ไม่มีนาเเต่มีข้าวกิน รู้จักเผ่าลีซอ คนดอยเปลี่ยนวิถีเพื่อความอยู่รอด

คนเปลี่ยนวิถี ไม่ใช่วิถีเปลี่ยนตามคน! ไม่มีนา ไม่มีน้ำ เเต่มีข้าวกิน รู้จักเผ่าลีซอ กับข้าวของคนดอย ที่ซ่อนคุณภาพทุกเม็ด
ไม่มีนาเเต่มีข้าวกิน รู้จักเผ่าลีซอ คนดอยเปลี่ยนวิถีเพื่อความอยู่รอด

คนเหนือ หรือคนภาคกลางตอนล่าง มักจะคุ้นเคยกับวิถีชีวิตของคนชาติพันธุ์ของเเต่ละจังหวัด ซึ่งจะเเตกต่างกันไป อย่าเช่นที่จันจะพามาทำความรู้จักวันนี้ คือชนเผ่าลีซอ กับผลผลผลิตคุณภาพ อย่างข้าวเจ้าลีซอ

ตอนเเรกที่มาที่นี่ บนดอยเเม่เเตง จ.เชียงใหม่ จุดหมายของจันคือ การมาหาของคุณภาพเพื่อไปส่งถึงมือลูกเพจ เเละจันก็เจอกับ ข้าวเม็กลมสั้น ไม่ขัดสี ที่คนที่นี่เรียกมันว่า ข้าวเจ้าลีซอ ปลูกบนเขา ด้วยการปลูกอินทรีย์ ไม่ใช่สารเคมี

เเต่สิ่งที่จันตัดสินใจจะนำข้าวเจ้าลีซอมาขึ้นเชลฟ์ตลาดอีจีน นอกจากคุณภาพเเล้ว คือวิถีเเละกระบวนการเเต่ละขั้นตอน กว่าพวกเขาจะได้ข้าวออกมาเเต่ละกระสอบ เเต่ก่อนคนดอยมีนำผลผลิตที่ปลูกบนเขาได้ อย่างผักตามฤดูกาล หรือพริก ไปเเลกเอาข้าวในเมืองมากิน เเต่เดี๋ยวนี้วิถีเปลี่ยน เมื่อคนปรับตัว ไม่มีนาไม่มีน้ำ ก็ปลูกข้าวได้

ด้วยความที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 100 – 2,000 เมตร ทำให้ภูมิประเทศฃอื้อต่อความหลากหลายของพืชหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงข้าว ที่พวกเขาเรียกต่างกัน เเต่คนล้านนาคนเหนือจะเรียกว่าข้าวไร่ ข้าวดอย

แต่ละเผ่ามีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองต่างชนิดกัน และด้วยภาษาที่แตกต่างกัน ก็มีคำที่ใช้เรียกข้าวต่างกัน อย่างชาวปกาเกอะญอ ก็เรียกข้าวว่า ‘บือ’  ส่วนชาวลีซู หรือลีซอ ก็เรียกข้าวว่า ‘ดะ’ ในขณะที่ชาวพี่น้องล่าหู่เรียก ‘จะ’ ทั้งนี้แม้จะเป็นข้าวชนิดเดียวกันหากแต่ละเผ่าก็มีชื่อเรียกที่ต่างกันด้วย

ข้าวเจ้าลีซอเป็นข้าวอินทรีย์ ที่ใช้วิธีปลูกแบบดั้งเดิม ด้วยการหยอดหลุม เริ่มจากใช้ไม้ หรือเหล็กปลายแหลม กระทุ้งดินที่มีความชื้นเป็นหลุมลึก 2-3 ซม. ระยะห่างประมาณ 25-30 ซม. เสร็จแล้วนำข้าวที่แช่น้ำทิ้งไว้หยอดลงในหลุมละ 5-8 เมล็ด ถัวเฉลี่ยใน 1 ไร่ใช้พันธุ์ข้าวประมาณ 6-8 กก.

เป็นไปตามวิถีบรรพบุรุษที่ชาวลีซอทุกครอบครัวต้องปลูกข้าวไว้กินเองบ้าง ซึ่งข้าวที่ได้จะแบ่งเก็บเป็นสายพันธุ์ไว้ปลูกในฤดูต่อไป ส่วนที่เหลือจะนำไปคั่วอบให้แห้งแล้วตำด้วยครกโดยไม่ได้ใช้เครื่องจักรสีแต่อย่างใดด้วยวิธีโบราณนี้ ผิวสีขาวของข้าวใหม่ซึ่งอุดมไปด้วยประโยชน์จะไม่ถูกขัดออกไปจนมากเกิน นำไปหุงจะหอม และมีความเหนียวของยางข้าวเล็กน้อย รสชาติจึงเหมือนข้าวญี่ปุ่น นิยมกินกับไก่-หมู และผัดหรือต้มซดน้ำ แต่ก่อนจะกินเป็นอาหารมื้อแรกต้องนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษเสียก่อน ซึ่งขึ้นตอนนี้จันจะมาเล่าให้ลูกเพจฟังอีกครั้ง

เพราะวิถีของคนที่นี่ ไม่ธรรมดา มีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้ เเละควรรู้ เพื่อไม่ให้ผิดพิธีกรรมของเเต่ละชาติพันธ์

คลิปอีจัน แนะนำ

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co