เกษตรกรรอเลย ! ธ.ก.ส. พร้อมโอน เงินประกันรายได้ งวดแรก 9 พ.ย. 64 นี้

ธ.ก.ส. พร้อมจ่าย เงินประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด งวดแรก 492,000 ราย
เกษตรกรรอเลย ! ธ.ก.ส. พร้อมโอน เงินประกันรายได้ งวดแรก 9 พ.ย. 64 นี้

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมจ่ายเงินตามโครงการ ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด เริ่มจ่ายวันแรกวันนี้ ( 9 พ.ย. 64 ) กว่า 492,000 ราย

โดย นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2564 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 วงเงินรวม 13,225 ล้านบาท เพื่อ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จาก สถานการณ์เศรษฐกิจโลก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 และอุทกภัย โดยที่กลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ

ทั้งนี้ ประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่

- ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน

- ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

- ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน

- ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน

- ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

โดยเริ่มจ่ายรอบแรกวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 492,571 ครัวเรือน เป็นเงิน 10,920 ล้านบาท ซึ่งสำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกร จะต้องขึ้นทะเบียน เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่ เกษตรกร จะได้รับสิทธิชดเชย โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียน เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำแนกตามช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยว และคำนวณปริมาณผลผลิต โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิด คูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ เป็นปริมาณผลผลิตที่ต้องชดเชย แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ข้างต้น ส่งให้ ธ.ก.ส. เพื่อเป็นข้อมูลในการจ่ายเงิน จากนั้น ธ.ก.ส. จะดำเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบจากคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางApplication ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมมาตรการคู่ขนาน เพื่อชะลอการขายในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาข้าว ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ที่ความชื้นไม่เกิน 15% สิ่งเจือปนไม่เกิน 2% เป้าหมาย 2 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 20,402 ล้านบาท โดยกำหนดราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 11,000 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต ตันละ 9,500 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 5,400 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 7,300 บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 8,600 บาท พร้อมช่วยเหลือค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท เพื่อให้สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและศูนย์ข้าวชุมชนรวบรวม ข้าวเปลือก สำหรับการจำหน่าย หรือเพื่อการแปรรูป

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co