มีจริง โรคจับผิดแกมม่าคนอื่น จนทำให้คนไทยไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ

สาเหตุที่คนไทยภาษาอังกฤษไม่ไปไหน เพราะมีคนเป็นโรคจับผิดแกรมม่าคนอื่น ทั้งที่ฟังรู้เรื่อง แต่ก็ขอบูลลี่ก่อน
 มีจริง โรคจับผิดแกมม่าคนอื่น จนทำให้คนไทยไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ

กลายเป็นดราม่าจนได้ ลังจากสาวสวยมากความสามารถอย่า อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ และรองอันดับ 1 มินแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2022 หลังจากที่เธอได้พูดภาษาอังกฤษในรอบสปีช หัวข้อ "Stop the War and Violence"

ซึ่งเธอเผยความในใจออกมาเป็นภาษาอังกฤษ และแปลความหมายได้ว่า "สงครามรัสเซียและยูเครน ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อใคร การเปลี่ยนแปลงเริ่มได้ที่ตัวเรา เริ่มจากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่ง เริ่มจากการยิ้มให้แก่กัน หยุดทำสงครามในวันนี้ ฉันหวังว่ารัสเซีย จะหยุดรุกรานยูเครน"

ซึ่งการตอบของอิงฟ้า ก็สร้างความปริ่มใจให้แฟนนางงามอย่างล้นหลาม เพราะเธอมุ่งมั่น และเตรียมตัวมาดีมาก

แต่ๆๆ ก็มิวายมีคนจับผิด ว่าอิงฟ้าตบไม่รู้เรื่อง ใช้แกรมม่าผิด แถมบางคอมเมนต์ยังบอกว่าอายที่ใช้ศัพท์ง่ายๆแบบนี้

ล่าสุดเจ้าของเพจ ตุ๊ด Review ออกมาโพสต์เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า

"สาเหตุที่คนไทย ไม่มีวันเก่งภาษาอังกฤษ เพราะเราเน้นจับผิด ไม่เน้นให้คุณค่าการพัฒนากัน"

ขอเกริ่นว่า เราไม่ติ่งอิงฟ้าเลย อยากพูดปัญหาของคนไทยเป็นประเด็นสำคัญ และนี่ไม่ใช่การออกมาปกป้องนางงามตัวอิงฟ้า เกี่ยวกับการพูดภาษาอังกฤษบนเวที #MissGrandInternational2022 ที่มีดราม่าไกลไปถึงเวียดนาม ว่าไม่สมมงรองหนึ่ง เพราะไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่เราอยากมีชวนคุยจากประเด็นนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เกี่ยวกับมุมมองทางภาษาของคนไทย ที่มีต่อการมองคนอื่น

-เรามองว่า จริงๆการประกวดเวทีโลก ก็มีให้เลือกช่องทางว่าอยากจะใช้ล่าม หรือพูดเอง ซึ่งทางตัวนางงามเลือกสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง แม้ไม่ใช่ native speaker ส่วนตัวเรา เรามองว่าควรภูมิใจในตัวนางงามที่พยายามใช้ภาษาอังกฤษของเธออย่างดีที่สุด ไม่ใช่ตำหนิเหยียด เพราะเธอต้องการพูดจากใจ และกล้าที่จะพูดมันอย่างมั่นใจ

-เราเชื่อว่าคนที่วิจารณ์เธอหลายคน เอาไมค์มาจ่อตัวเองบ้าง จะทำได้แบบเธอไหม? ก็อาจจะไม่ แต่การพูดตำหนิคนอื่น มันง่ายกว่าทำเอง และมันเป็นการชี้ให้เห็นว่าเราไม่ใช่สังคมที่ส่งเสริม ชื่นชมความสามารถ และให้เกียรติกันเท่าไหร่ เราเป็นสังคมแห่งการเหยียบย่ำกันมากกว่า

