กบ อนุสรา โวยโดน หลอกซื้อบ้าน - ลงทุนหุ้น เสียหลายล้าน

กบ อนุสรา -สามี โวยโดน หลอกซื้อบ้านหรู 55 ล้าน - ลงทุนหุ้นทางด่วน เสียหลายล้าน เผยมีเหยื่ออีกเพียบ
กบ อนุสรา โวยโดน หลอกซื้อบ้าน - ลงทุนหุ้น เสียหลายล้าน

หายหน้าจากวงการบันเทิงไปนานสำหรับอดีตนางเอกดัง กบ อนุสรา เจ้าของฉายา นางเอกเจ้าน้ำตา ที่เคยโด่งดังในยุค 80 ล่าสุดงานเข้าไปเต็มๆเมื่อเจอสาววัย 26 ปี ทำเนียนเป็นไฮโซ หลอกซื้อบ้านหรู 55 ล้าน แถมยังชวนให้ร่วม ลงทุนหุ้นทางด่วน จนเสียหายหลายล้าน โดยเจ้าตัวได้เปิดใจในรายการ ถกไม่เถียง แบบหมดเปลือก กบ อนุสรา เล่าว่า

ภาพจากรายการ ถกไม่เถียง

“บ้านหลังนี้ซื้อมาตอนแรกก็คิดว่าจะมาอยู่ แต่ก็ไม่ได้อยู่เพราะอยู่บ้านอีกหลังในกรุงเทพฯ จึงคิดว่าจะขาย ก็เลยให้เอเจนซี่มาช่วยดูแล โดยเงื่อนไขของเราคือ ถ้าคนไม่มีเงิน เข้าแบงก์ไม่ได้ เรายินดีพาไปแบงก์ให้ แต่สาวคนนี้อยากจะเช่า ซึ่งเราไม่มีนโยบายปล่อยเช่าบ้าน เราก็เสนอว่าถ้าพี่ขาย เราเสนอให้ดาวน์ 5 ล้านบาท โดยเขาก็บอกว่าปกติเขาเช่าบ้านเดือนละ 2 แสนอยู่แล้ว บวกกับมีการเล่นหุ้นด้วย จึงตกลงซื้อขายกันแต่เป็นในลักษณะเงินผ่อนราคา 55 ล้านบาท เราเลยคิดว่าถ้าเขาจะผ่อนเราเดือนละ 3 แสน ไม่น่ามีปัญหา ก็เลยลดหย่อนให้เขาดาวน์แค่ล้านเดียว ด้วยความที่เราเห็นเขาเป็นเด็ก เราก็ให้โอกาสเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เขาอยากให้แม่อยู่สบาย เราเห็นว่าเขามีรายได้จากการเล่นหุ้นจริงๆ เล่นเก่ง เราก็เลยคิดว่าเขาไม่น่ามีปัญหา”

"แต่จากนั้นสาวคนนี้กลับจ่ายเงินดาวน์ 3 แสนบาท จากที่ตกลงไว้ 1 ล้านบาท และเข้ามาอยู่ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 และเริ่มมีปัญหาตอนเดือนที่ 3 เขาเริ่มบ่ายเบี่ยง ขอจ่ายแค่แสนเดียวได้ไหม เราก็เห็นว่าเขาน่ารัก พูดจาดี เราไม่ค่อยทันเขาด้วย ก็เลยยอมให้จ่ายแสนเดียวก็ได้ แล้วค่อยทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ เขาผิดเงื่อนไขกับเราหมดเลย เบ็ดเสร็จแล้วเราได้มาแค่ล้านเดียว ล่าสุดคุยกันในไลน์เขาบอกขอเวลาอีกเดือนนึงได้ไหม ขอเวลาในการเก็บของย้ายออก แต่เราไม่ยอมแล้วค่ะ เราต้องการให้เขาออกเลย”

ภาพจากรายการ ถกไม่เถียง

ทั้งนี้ ธเนตร วงษา สามีของ กบ อนุสรา ก็ตกเป็นหนึ่งในผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนหุ้น สูญเงิน 5.7 ล้านบาท โดยสามีของกบเผยว่า “เขาชวนลงทุนหุ้น IPO ทางด่วนก่อนเข้าตลาด เขาบอกเขาได้โควต้า ก็เลยมาเสนอให้เรา ซื้อด้วย ซึ่งก่อนที่เขาจะมาซื้อบ้าน เราก็ไปสืบประวัติเขาดู เห็นว่าเขาก็อยู่บ้านหลังใหญ่ เช่าอยู่เดือนละ 2 แสน แถมเล่นหุ้นด้วย เราก็เลยเชื่อใจ ตอนแรกลงทุนไป 5 ล้าน ปรากฎว่าขาดทุนไป 7 แสน แต่เราก็ยังเล่นต่อ เทรดไป เทรดมากลายเป็นลงทุนไป 10 ล้าน เสียหายไปทั้งหมด 6.7 ล้าน แต่เขายืนยันว่าจะจ่ายคืนเรา 5.7 ล้าน ซึ่งตอนนี้ ก็ยังไม่ได้คืนสักบาท”

