เทคนิคเพิ่มฐานลูกค้า ใช้พื้นที่ Influencer เพิ่มทาเก็ต และยอดขาย

เปิดการมองเห็นสินค้าด้วย คนดัง โดยเทคนิคเพิ่มฐานลูกค้า ใช้พื้นที่ Influencer เพิ่มทาเก็ต และยอดขายปังๆ
เทคนิคเพิ่มฐานลูกค้า ใช้พื้นที่ Influencer เพิ่มทาเก็ต และยอดขาย

ทำไมของขายได้ ลูกค้าไม่ซื้อ สินค้าเราก็มีเยอะ คุณภาพไม่ด้อยเลย แต่ทำไมยังไม่มีฐานลูกค้าเยอะ หรืออาจเป็นเพราะขาดการโปรโมท และความน่าเชื่อถือ

วันนี้แอดจะบอกกลยุทธ์การตลาดอีกหนึ่งอย่างคือ ดึงลูกค้าด้วยฐานคนติดตาม และความน่าเชื่อถือจาก Influencer เพราะส่วนใหญ่แม่ค้าออนไลน์ที่ได้ส่งของให้คนดังรีวิว หรือใช้ มักจะมีฐานคนติดตามของคนดังเหล่านั้น มาซื้อเสมอ

เช่น คลิปใน YouTube ที่บรรดา Influencer หรือ Youtuber นำเสนอ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีเนื้อหาจำนวนมาก มีความหลากหลายและเจาะลึกอย่างยิ่ง บางคลิปเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นคุณหมอ เป็นนักวิชาการเฉพาะสาขา นั่นจึงทำให้การรีวิวกลายเป็นอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ หากไปถามเด็ก Generation ใหม่ๆ ว่าอาชีพในฝันคืออะไร จะพบว่าการเป็นนักรีวิว YouTuber หรือ Vlog(การเขียนไดอารี่ในรูปแบบวิดีโอ) เป็นคำตอบในลำดับต้นๆ

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ กระทู้ใน Pantip เวบบอร์ดสัญชาติไทยที่อายุมากกว่า 20 ปี เกิดก่อนยุคโซเชียลมีเดีย แต่สามารถแข่งขันได้ในขณะที่โซเชียลมีเดียบางรายต้องปิดตัวลง นั่นเพราะพันทิปมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค หลายคนบอกว่าพันทิพคือคลังความรู้ ไม่ใช่ความรู้ในเชิงวิชาการ แต่เป็นความรู้จากการใช้งานจริง มีบทเรียน คำเตือน และข้อแนะนำ จะว่าไปเว็บบอร์ดแห่งนี้ก็คือ การรวมรีวิวในทุกๆเรื่องนั่นเอง อีกอย่างที่เป็นเสน่ห์คือการตรวจสอบกันเองของผู้ใช้งานในนี้ เนื้อหาที่ไม่เป็นความจริงจะถูกคัดกรองอย่างเข้มข้น หรือที่เรียกกันว่านักสืบพันทิป และตัวพันทิปเองก็พยายามสร้างวัฒนธรรมการรีวิวให้มีความโปร่งใส โดยให้สมาชิกระบุว่าเป็น การเขียนรีวิวแบบ CR (Customer review) คือ จ่ายตังค์ซื้อสินค้ามารีวิวเอง เช่น ซื้อกล้อง ซื้อมือถือ ซื้อสินค้ามาใช้ ซื้อไอติมมากิน จ่ายค่าข้าว ค่าโรงแรมเอง

ถ่ายรูปแล้วมาเขียนรีวิวเอง การเขียนรีวิวแบบ SR (Sponsored Review) คือ ได้ของฟรีแล้วเขียนริววิวให้ เช่น มีคนให้ยืมกล้อง ให้ยืมมือถือ ให้ไปทดลองขับรถรุ่นใหม่ ให้เอาเครื่องสำอางไปใช้ ชวนไปกินฟรี นอนฟรี แต่คนเขียนรีวิวไม่ได้ค่าตอบแทนเพิ่มนอกจากได้ใช้ของฟรีแค่นั้น หรือการเขียนรีวิวแบบ BR (Business review) คือ โฆษณานั่นเอง โดยเจ้าของสินค้า จ้างคนมาเขียนรีวิวให้ เช่น ให้ของฟรีๆ ให้ไปนอนรีสอร์ทฟรี ให้กินฟรี ยังไม่พอ ยังให้ค่าจ้างเขียนรีวิวอีก การแยกประเภทนี้จะช่วยให้คนอ่านตัดสินใจง่ายขึ้น

นอกจาก YouTube และ Pantip ที่ผู้บริโภคคนไทยคุ้นชินสักพักแล้ว ยังมีการรีวิวในรูปแบบอื่นที่ผู้ประกอบการควรนำมาใช้ อาทิ Google My Business หรือชื่อเดิมคือ Google Places เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว เชื่อมข้อมูลจากออฟไลน์เข้ากันออนไลน์ โดยผู้สมัครใช้บริการจะปักหมุดร้านค้าลงบน Google Maps ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอากาสให้ลูกค้าหาเจอ ในนี้ลูกค้าสามารถให้ดาว (คะแนนเต็ม 5 ดาว) และเขียนคอมเม้นท์ได้ด้วย คล้ายๆทำวิจัยตลาดที่ให้ลูกค้าประเมินความพึงพอใจ แต่เป็นการทำวิจัยที่เปิดเผยมาก เพราะผลคะแนนจะเปิดเผยสู่สาธารณะ สำหรับร้านค้าที่มีสินค้าดีหรือบริการเยี่ยมลูกค้าก็จะเขียนชมและให้ดาวเยอะ เมื่อลูกค้าคนอื่นที่ค้นหาร้านค้าใน Google maps มาเห็นก็อยากไปใช้บริการบ้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้คนไทยใช้ข้อมูลนี้เยอะขึ้น เวลาไปต่างจังหวัดอยากทานอาหารอร่อย การเข้าไปดูคะแนนและอ่านคอมเม้นท์จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ผู้ประกอบการบางรายไม่มั่นใจ ไม่กล้าใช้งาน Google My Business เลี่ยงที่จะเอาข้อมูลร้านไปแสดงใน Google Maps เพราะกลัวลูกค้าจะคอมเม้นท์ไม่ดีทำให้ร้านเสียหาย ซึ่งความจริงแล้วการไม่นำธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์กลับมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะถึงอย่างไรหากลูกค้าไปใช้บริการแล้วไม่ประทับใจลูกค้าก็สามารถโพสต์ในโซเชียลมีเดีย และแบรนด์ร้านค้านั้นก็เป็นที่รู้จักของคนในวงกว้างอยู่ดี ไม่มีความลับสำหรับการทำธุรกิจในยุคออนไลน์ ดังนั้นหากเราทำธุรกิจโปร่งใส ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่ประทับใจ ก็ควรบอกให้โลกออนไลน์รับรู้ จากประสบการณ์การทำผิดหรือให้บริการพลาดไม่ใช่เรื่องเสียหายเสมอไป หากแบรนด์แก้ปัญหาได้ดี มีการขอโทษ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ตั้งใจและพร้อมแก้ไขให้ดีขึ้น ลูกค้าก็ให้อภัย แบรนด์ที่รับผิดชอบและมีความจริงใจจะได้ใจลูกค้าเสมอ

แอดจะส่งสินค้าไปให้ใครชิมดี พส.หรือพระมหาเทวีเจ้าดีน๊า

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co