-ส่วนตัวมองว่า Correctness สำคัญ แต่ถ้าคนฟัง ฟังรู้เรื่องกัน เข้าใจว่าเขาสื่อสารอะไร มันจบแล้ว จริงๆภาษาเป็นแค่ทักษะที่ใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสาร มันคือสื่อสารรู้เรื่อง ตรงตามเป้าประสงค์ของผู้พูดหรือไม่ ดังนั้น ถ้าทั้งโลกเข้าใจ นั่นก็เป็นปัญหาส่วนบุคคลที่ไม่พึงพอใจในความ "ไม่เป๊ะ" ของนางงาม

-เราสามารถช่วยแก้ไขได้ วิจารณ์ได้ และแนะนำได้ เรายังเชื่อแบบนั้น ติเพื่อก่อ เราทำได้เสมอ และมันอยู่ในรูปแบบที่หวังดี หรือแก้ไขให้เป็นสิ่งที่อยากแนะนำเพื่อต่อยอด ไม่ใช่การเหยียด เช่น สำนวนที่อิงฟ้าใช้ได้เลยใน speech นี้ ซึ่งใช้กันทั่วโลกแทน make love คือ "Make love, not war" เป็นสโลแกนต่อต้านสงครามที่มักเกี่ยวข้องกับการต่อต้านของอเมริกาในทศวรรษ 1960 ถูกใช้เป็นสากลโดยผู้ที่ต่อต้านสงครามเวียดนาม แต่เป็นข้อความที่นิยมต่อไปใช้ในบริบทการต่อต้านสงครามอื่นๆ ตั้งแต่บัดนั้นไปทั่วโลก

- มันมีโรคแบบนี้อยู่จริงๆคือ โรคจับผิดแกรมม่าคนอื่น Grammatical Pedantry Syndrome คือ โรคของผู้ป่วยที่ทนไม่ได้ เวลาเห็นใครพูดแกรมมาร์ผิด ทั้งๆที่สื่อสารเข้าใจ และจับผิดในเชิงเหยียด ไม่ได้จับผิดเพราะความหวังดี คิดว่าคนไทยคงเป็นกันเยอะเลยนะ เพราะเรามักจับผิดการพูดภาษาอังกฤษของคนไทยด้วยกันเองอยู่เสมอ

- เราคิดว่า การเรียนภาษาอังกฤษของคนไทย เป็นวิธีการเรียนที่ผิด และเราส่งเสริมการจับผิด การ Bully ทำให้คนไทยไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ เราไปเคร่งเรื่องแกรมมาร์ เพราะเราเรียนหลักไวยากรณ์ก่อน ไม่ได้คิดแบบ mother tongue เจ้าของภาษาจริงๆ เขาเรียนเหมือนชีวิตเด็กแรกเกิดตามพัฒนาการ ต้องเริ่มจาก "ทักษะฟัง" ผู้ใหญ่พูดตอนเป็นทารก ตามด้วย "ทักษะพูด" ฝึกพูดตาม ยังไม่ต้องสนแกรมมาร์ เรียนรู้คำศัพท์ผ่านชีวิตประจำวัน แล้วค่อยใส่หลักภาษาเข้าไป แต่ไทยเราไม่ได้ภาษาอังกฤษแบบนั้น หลักสูตรไทย เราเริ่มจากหลักไวยากรณ์ และใช้การจับผิดความถูกต้อง ความเป๊ะของคนใช้งาน ทำให้คนไทยไม่สามารถพัฒนาภาษาอังกฤษได้ดีเสียที

- มองย้อนกลับมาที่ประยุทธ์ ที่โดนเรื่องภาษาอยู่บ่อยครั้ง เราว่าต่างจากอิงฟ้า เราคิดว่ากรณีประยุทธ์คือเขาพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ และควรใช้ล่ามไปเลย ในฐานะของ Spokesperson ของประเทศ ของอิงฟ้าเขาสื่อสารได้ และทำออกมาสง่างามมากทีเดียว คนฟัง get message แต่ของประยุทธ์มันต้องการล่ามไปเลย เพราะ "ความเข้าใจของคนรับสาร" เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราแคร์ เราวัดที่เข้าใจ หรือไม่เข้าใจก่อน มันเลยเป็นคนละกรณี และไม่ใช่การเลือกปฏิบัติด่าประยุทธ์ แต่ไม่ด่าอิงฟ้า อันนี้คนละเรื่องกันครับ

