ครูไพบูลย์ เคลียร์ใจหลังฟ้องร้องอดีตภรรยา เอ๋ มิรา

ครูไพบูลย์ แสงเดือน และทนายความ ธีระพงษ์ ศรีจันทะ ออกมาเคลียร์ประเด็นการฟ้องร้อง อดีตภรรยา เอ๋ มิรา ในรายการโหนกระแส
ครูไพบูลย์ เคลียร์ใจหลังฟ้องร้องอดีตภรรยา เอ๋ มิรา

จากประเด็นดราม่ากรณีดัง “ครูไพบูลย์ แสงเดือน” อดีตสามี “เอ๋ มิรา” ที่ยังมีการฟ้องร้องกันไปมาหาข้อยุติไม่ได้ ล่าสุดฝ่ายครูไพบูลย์ ประกาศเตรียมฟ้องใครบางคน 20 ล้าน ทางด้าน เอ๋ มิรา ก็ไก้ฟ้องอดีตสามีกลับคดีพรากผู้เยาว์ และเรียกร้องให้แบ่งสินสมรส 20 ล้าน ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่มีวันจบง่ายๆ แต่ในวันนี้ ครูไพบูลย์ และทนายความ ธีระพงษ์ ศรีจันทะ ก็พร้อมเคลียร์ทุกประเด็นปัญหา ในรายการโหนกระแส

ภาพจาก​ Face​book มิรา​ ชลวิรัลวานิศร์

ได้คุยกันสักที

ไพบูลย์ : (หัวเราะ) 3 ปีแล้ว

ตกลงเรื่องราวที่เกิด ที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไร กับเอ๋ยังคุยอยู่ไหม?

ไพบูลย์ : หลังจากที่เป็นประเด็นที่เขามารับลูกไป ก็ไม่ได้คุยกันเลย เพราะส่วนของเขา บล็อกเฟซ บล็อกไลน์ บล็อกเบอร์ เราจบมา 3 ปีแล้ว เรื่องทุกอย่างลงเอยกันด้วยดีตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เราเคลียร์จบตั้งแต่ 3 ปี ตกลงกันด้วยดี ว่าผมเป็นคนเลี้ยงลูก เขาจะไปเรียน และทำงาน ผมก็ส่งเสียในส่วนที่เขาเรียกร้อง

ขอย้อนกลับไป เอ๋ มิรา บอกว่า ณ ตอนที่ เลิกกัน ครูไป นอกใจ คบกับกระต่าย และไม่ได้บอกเธอ เธอพยายามถามว่าคบกันหรือเปล่า ครูบอกว่าไม่ใช่ แต่ถ้ากระต่ายไปคุยกับใคร ครูจะเสียใจร้องห่มร้องไห้ จะเป็นจะตาย มันคืออะไร?

ไพบูลย์ : ตรงนี้ไม่ใช่ ไม่ใช่แค่น้องกระต่ายนะ ช่วงเวลานั้นผมดูแลเด็กหลายคน

มีเมียหลายคนเหรอหรืออย่างไร?

ไพบูลย์ หมายถึงดูแลนักเรียน เอามาปั้นทำเพลง ผมเป็นครูฝ่ายกิจกรรม เด็กๆ อยู่ในบ้านผม ไปกลับศุกร์เสาร์อาทิตย์ ในส่วนที่เขาคิด ไม่เป็นความจริงซะทุกเรื่องไป แล้ว หลักฐาน สิ่งที่ผมทำหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ยืนยันได้ เราค่อยมาว่ากัน ในส่วนข้อมูลความจริง และอยู่ใน กระบวนการยุติธรรม สำหรับผม ผมเป็นผู้ชายพูดอะไรก็ไม่ได้ พูดไปก็ผิด ไม่พูดยิ่งผิด

เอ๋ เขาบอกว่าเขาถูกกล่าวหาว่ามี ชู้ เลยต้องเลิกกับครู?

