อดีตหนุ่มโรงงาน เลิกขายแรง ปลดแอกชีวิตใช้ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ปูทางสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง อดีตหนุ่มโรงงานทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือน ขอเดินตามฝันจากมรดกทางผืนดินของครอบครัวรุดหน้าทำธุรกิจ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ จนตอนนี้ลืมตาอ้าปากได้สบาย
อดีตหนุ่มโรงงาน เลิกขายแรง ปลดแอกชีวิตใช้ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ปูทางสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

ในฐานะมนุษย์เงินเดือน เคยรู้สึกไหมคะว่าสุดท้ายแล้วจุดหมายปลายทางของอาชีพของเรานั้น คืออะไร หลาย ๆ คนอาจมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว แต่คนบางกลุ่มก็ยังไม่มี ทีมงาน จันลั่นทุ่ง ของนำเรื่องราวของคู่รักอดีตหนุ่มสาวโรงงานวัยสร้างตัวที่ขอปลดแอกตนเอง เลิกค้าแรงงานแลกเงิน ผันตัวมาเป็น เกษตรกร ผู้ปลูก มะม่วงหิมพานต์ มรดกตกทอดทางผืนดินที่ปู่ยาตาทวดทิ้งไว้ให้ จนวันนี้พลิกจากคนเป็นหนี้หนัก เป็นคนที่เริ่มดูแลอ้าปาก เลี้ยงครอบครัว ดูแลชุมชนให้เข้มแข็งได้ ซึ่งเจ้าของเรื่องกล่าวไว้ว่า แค่พลิกมุมคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

เรื่องราวนี้เป็นของพี่เอ็ม อรรถพล หมิดเจริญ อดีตหนุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ที่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ชิตของเขาและครอบครัวดีขึ้น มีสุข มีทรัพย์ มากขึ้น พี่เอ็มเล่าว่าเขาและภรรยาสาวทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งที่จ.พระนครศรีอยุธยา ทำมาหลายปีดีดักก็ไม่รวยสักที ใจเขาอยากกลับมาอยู่ที่บ้านของภรรยาที่ โขมเจียม อุบลราชธานี สิ่งที่ทำให้เขาปลื้มมากนอกจากบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามของที่นี่ นั่นคือสวนมะม่วงหิมพานต์ ที่เป็นสวนของครอบครัวภรรยา ที่ปลูกมาหลายปีแล้ว แต่รายได้กลับสวนทางกัน เพราะขาดผู้ที่เข้ามาดูแลอย่างเป็นระบบจริงจัง เพียงแต่ขายผลสดเพื่อให้พ่อค้ามารับไปแปรรูป ราคาหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งถ้าแปรรูปแล้วจะ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ราคาจะดีดขึ้นเป็นหลักร้อยเลย

พี่เอ็มจึงตัดสินใจขอลาออกจากโรงงานซึ่งเขาก็ให้เงินมาก้อนหนึ่งเป็นหลักแสนตามโครงการสมัครใจลาออกแล้วได้เงิน

และเมื่อลาออกแล้วเขาและครอบครัวก็มามุ่งคิดเรื่องการพัฒนาเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างเต็มรูปแบบโดยเริ่มต้นจากการลงสวนปลูกมะม่วงหิมพานต์ โดยสายพันธุ์ที่ปลูกคือ M23 มาจากเวียดนาม ที่เลือกพันธุ์นี้เพราะได้มาตรฐาน เม็ดใหญ่ ผ่าง่าย ไม่ค่อยมีปัญหา คนเลยนิยมปลูกกันตอนนี้ที่สวนพี่เอ็มมีอยู่ 5 ไร่ ก็ประมาณ 500 ต้น ปลูกห่างกัน 4 คูณ 4 เมตร ให้รากไม่ชนกัน ซึ่งข้อดีของเจ้ามะม่วงหิมพานต์นั้นดูแลง่ายมาก ปลูกที่ไหนก็ขึ้น ดินทรายก็ขึ้น แถมไม่ต้องมาคอยอัดน้ำมากมาย เพียงแค่รดน้ำบ้างและกำจัดวัชพืชที่โคนต้นก็เป็นพอ

เมื่อผ่านขั้นตอนการปลูกก็มาที่การขาย พี่เอ็มเป็นคนสายออนไลน์อยู่แล้ว แกจึงคิดว่าถ้าจะขายมะม่วงหิมพานต์แค่ตามร้าน หรือแบบออฟไลน์อย่างเดียว มันไม่พอแล้ว เขาจึงเริ่มตีตลาดออนไลน์ เริ่มจากคตนรู้จักกันเองจนตอนนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว โดยแกได้ตีแบรนด์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ของแกว่า อลีนา

พี่เอ็มบอกว่าตลาดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ใน อุบลราชธานี ยังน้อยมาก แกจึงอยากจะเป็นผู้นำให้ทุกคนหันมาปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์กันเพราะได้ผลผลิตไว ราคาดี มีตลาดรองรับตลอด เพราะพี่เอ็มเมื่อมาแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์ขาย ก็ขายดิบขายดีมีรายการสั่งซื้อเข้ามารัว ๆ ในชนิดที่ว่า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยล่ะ เพราะตอนนี้ราคาของเม็ดมะม่วงหิมพานต์แปรรูปที่แกขาย เม็ดเต็มสวยราคากิโลกรัมละ 390 บาท เม็ดซีกกิโลกรัมละ 290 บาท ขายมาเรื่อย ๆ จากที่เมื่อก่อนเป็นหนี้เป็นสินเขา

ตอนนี้ก็เริ่มทยอยปลดนี้ได้บ้างแล้ว ชีวิตการเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งพี่เอ็มก็บอกว่าจะไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านี้ เพราะในเมื่อเราเลือกที่จะออกมาเป็นนายตัวเอง ก็ต้องเหนื่อยกว่าเป็นลูกน้องเขาอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้พี่เอ็มมีโรงงานย่อม ๆ โรงอบ โดยค่อย ๆ ทำให้เป็นระบบมาตรฐาน แถมตอนนี้แกยังเป็นที่พึ่งพาให้ชาวบ้าน เพราะเริ่มมีคนปลูกมะม่วงหิมพานต์ตามแกแล้วเอามาขายให้พี่เอ็มแปรรูปอีกทีหนึ่ง แหม่ ยิ้มได้ทั้งชุมชนแล้วล่ะคุณพี่

ตอนนี้พี่เอ็มมีผลิตภัณฑ์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเสริมด้วยเม็ดกระบกอีกด้วย ติดต่อติดตามพี่เอ็มได้ที่เพจ อลีนา มะม่วงหิมพานต์ และ เม็ดกระบก หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 092-406-9335 แกยินดีให้คำปรึกษาได้เลยจ้า

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co