- เมื่อไหร่คนไทยจะกล้าพูดภาษาอังกฤษ? เราจะกล้าพูด ก็ต่อเมื่อ เราเลิกจับผิดกัน เหยียดกันเอง ตำหนิด่าทอกันเอง ให้โอกาสการพัฒนาการฝึกฝน และมองเห็นศักยภาพ ให้คุณค่ากับการพัฒนาปรับปรุง และหมั่นเป็นกำลังใจให้กัน ให้เรากล้าพูดโดยที่ไม่ต้องกลัวให้ได้ก่อน ที่เรายังกลัวพูด เพราะเรากลัวผิด แล้วทำไมเรากลัวผิด? เพราะทุกครั้งที่ผิด คนไทยไม่ได้น่ารักกับการเรียนภาษาอังกฤษ เราเน้น bully มากกว่าให้คำชม หรือแนะนำอย่างหวังดี มันทำให้เราถอยหลัง ในขณะที่เราพูดผิดใส่ฝรั่ง เขาไม่เคยมานั่งจับผิดเรา มีแต่พยายาม support เข้าใจเรา และช่วยแนะนำแก้ไขให้เราว่าที่ถูกคือประมาณนี้ คุณจะบอกแบบนี้ใช่ไหม?

ในขณะที่ฝรั่งพยายามจะเข้าใจเรา คนไทยเราเอาภาษาอังกฤษมาเหยียดตำหนิคนอื่น ที่ไม่ดีพอดั่งใจตัวเอง เราเลยไม่เคยพัฒนาไปไหนเลยครับ

- เรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่น่าหดหู่คือ ทุกครั้งที่มีฝรั่งมาเรียนรู้ภาษาไทย แล้วพูดผิดพูดถูก คนไทยไปชื่นชม ปรบมือ เอ็นดู น่ารักจังที่เขาพยายามพูด แต่พอเราเห็นคนไทยพยายามพูดภาษาอังกฤษ แล้วทำไมออกมาทรงตรงกันข้ามกับที่เราทำกับฝรั่ง ลองถามใจตัวเองดูว่า หรือจริงๆเราเองจ้องมองจับผิดเฉพาะคนไทยพูดภาษาอังกฤษในแบบไหน เป็นแบบนั้นอยู่รึเปล่า? ถ้าใช่ เป็นแบบนั้นอยู่ ก็เลิกนะครับ

- สุดท้ายนี้ อิงฟ้าควรเป็นมาแรงบันดาลใจในการให้คนไทย หันมาใช้ภาษาอังกฤษ กล้าใช้โดยที่ไม่กลัวผิดพลาด ชื่นชมเธอ และผลักดันให้เด็กไทยได้ฝึกฝน และเราควรร่วมยินดีกับความสำเร็จของเธอ ยินดีด้วยกับรองอันดับ 1 เล็กพริกขี้หนู ที่สู้ด้วยศักยภาพตัวเองจริงๆ บนเวทีระดับโลก หมั่นปรบมือ ภูมิใจกับความสำเร็จของคนอื่นดูนะครับ แล้วใช้ชีวิตจับผิดคนอื่นให้น้อยลง จะมีความสุขมากขึ้นครับ

เจ้าของภาษาเขาไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย เราคนไทยในฐานะผู้เอาภาษาเขามาใช้กลับเหยียบกันเอง

ก่อนทิ้งท้าย

"อยากเปลี่ยนแปลงประเทศ พัฒนาทักษะ ให้ใครกล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ เลิกลดค่านิยมของการห้ามผิด ห้ามทำเดี๋ยวผิด เลิก Bully กันให้ได้ก่อน แล้วสังคมไทยจะพัฒนาขึ้นอีกเยอะเลยครับ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co