บุรีรัมย์เตรียมดัน ทุเรียนภูเขาไฟ ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

เริ่มแล้ว สศท.5 บุรีรัมย์เร่งผนักดันให้ ทุเรียนภูเขาไฟ ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพิ่มมูลค่าเป็นสินค้ารายได้สูง
บุรีรัมย์เตรียมดัน ทุเรียนภูเขาไฟ ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

น่าดีใจที่ประเทศไทยเรากำลังจะมี สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือสินค้า GI เพิ่มอีก 1 อย่างแล้วนั่นคือ ทุเรียนภูเขาไฟ หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ของดีของจังหวัด บุรีรัมย์ ค่ะ

นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ของจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นทุเรียนที่มีลักษณะพิเศษ ปลูกในพื้นที่ ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านธรณีวิทยา ซี่งมีน้ำแร่ที่มาจากน้ำใต้ดิน ในดินภูเขาไฟ ดินที่ใช้ปลูกเป็นดินแดงเข้มที่ได้จากการประทุของภูเขาไฟของจังหวัดบุรีรัมย์ ทุเรียนจึงมีการเจริญเติบโตดี เนื้อนุ่ม รสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ต้องการของตลาดสูง ซึ่งขณะนี้ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังผลักดันให้เป็นสินค้า GI ซึ่งคาดว่าจะได้ขึ้นทะเบียนในปี 2566

ปัจจุบันเกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์ได้ขึ้นทะเบียนการปลูก ทุเรียน กับกรมส่งเสริมการเกษตร (ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2564) จำนวน 294 ราย พื้นที่ 1,346 ไร่ โดยแบ่งเป็นเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ จำนวน 186 ราย พื้นที่ 930 ไร่ หรือร้อยละ 69 ของพื้นที่ปลูก

ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ผลิตทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ผลบ้านปลื้ม ตำบลโคกมะม่วง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ 550 ไร่ มีสมาชิกเกษตรกร 106 ราย เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ยอดนิยม ติดผลดก ระยะเวลาสุกแก่ปานกลาง เนื้อหนา แข็งนอก นุ่มใน รสชาติหวานมัน และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 18,278 บาท/ไร่/รอบการผลิต (เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 4 และสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 20 ปี)

ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนมิถุนายน- กันยายน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 560.71 กิโลกรัม/ไร่/รอบการผลิต (ทุเรียน 1 ลูก มีน้ำหนักเฉลี่ย 4 กิโลกรัม) เกษตรกรได้ผลตอบแทน 64,482 บาท/ไร่/รอบการผลิต คิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยสุทธิ (กำไร) 46,204 บาท/ไร่/รอบการผลิต

ด้านราคาทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ที่เกษตรกรขายได้ ณ เมษายน 2564 ราคาอยู่ที่ 150 บาท/กิโลกรัม (ขายราคาทุเรียนแบบคละทั้งหมด) ด้านการตลาด ผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ 60 จำหน่ายให้กับล้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงผลผลิตส่วนร้อยละ 40 จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook “SOMMAI FARM” และจำหน่ายให้กับกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรหรือนักท่องเที่ยวทั่วไป ตลอดจนมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Facebook สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ และสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์

ผลสำเร็จของกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ผลบ้านปลื้ม ที่นอกจากการปลูกทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์แล้ว ทางกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ได้มีการปลูกผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่น ๆ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับสมาชิกเกษตรกร ได้แก่ ลำไย มะม่วง มะขาม ขนุน องุ่น และเงาะ ซึ่งปัจจุบันทางกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ได้เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ชิม และช้อปผลไม้สด ๆ กลับบ้านอีกด้วย นอกจากนี้ ทางกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินและเกษตรกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้คำปรึกษาองค์ความรู้ด้านการผลิต การบริหารจัดการกลุ่มฯ ตลอดจนการจัดการด้านตลาด

ผู้อำนวยการ สศท.5 กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ มีนโยบายในการสนับสนุนด้านการเพาะปลูก การตลาด ตลอดจนมาตรฐานของสินค้าเพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพ ซึ่งทางจังหวัดมีแนวทางที่จะผลักดันทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ให้เป็นสินค้า GI เหมือนกับข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ทั้งนี้ หากเกษตรกรหรือท่านใดที่สนใจข้อมูลการผลิตทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ นายพิกุล สีสันต์ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ผลบ้านปลื้ม ตำบลโคกมะม่วง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ โทร 08 7251 0777 และสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.5 นครราชสีมา โทร. 0-4446-5120 หรืออีเมล์ zone5@oae.go.th

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co