

มูลนิธิแพทย์ชนบท ระบุว่า ในการพัฒนาหอผู้ป่วยโรคติดเชื้อ ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่ขาดแคลนและจำเป็นกว่า 965,000 บาทต่อหอผู้ป่วยโรคติดเชื้อ 1 แห่ง โดยจะนำไปจัดซื้อเครื่องวัดความดันอัตโนมัติ (Auto BP) เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (AED.) เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนในเลือด (Pulse oxymetre) และเครื่องเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ (Mobile X Ray) เพื่อช่วยผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ชนบทให้ปลอดภัยจากวิกฤตการแพร่ระบาดในครั้งนี้

อย่าให้แพทย์ชนบทต้องสู้ลำพัง
อย่าให้แพทย์ชนบทต้องสู้ลำพังภาพ : มูลนิธิแพทย์ชนบท

ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างเร็วที่สุดนอกเหนือจากการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ยังคงมีความสำคัญไม่แพ้กัน มูลนิธิแพทย์ชนบทและเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนในแคมเปญ #อย่าให้แพทย์ชนบทสู้ลำพัง โดยท่านสามารถร่วมบริจาคเงิน 100 บาท + 1 แชร์ ถึงเพื่อนในโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เพื่อช่วยบอกต่อให้เกิดพลังความร่วมมือในการซื้อชุดอุปกรณ์การแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลชุมชนในชนบท ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคได้หลายช่องทางตามกำลังศรัทธา คือ1. บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ (ออมทรัพย์) สาขางามวงศ์วาน ชื่อบัญชี มูลนิธิแพทย์ชนบท-โครงการการสนับสนุนเครื่องมือแพทย์โรงพยาบาลสนามในโรงพยาบาลชุมชน เลขบัญชี 319-298168-1 2. ผ่านแอพพลิเคชั่น ทรูมันนี่ 3. ลูกค้าทรูมูฟ เอช กด *948*7707*10# เพื่อบริจาค 10 บาท หรือ กด *948*7707*100# เพื่อบริจาค 100 บาท 4. บริจาคผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ ดูรายละเอียดการบริจาคและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://donate.ruraldoctor.or.th/

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co