ไพบูลย์ : ตอนนั้นมันชัดเจนอยู่แล้ว เขามาขอเลิกเอง ตอนนั้นเราคลอนแคลน เขากล่าวหาผม ผมกล่าวหาเขา มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเราสองคน เป็นเรื่องในบ้านมาเลย ผมก็หึง ผมรักของผม ผมหึง ส่วนเขาพูดกับผู้ชายคนอื่น ในฐานะที่ตอนนั้นเรายังไม่ได้หย่ากัน เราจะ หย่า ในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นมา ด้วยการกล่าวหา แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันจบไปแล้ว ตั้งแต่ 3 ปี ต่างคนต่างลบ จบทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว

คุณ เอ๋ มาออก โหนกระแส?

ไพบูลย์ : ต้องย้อนไป 1 สิงหาคม วันนั้นผมออกมาแถลงข่าวเปิดตัวครอบครัวของผมกับภรรยาใหม่ ในการยอมรับ ว่าเรา ท้องก่อนแต่ง จริง เรายอมรับในส่วนนี้ แต่ไม่แน่ใจ แล้วหลังจากนั้นมา ฝั่งเขาก็มีการโพสต์อะไรต่างๆ แล้วไม่แน่ใจว่าใครพาเขามาออกรายการ ก็ปะทุขึ้นมา

ขอถามแบบลูกผู้ชาย วันที่คบ เอ๋ มิรา คบกระต่ายด้วยไหม?

ไพบูลย์ : ไม่ ยืนยันครับ และเราก็มี หลักฐาน ทุกอย่างที่เราทำงาน และคุยกับแม่เขาตลอดเวลา ทุกครั้งที่ไปงานหรือทำอะไรเราไม่ได้ไปกับเขาแค่สองคน เขาก็ไปกับแม่

ตอนนั้นเขาลือว่าครูเป็นสมภารกินไก่วัด?

ไพบูลย์ : ยืนยันว่าไม่ใช่ ณ เวลานั้นเราเพิ่งรับงาน ผมตื่นเต้นมากกับการที่เราจะได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว เขาก็รู้เพราะเขาไปงานกับผม และเขาก็บอกว่าเขาไม่สบาย หลังไปยืนไลฟ์สดกับผมบ่อยๆ เพราะตอนนั้นเราเน้นประชาสัมพันธ์อย่างเดียว ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้น้องเขาดัง เธอก็บอกว่าไม่สบาย นอนโรงพยาบาล วันที่ไปผมก็ชวนเขาทุกครั้ง

มาถึงกรณีครู ฟ้องร้อง เอ๋ มิรา ที่มาออก โหนกระแส ฟ้อง คดี อะไร?

ทนาย : หมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณา เรียกค่าเสียหาย จริงๆ การฟ้องเราฟ้องมีโจทก์สองคน คนแรกคือครูไพบูลย์ เรียกค่าเสียหาย 1 ล้าน สองน้องกระต่าย เรียกค่าเสียหายอีก 1 ล้าน

เอ๋โดน 2 ล้าน หมิ่นประมาท ตรงไหน?

ทนาย : ข้อเท็จจริงที่เขามายืนยันในรายการ

ไพบูลย์ : วันที่ 1 ที่ผมออกมาแถลงข่าวแล้ว ผมไม่ได้พาดพิงถึงเขาเลย ผมพูดตลอดว่าเราจบกันแล้วเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้ผมพูดถึงปัจจุบัน ผมมีครอบครัวใหม่ ผมยอมรับว่าผม ท้องก่อนแต่ง กับน้อง เราคบหากัน เป็นแฟนกันโดยที่ผู้ใหญ่ยินยอมและรู้เห็นกัน ก็เป็นครอบครัวคนอีสานบ้านๆ คุยกัน พูดคุยเรื่องการหมั้นและจดทะเบียนสมรสกันด้วย

เอ๋ที่มาออก ต้องการยืนยันข้อเท็จจริงว่าเธอไม่ได้มีผู้ชายคนอื่น ไม่ได้มีชู้ แต่กลายเป็นว่าทางฝั่งครูนั่นแหละมีคนอื่น วันนี้เธอพ้นข้อครหาแล้ว แต่มีการพาดพิงถึงครูกับ กระต่าย เลยมีการฟ้องร้องตรงนี้?

