ความรู้สึกนี้ กลั่นจากหัวใจ ทีมห่มดอยคลายหนาว

โครงการห่มดอยคลายหนาวจบ คนไม่จบ! ความรู้สึก “สุขเต็มหัวใจ” เรื่องราวความประทับใจอยู่ในความทรงจำไม่เคยลืม คิดถึงน้องๆจอปร่าคีเสมอ
ความรู้สึกนี้ กลั่นจากหัวใจ ทีมห่มดอยคลายหนาว

แม้การเดินทางของ #ห่มดอยคลายหนาว จะจบลงแล้ว แต่ความรู้สึกที่มีต่อ สถานที่ คน บรรยากาศ ที่นั่น ยังไม่จบ เพราะ #ลงใจ ไปเยอะมาก ยังคงเป็นความคิดถึงอยู่ในหัวใจเสมอ

บอกตรงๆว่า การเดินทางมาที่ โรงเรียนบ้านจอปร่าคี เป็นการเดินทางที่แสนลำบาก และใช้เวลาในการเดินทางที่ยาวนานมาก เกือบ 20 ชม. แม้มีอุปสรรคมากมายคอยขวางกั้น แต่เราก็ผ่านมาได้ จนนำความสุขมามอบให้กับเด็ก ๆ บ้านจ่อปร่าคี สำเร็จ การเดินทางที่ว่าเหนื่อยแล้ว เมื่อเจอหน้าเด็กมันกลับเปลี่ยนเป็นความสุข และเป็นความสุขที่มันยาวนานมาก

พี่อู๊ด ประธานมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน
พี่อู๊ด ประธานมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน

“โครงการห่มดอยคลายหนาวเพื่อน้อง เป็นโครงการที่ทางเราได้ทำทุก ๆปีอยู่แล้ว โครงการมีความสำคัญ คือ แบ่งเบาภาระครู ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร สนับสนุนระบบการศึกษาเด็กที่และเยาวชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เส้นทางแสนลำบาก หฤโหดแต่ไม่ลำบากเกินใจถ้าทีมและความสามัคคี ทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ ถามว่าได้อะไรจากโครงการนี้คือ ได้สนับสนุนการศึกษา ให้กำลังใจครูที่เสียสละอยู่บนดอย ความสามัคคีให้กับทีมเป็นสิ่งสำคัญ ได้น้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จากประชนชน ห้างร้าน บริษัทต่าง ๆ ที่สนับสนุนทั้งสิ่งของและปัจจัย ทำให้เราเห็นภาพรวมขนาดใหญ่ที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จ”

พี่อู๊ด ประธานมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน

“โครงการห่มดอยคลายหนาวเพื่อน้อง เป็นโครงการที่ทางเราได้ทำทุก ๆปีอยู่แล้ว โครงการมีความสำคัญ คือ แบ่งเบาภาระครู ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร สนับสนุนระบบการศึกษาเด็กที่และเยาวชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เส้นทางแสนลำบาก หฤโหดแต่ไม่ลำบากเกินใจถ้าทีมและความสามัคคี ทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ ถามว่าได้อะไรจากโครงการนี้คือ ได้สนับสนุนการศึกษา ให้กำลังใจครูที่เสียสละอยู่บนดอย ความสามัคคีให้กับทีมเป็นสิ่งสำคัญ ได้น้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จากประชนชน ห้างร้าน บริษัทต่าง ๆ ที่สนับสนุนทั้งสิ่งของและปัจจัย ทำให้เราเห็นภาพรวมขนาดใหญ่ที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จ”

