เลี้ยงผึ้งด้วยระบบพึ่งพาธรรมชาติ ยอดสั่งจอง 1,000 ขวด

เลี้ยงผึ้งโพรงป่าด้วยระบบพึ่งพาธรรมชาติ สร้างเงิน สร้างยอดขาย
เลี้ยงผึ้งด้วยระบบพึ่งพาธรรมชาติ ยอดสั่งจอง 1,000 ขวด

จันลั่นทุ่งวันนี้พาลูกเพจมาชมกระบวนการเลี้ยงผึ้งแต่ไม่ได้เลี้ยงผึ้งแบบทั่วไปนะจ้ะ เพราะที่นี่เขาเลี้ยงผึ้งโดยการพึ่งพาธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกด้วย โดยที่ไม่ต้องลงทุนสูง

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เก็บน้ำผึ้งโพรงป่าเดือนห้าที่เลี้ยงแบบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ บรรจุขวดพร้อมจำหน่ายทั้งปลีกและส่งแล้ว กว่า 1,000 ขวด

ที่สวนยางพาราและสวนผลไม้ ในเขตบ้านไทรงาม ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ได้เก็บน้ำผึ้งโพรงป่า จากกล่องไม้ที่เลี้ยง ที่ตั้งกระจายไว้ภายสวนยางพาราของตนเอง เป็นการเก็บน้ำผึ้งจากกล่องที่มีผึ้งเข้ากล่องช้ากว่ากล่องอื่น ๆ ถือเป็นการเก็บตกในส่วนที่เหลือ ซึ่งปกติตั้งแต่กลางเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา สมาชิกฯได้มีการเก็บน้ำผึ้งโพรงป่าที่เลี้ยงไว้เสร็จแล้ว น้ำผึ้งที่เก็บในช่วงดังกล่าวถือเป็นน้ำผึ้งเดือนห้า ที่มีคุณภาพดีและรังผึ้งมีความสมบูรณ์เต็มที่มากที่สุด

สำหรับผึ้งโพรงป่านั้น ปกติก็จะทำรังตามโพรงของต้นไม้ในป่า หรือทำรังในโพรงใต้ดิน แตกต่างจากผึ้งหลวงที่ทำรังบนต้นไม้ ขนาดตัวผึ้งโพรงป่าก็จะมีขนาดเล็กกว่าผึ้งหลวง ที่สำคัญไม่ดุมากเหมือนผึ้งหลวง ซึ่งการเลี้ยงผึ้งโพรงป่าของชาวบ้านไทยเจริญ นั้น จะเลี้ยงแบบวิธีธรรมชาติ คือสร้างกล่องไม้หรือลังไม้ ทาด้วยเสน่ห์ผึ้ง จากนั้นก็จะนำกล่องไม้ไปตั้งตามป่าเพื่อล่อผึ้งให้เข้ามาทำรัง เมื่อเห็นผึ้งเข้ามาในกล่องมากพอแล้วก็จะนำกล่องมาตั้งเลี้ยงไว้ในจุดที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณหลังบ้าน หรือสวนยางข้างบ้าน ที่สามารถดูแลได้ไม่ให้ใครเข้ามาขโมย ไม่ต้องหาอะไรให้ผึ้งที่เลี้ยงกิน ผึ้งจะออกไปหาอาหารตามธรรมชาติเอง คนเลี้ยงมีหน้าที่ทำกล่องเพิ่มขึ้นเพื่อให้ผึ้งได้แยกตัวออกจากรังที่มีผึ้งจำนวนมากมาทำรังที่กล่องใหม่ ช่วงระยะเวลาที่ล่อผึ้งเข้ารังคือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป

และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถือเป็นช่วงที่ผึ้งจะเข้ากล่องไม้ที่จะใช้เลี้ยงดีที่สุด และเป็นช่วงที่ผึ้งจะแยกไปตามกล่องไม้ได้มากที่สุด คือจาก 1 กล่อง แยกเพิ่มเป็น 6 กล่อง จากนั้นในช่วงเดือนปลายเดือนมีนาคม – เมษายน ที่ถือเป็นเดือนห้า ก็จะเป็นช่วงเก็บน้ำผึ้งที่มีคุณภาพดีที่สุด หลังเก็บน้ำผึ้งเสร็จแล้วก็จะปล่อยผึ้งคืนสู่ป่า เพราะในช่วงฤดูฝนจะไม่ค่อยมีเกสรดอกไม้ที่ถือเป็นอาหารของผึ้ง หากยังเลี้ยงไว้ผึ้งจะตาย ดังนั้นจึงต้องให้ผึ้งกลับไปอยู่ในธรรมชาติในช่วงนั้นก่อน เมื่อถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน แม้ว่าจะไม่มีการนำกล่องไม้ที่จะใช้เลี้ยงไปล่อ ผึ้งที่เคยเลี้ยงก็จะกลับมาที่กล่องไม้เอง เป็นวัฏจักรเช่นนี้ทุกปี

กล่องไม้ที่เลี้ยงผึ้ง 1 กล่องจะให้น้ำผึ้งตั้งแต่ 3 – 15 ขวด (750 มล.) ขึ้นอยู่กับขนาดของกล่องไม้ที่ใช้เลี้ยงและจำนวนผึ้งเข้าไปทำรัง โดยเฉลี่ยแล้ว 1 กล่องจะได้น้ำผึ้งประมาณ 8 – 10 ขวด

นายถนัด สายมายา รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงป่าฯ กล่าวว่า สมาชิกของกลุ่มฯ ได้เริ่มเก็บน้ำผึ้งเดือนห้าตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายน 65 ที่ผ่านมา ขณะนี้มีน้ำผึ้งที่เก็บแล้วประมาณ 1 ตัน มีน้ำผึ้งบรรจุขวดพร้อมจำหน่ายได้ประมาณ 1,000 ขวด ซึ่งเป็นน้ำผึ้งป่าที่ได้จากธรรมชาติ จากเกสรดอกไม้นานาชนิด ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อซื้อได้ มีทั้งราคาปลีกและราคาส่ง(ซื้อยกลัง ๆ และ 12 ขวด) โดยจำหน่ายราคาปลีก จำหน่ายในราคาขวดละ 350 บาท ส่วนราคาส่งจะตกเฉลี่ยอยู่ที่ขวดละ 320 บาท ยิ่งซื้อมากราคาก็จะถูกลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co