อย่างไรก็ดี ฬเมศ เครือครองสุข (เมศ) อีกหนึ่งในผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า

“ตนเองเป็นเพื่อนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับสาวคนนี้ เคยเรียนห้องเดียวกันแต่ก็ไม่ได้สนิทกัน เขาก็ปกติดี ไม่ได้อวดรวยอะไร พอหลังจากจบมหาวิทยาลัยมา เราก็ยังถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับเขาตามประสาเพื่อนกัน แต่พอติดต่อกันมาเรื่อยๆ เขาก็คุยให้ฟังว่าเขาเลี้ยงดูครอบครัว ส่งเสียตัวเองเรียน เขาก็เลยมาชวนเราลงทุนหุ้น IPO เราก็เห็นว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะลงทุน เราก็ไม่ได้มีประสบการณ์เล่นหุ้น เลยปรึกษาเขา เขาก็บอกเราว่าเขามีประสบการณ์ เล่นยังไงก็ได้ชัวร์ โดยแนะนำเราให้ลงทุน 1 ล้าน โดยบอกเราว่าจะได้กำไร 6 ล้าน เขาอ้างว่าเป็นหุ้น IPO ทางด่วน หุ้นจะเข้ามาก่อนตลาดจริง เราก็ไปปรึกษาคุณพ่อ เพื่อขอเงินมาลงทุน ทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกผิดมาก เพราะมันเป็นเงินลงทุนที่ผมไม่ได้หามาเอง ผมยังต้องขอพ่อแม่อยู่ แต่ตอนนั้นผมก็คิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีนะที่เราจะได้ลงทุนแล้วได้กำไรมหาศาล แต่พอมาโดนหลอกไปแบบนี้ก็เลยรู้สึกผิดมาก”

โดย สมชาย เครือครองสุข พ่อของ ฬเมศ เผยว่า

“ทีแรกตัวผมบอกลูกชายว่าจะไว้ใจกันได้เหรอ แต่ลูกชายบอกว่าเรียนห้องเดียวกันมา ผมเลยคิดว่าเพื่อนก็คือเพื่อน ก็เลยแล้วแต่ลูกตัดสินใจ และให้เงินลูกไปลงทุนหุ้น 1 ล้าน โดยลูกชายโอนเงินเข้าบัญชีเขา เพราะเราไม่ได้เล่นหุ้น ก็เลยไม่มีพอร์ตของตัวเอง ไม่รู้เรื่องหุ้นอยู่แล้ว เขาก็ให้วางมัดจำ 5 หมื่นบ้าง 1.2 แสนบ้าง จนครบแล้ว หลังจากนั้นก็มีวิธีการตอดเงินของเราไปเรื่อยๆ เขาก็อ้างว่าต้องเสียภาษีพอร์ต ถ้าไม่ได้จะโดนยึดเงินนะ เหมือนบีบบังคับเรา หลังจากนั้นก็มีลักษณะนี้มาอีกเรื่อยๆ โดนเบ็ดเสร็จไปทั้งหมด 3 ล้านบาท ตอนแรกก็เครียดนะ แต่ตอนนี้เลิกเครียดแล้ว ไม่อยากได้เงินคืนแล้ว อยากให้เขาเข้าคุกอย่างเดียวเลย”

ภาพจากรายการ ถกไม่เถียง

นอกจากนี้ สมชาย ยังเล่าต่ออีกว่า

“เขาบอกว่าจะมีการจ่ายเงินก้อนนึง แต่ด้วยเวลาที่ค่อนข้างบีบ เราหาเงินไม่ทัน เขาก็เลยออกตัวว่าจะช่วยจัดการให้ บอกว่าจะเอาทองจากที่บ้านเขามาช่วยโปะไปก่อน เขาบอกว่าเงินก้อนนี้จะช่วยรักษาพอร์ตเอาไว้ ถ้าไม่มีเงินมาโปะโดนยึดพอร์ตแน่ ซึ่งเขาจะชอบโทรมาเอาเงินช่วงบ่าย 3 ครึ่ง บอกต้องรีบเอาเงินมาภายในครึ่ง ชม. นะ ซึ่งเขาก็จะบีบให้เราจ่ายให้ทันเวลาทุกครั้ง สำหรับเงินที่เขาบอกว่าเขาเอาทองที่บ้านตัวเองมาช่วยลูกเรา เขาบอกว่าเขาขโมยทองที่บ้านไปขาย เราก็เลยต้องวิ่งไปหาซื้อทองมาคืนเขา ก่อนหน้านี้เราเอ็นดูเขานะ เรียกเขาว่าลูก เพราะเห็นว่าเขาเป็นเพื่อนลูกเราไง แต่ตอนนี้ยังไงผมก็ต้องเอาเขาเข้าคุกให้ได้ครับ คุกแน่นอน”