พี่ หนุ่ม พี่หนุ่ม พี่โอ มูลนิธิเพชรเกษม

“เคยขึ้นมาสำรวจก่อนขึ้นมาวันจริง ครั้งที่แล้วขึ้นมาเจอเด็กนักเรียนบ้านไกลและเด็กนักเรียนของชาวจอปร่าคี ระยะเวลาการเดินทางจากแม่สะเรียงมาจอปร่าคีใช้รถโฟร์วิลล์ 5 คัน ใช้เวลา 9 ชั่วโมงถ้าไม่มีอุปสรรคความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่วันที่มาจริง รถเพิ่มขึ้นมาจาก 5 คันมาเป็น 17 คัน มีทั้งรถโฟร์วิลล์ และไม่ใช่รถโฟร์วิลล์ แต่แบกน้ำหนักเยอะ เพราะเราแบกทั้งแท็งก์น้ำ ท่อประปา อาหาร ข้าวสาร ขนม น้ำดื่มที่เอามาให้เด็ก ๆ รถยกสูงกลายมาเป็นรถเตี้ยเลย ทำให้การเดินทางที่เท่าเดิมกลายเป็นเพิ่มเวลาขึ้นจาก 9 ชม เป็น 18-20 ชม ทำให้เวลาเคลื่อน ตลอดเวลาของการเดินทางเราเจออุปสรรคตลอด ทั้งคมหินบาดยาง คลัทช์พัง คลัทช์ไหม้ รถเพลาหลุด “แต่ถามว่าทุกคนโอเคไหม ทุกคนโอเค”

ไปโครงการ #ห่มดอยคลายหนาว มาหลายรอบแล้ว โรงเรียนนี้เพิ่งจะมีทางเข้ามาแค่ 3 เดือนนี้เอง เราเลยเข้ามาสำรวจก่อน เพราะจะได้ทราบว่าครูต้องการอะไร เด็กต้องการอะไร เราก็จัดสรรหามาให้เป็นสื่อการเรียนการสอน เป็นข้าวสารอาหารแห้ง ให้เพียงพอการดำรงชีวิต มันมีนักเรียนบ้านไกลที่ไม่สามารถกลับบ้านได้ การเดินทางมาผมไม่เคยเสียดาย มีเท่าไหร่ผมให้ได้ กลับไปสร้างใหม่ได้ แต่เด็กที่นี่ไม่มีโอกาสได้ออกไปข้างนอก”

พี่ศักดิ์ มูลนิธิเพชรเกษม
พี่ศักดิ์ มูลนิธิเพชรเกษม

“ ทำไมถึงอยากมาที่นี่ ? เพราะเราตั้งความหวังไว้แล้ว ว่าจะมาช่วยให้ได้ เรามาเราเจออุปสรรค เราช่วยกันแก้ไข จากหัวหินมาแม่สะเรียงไม่เจอปัญหาเลย แต่พอขึ้นดอย เริ่มมีปัญหาเกิด ยางรั่ว รถเตี้ยไปรถขูดหิน ติดขัดสน รถขึ้นดอยกำลังไม่พอต้องใช้คนช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆ ตลอดทาง แต่ดีที่ว่าเรามีอุปกรณ์มาครบที่ติดรถมาด้วย นี่ก็เป็นปีที่ 2 แล้ว ร่วมโครงการห่มดอย ที่อีจันกับเพชรเกษมทำมา แต่พี่ทำอาสาแบบนี้มาแล้ว 10 กว่าปีแล้ว ” พี่ศักดิ์ กล่าว

พี่รงค์ มูลนิธิเพชรเกษม
พี่รงค์ มูลนิธิเพชรเกษม

“ความรู้สึกตอนเข้ามา รู้สึกเหนื่อยกับปัญหากับการเดินทาง แต่พอเข้ามาถึงโรงเรียน สิ่งที่เราเหนื่อยมันคุ้มค่ามาก ได้รับการต้อนรับจากเด็ก ๆ ตี 1-2 เด็กๆมาต้อนรับคณะ ซึ่งปกติคณะต้องมาถึงตอนกลางวัน แต่เพราะรถเสียระหว่างทางจนต้องทิ้งรถในป่า บอกกับตัวเอง แต่ยังไงก็ต้องมาให้ถึงโรงเรียนให้ได้ เพราะเด็ก ๆรออยู่

แต่พอมาถึงความเหนื่อยหายเพราะเด็ก ๆ พวกเขาดีอกดีใจ เป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่ามาก ๆ เราเป็นคณะที่ใหญ่มาก ๆ ไม่มีใครกล้าบ้าบิ่น กล้าเข้ามาเหมือนทีมงานของพวกเรา ยากแค่ไหนเราจะเข้าจะหาที่ยากๆเราจะไป ที่ห่างไกลความเจริญเพื่อเอาของดี ๆสิ่งดี ๆไปให้เด็ก ๆ เป็นอุดมการณ์ วัตถุประสงค์ที่เราทำทริปแบบนี้ขึ้นมาเดินทางกว่า 20 ชม. จากตัวอำเภอแม่สะเรียง ความเหนื่อยก็หายไปแล้ว จากที่ได้เห็นหน้าเด็กๆ”