ไพบูลย์ : ใช่ครับ เอาตรงๆ เมื่อ 3 ปีที่แล้วไม่มีใครไปด่าไปพาดพิงเขาเลย ไม่มีแฟนคลับใดๆ ไม่มีการไปปลุกระดม เราทำงานอย่างเดียว เอาตรงๆ ผมยังคุยกับเขา ตั้งแต่ หย่า กัน ในวันต่อมาก็คุยและเป็นห่วง ล่าสุดก็ยังเป็นห่วงเขาถึงปีนี้ ผมยังดูแลและช่วยเหลือ ไม่เคยทอดทิ้ง เพราะเขาคือแม่ของลูกผม

ภาพจาก​ Face​book ไพบูลย์​ แสงเดือน

ดูแลอย่างไร?

ไพบูลย์ : ให้ตังค์ครับ เพราะเขาและหลายๆ คนไปให้สัมภาษณ์ว่าผมให้เขาแค่แสนเดียวในวัน หย่า ถูกต้องครับวัน หย่า ผมให้แสนเดียว เพราะผมหาได้แค่นั้นจริงๆ ในวันนั้น ผมก็ไม่มีเงิน เพราะผมยื่นใบลาออกจากราชการไว้แล้ว ยื่นก่อนจะเกิดประเด็นร้อนแรงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะผมพูดว่าผมอยากออกมาทำธุรกิจ จดบริษัท มันก็จบไป จบตรงนั้นไปแล้วก็ให้ได้แค่นั้น แล้วหลังจากนั้นก็ช่วยเหลือตลอด มันเกินจากที่เขาพูดมาทั้งหมดครับ

หลังคุณฟ้องหมิ่นประมาท 1 ล้าน กระต่ายฟ้อง 1 ล้าน เอ๋เขาฟ้องกลับกรณี พรากผู้เยาว์ ทนายมองอย่างไร?

ทนาย : เขาใช้สิทธิ์ของเขาในการแจ้งความร้องทุกข์ ล่าสุดเราได้ไปรับทราบข้อกล่าวหามาแล้วที่สถานีตำรวจภูธรศรีบุญเรือง

แล้ว คดี เป็นไปในทิศทางไหน เขาบอกครูได้เขาตอน 16 ตอนแรกมีการสู้กันว่าพ่อแม่ยินยอม พ่อแม่ตกลงให้คบหา อันนี้ถือว่าโมฆะกันไปเรื่อง พรากผู้เยาว์ แต่มุมกลับแม่เขาบอกว่าไม่ได้ยกให้?

ทนาย : ก็เป็นสิทธิ์ของแม่เขาที่จะกล่าวหา

เขาโพสต์ว่ามีการไกล่เกลี่ย ครูจะให้เงิน 1 แสน เป็นค่าเสียหายจ่ายค่าเลี้ยงดู ถ้าผิดสัญญา ต้องชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ นานา มาทำข้อตกลงนี้ไว้ จะสู้เขาได้ไหม มีเรื่องละเมิดสัญญาไปแล้ว?

ทนาย : ขอถามพี่หนุ่มกลับ ทราบเลยใช่ไหมครับว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด เอกสารตัวนี้อีกฝ่ายเอาออกมาเปิดเผย แต่สิทธิ์ของแม่เขา จะใช้สิทธิ์เราไม่ว่ากัน แต่ข้อเท็จจริงทุกอย่างตอนนี้อยู่ในชั้นสอบสวน กระบวนการยุติธรรม เราได้ไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เมื่อเรื่องนี้อยู่ กระบวกการยุติธรรม ก็ขอให้ทุกอย่างอยู่ที่ กระบวนการยุติธรรมก่อน

มีลายเซ็น มีพยานหมดเลย จะไม่เดือดร้อนใช่ไหม?

ทนาย : ไม่เป็นไร ไปว่ากันในชั้นของศาลดีกว่า ผมมองว่าศาลจะให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย

เขาบอกว่าหลัง หย่า คุณให้เขาหนึ่งแสน แล้วไม่ได้ทำตามสัญญาที่จะมอบโน่นนี่ ให้เงินโน่นนี่เลย?