ด้าน กบ อนุสรา เผยว่า

"พยายามคุยด้วยดีๆ กับเขามาตลอด แต่เขาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคุย ตอนนี้เขาก็ยังอยู่บ้านของเราไม่ยอมออกไปไหน ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่จ่าย ตอนนี้บิล 7 หมื่นแล้ว เราต้องเป็นคนจ่ายเอง เพราะบิล เป็นชื่อเรา แถมยังไปแจ้งสายตรวจให้มาจับเรา เราถามว่ามาทำไมคะ ตำรวจบอกคนในบ้านแจ้งให้มาดูข้อหารุกล้ำหน้าบ้าน”

ธเนตร สามีกบ เล่าเสริมว่า

“เมื่อวันที่ 12 ก.ย. เราเชิญนักข่าวไปแถลงเรื่องนี้ที่หน้าบ้าน เขาก็เลยติดต่อกระทรวงยุติธรรม อยากไกล่เกลี่ย แต่เราคงไม่ไกล่เกลี่ยแล้ว เรารอมานานมากแล้ว ไม่ยอมคืนเงืนสักที คือตอนนี้มันเหมือนมีโจรอยู่ในบ้านเรา แต่เราทำอะไรไม่ได้ ถ้าเรารอตามขั้นตอนศาล มันยังต้องรออีก 5-6 เดือน แล้วลองคิดดูว่าถ้าเขายังทำแบบนี้ต่อไป เขาจะหลอกคนอื่นได้อีกเท่าไหร่ เราไปแจ้งความและจะอายัดเงินเขา ไปดูบัญชีปรากฏเขามีเงินแค่ 20 บาท”

ด้าน ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ทนายความชื่อดัง เผยถึงกรณีที่สาวแสบคนนี้ว่า

"ยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ เพราะโดยหลักของสัญญาเขายังอยู่ได้ การที่เขาผิดสัญญากับเรา เราก็ยังไม่มีสิทธิเข้าไปในบ้านอยู่ดี เพราะสิทธิการครอบครองอยู่ที่คนเช่า เพราะเขายังไม่คืนสิทธิการครอบครองให้เรา แม้กรรมสิทธิ์จะเป็นของคุณกบก็ตาม อันนี้ต้องระวังเรื่องกฎหมายด้วย ถ้าเขาผิดสัญญา ก็ต้องไปฟ้องศาล แล้วทำตามขั้นตอน ส่วนเรื่องการลงทุน แบ่งเป็น 2 อย่าง คือการหลอกธรรมดา กับ หลอกฉ้อโกง ทีนี้ก็ต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าเขาให้คุณธเนตรไปชวนคนมาร่วมลงทุนหรือไม่ การหลอกฉ้อโกงก็จะมีโทษหนักกว่า”

ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า

“กรณีนี้ต้องดำเนินไปตามกฎหมาย แจ้งยกเลิกสัญญา แล้วเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม อะไรที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ คุณกบ ก็สามารถไปใช้กรรมสิทธิ์ที่อยู่ตรงนั้นได้ ทั้งน้ำ ไฟ เป็นของคุณกบหรือไม่ ถ้าเขาไม่จ่ายค่าน้ำค่าไฟ แล้วเราจะไปจ่ายให้เขาทำไมครับ เพราะถ้าเขาไม่จ่าย ทางการไฟฟ้าก็จะมายกมิเตอร์ไป ส่วนเรื่องที่สาวคนนั้นเคยบอกว่าจะให้กระทรวงยุติธรรมช่วยไกล่เกลี่ยนั้น หลักการของกระทรวงยุติธรรม ถ้ามีคนมาร้องมาที่กระทรวงฯ เราจะเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยให้ทั้ง 2 ฝ่าย หรือกรณีที่มีข้อพิพาทเราก็จะดำเนินการให้อยู่ดีครับ ในกรณีที่มีผู้เสียหายมากๆ ก็มาร้องที่กระทรวงยุติธรรมได้ครับ ซึ่งถ้ามีผู้เสียหายเยอะ มีการหลอกลวงประชาชนจำนวนมาก ทางกระทรวงฯ ก็จะสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมาดำเนินการควบคู่ไปครับ”

ภาพจากรายการ ถกไม่เถียง

เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะไม่จบลงง่ายๆ คงต้องให้เป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ต่อไป หากมีอะไรคืบหน้า รวมถึงในเรื่องของคดี แอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ

คลิปอีจันแนะนำ
มดดำ คชาภา ขอโทษ นิชคุณ-แบมแบม ผ่านไลฟ์สดใน IG
อีจัน
www.ejan.co