พี่เซียน มูลนิธิเพชรเกษม
พี่เซียน มูลนิธิเพชรเกษม

“มันแลกกันไม่ได้กับสิ่งที่เราทำ หลายๆคนเคยตั้งคำถามว่า ทำแล้วได้อะไร เพราะการเดินทางมันลำบาก แต่ถ้าผมถามย้อนกลับไปว่าคุณมีโอกาสได้ทำไหม? เมื่อเราคิดจะให้เราคิดจะช่วยเรามาช่วยตรงนี้ดีกว่าไหม มันเป็นสิ่งที่ของแต่ละอย่างมาถึงเขาไม่เสียหายไม่ว่าจะเป็นของกินเสื้อผ้า ของเล่นของใช้ต่าง ๆที่คนพื้นล่าง ไม่ใช้แล้วแต่มาที่นี่ มันมีความหมาย ผมยอมเป็นหนี้เพราะซื้อรถใหม่ แลกกับความสุขใจเพราะเด็กเฝ้าคอย พอรู้ว่าจะมีคณะเข้ามายืนรอ เราวิ่งผ่านหมู่บ้านที่เราเข้ามา มีเด็กยืนข้างทางยกมือไหว้ตลอดทางที่เข้ามาทำให้รู้ว่าคนที่นี่ จริงใจไม่แสแสร้ง”

พี่ปู มูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษม
พี่ปู มูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษม

“ความรู้สึก ทำไมที่ต้องมา เพราะรอบแรกที่มาดูเด็ก ๆ อยู่ลำบากกว่าที่กว่าที่เราเคยพบเคยเห็น น้องแต่ละคนขนาดทานอาหารหมูชิ้นเดียวฉีกแยกเป็นชิ้นๆมาเป็นกับข้าว เพราะกลัวไม่พอ”

พี่ปู มูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษม

พี่น้ำ มูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษม
พี่น้ำ มูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษม

“ ทางมันโหดจริง เพราะทางชัน เลี้ยวหักมุม ต้องถอยหลัง เพราะ ถ้าพลาดคือเหว คือจบ เหนื่อยแต่เพื่อเด็ก ๆ ต้องช่วยกันต้องเป็นหนึ่งเดียว ต้องผ่านไปให้ได้ แต่เมื่อเราต้องมาให้ถึงโรงเรียนบ้านจอปร่าคี ได้เห็นเด็ก ๆ ดีใจ แค่นี้ก็มีความสุขและดีใจที่ได้มา”

พี่น้ำ มูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษม

โกอิ๋ว จิตอาสา
โกอิ๋ว จิตอาสา

“มาสำรวจ 1 ครั้ง และครั้งนี้ ครั้งที่ 2 รู้สึกเหมือนเดิม คือดีใจ ที่ได้มาช่วยเด็ก ๆที่ไม่เคยมีโอกาส ได้กิน ได้ใช้ ของบางอย่างที่หลายๆคนใช้ทิ้งใช้ขว้าง แต่สำหรับเด็ก ๆ ที่นี่คือได้กินได้ใช้ ทุกคนมีความสุข เราก็มีความสุขถึงจะเป็นเพียงเวลาสั้น ๆ แต่เราทำด้วยใจจริง ๆ”

นี่แค่ส่วนหนึ่ง ของความรู้สึก ของสมาชิก ห่มดอยคลายหนาว

ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ทุกคนได้รับรู้ว่า #มันสุขอยู่เต็มหัวใจ ไม่รู้จะอธิบายภาพยังไงให้เท่ากับตาที่เห็น ว่าเด็กๆมีความสุขมากแค่ไหน ถึงจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่เรารับรู้ได้ว่าทุกคนทำเต็มที่มาก เพื่อน้อง เพื่อครู เพื่อชาวบ้าน #จ่อปราคี

ความทรงจำนี้จะไม่ลืม^^

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co