ไพบูลย์ : หลังวัน หย่า ก็ให้หนึ่งแสน เพราะหาได้เท่านั้น แต่ที่เหลือก็ทยอยให้ ที่เอามาคือสเตตเมนต์คร่าวๆ ที่โอนเงินให้ นี่ล่าสุด 8 ม.ค. 64 ที่ผมให้เขาไปเปิดร้านเสริมสวย

มีหกหมื่นบาท ต่อมาสองหมื่นบาท ในวันที่ 28 เดือนตุลาคม ปี 2020 มีสองหมื่นห้าพันบาท มีหนึ่งหมื่น ให้เขามาตลอด?

ไพบูลย์ : ถูกต้องครับ และมีมากกว่านั้น ทั้งเงินสด และบัญชีที่ผมให้ ผมช่วยเหลือเขาตลอด แม้กระทั่งเขาไปต่างประเทศ ผมพยายามติดต่อให้เขากลับมาเพื่อเลี้ยงลูก ผมก็โอนค่าเครื่องบินกลับ มาถึงบ้านก็โอนให้อีก เพื่อให้เขาดูแลลูก เพราะตอนนั้นผมงานเยอะจริงๆ ผมไปคอนเสิร์ตกับน้อง เพราะผมเป็นผู้จัดด้วยต้องดูแลทุกอย่าง เดือนหนึ่งกลับบ้านไม่ถึงสองครั้ง บางครั้งไม่ได้กลับเลย ผมขอร้อง ผมตามตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี ผมตามเขาตลอด อยากให้เขากลับมา

ตามเขาทำไม อยากให้กลับมาอยู่กับเราเหรอ?

ไพบูลย์ : ใช่ครับ

แล้วกระต่ายล่ะ?

ไพบูลย์ : ตอนนั้นผมไม่ได้มีอะไรกับ กระต่าย นี่ครับ

แล้วเห็นบอกว่าตอนมีกระต่าย อยากให้เขากลับมาอีก จริงไหม?

ไพบูลย์ : ไม่ครับ จริงๆ แล้วเราคุยกันเป็นเพื่อน เป็นพี่ ที่ปรึกษา เพราะทุกครั้งที่เขามีปัญหาเขาติดต่อผมก่อน ผมไม่สามารถติดต่อเขาได้นะครับ

เพราะเปิดตัวกระต่าย ทำให้เธอเสียใจ?

ไพบูลย์ : เขาก็พูดตลอดว่าไม่เอาครูแล้ว เพราะต่างคนต่างเริ่มต้นใหม่ ช่วงแรกผมไม่ทราบว่าเขามีแฟนหรือไม่มี เอาตรงๆ ผมมาหาเขาแทบทุกเดือน ระหว่าง หย่า ไปแล้ว และได้ช่วยเหลือ

ฟ้อง ครูประจักษ์ชัย 20 ล้าน ?

ทนาย : เราไม่ยืนยันว่าฟ้องใคร แต่เราฟ้องจริง ข้อหาหมิ่นประมาท

เขาว่าคุณลูกชิ้น คุณฟ้องจริงไหม?

ไพบูลย์ : มันฟ้องไม่ได้หรอกครับถ้าตามกฎหมาย ผมมองว่าเป็นเรื่องตลกด้วยซ้ำไป (หัวเราะ) ผมมองว่าการคิด พิจารณาของแต่ละคนมันต่างกัน ซึ่งสังคมไม่สามารถคัดกรองได้ว่าทุกคนคิดเหมือนกัน เขาอาจจะชอบผม เขาอาจจะไม่ชอบผม บางคนหน้าตาดี แต่กลับโดนคนไม่ชอบก็มี แต่บางคนหน้าตาไม่ดีเลย แต่กลับเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่รักของใครหลายคน เราไม่สามารถห้ามใครได้

อะไรคือ ลูกชิ้น ?

ไพบูลย์ : ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เขาอาจดูที่หน้าตาผมหรือเปล่า อยากให้ดูว่าคล้ายที่เขาพูดไหม เหมือน ลูกชิ้น มีหูด้วย ตอนนี้ผมคุยกับเพื่อนๆ กำลังจะทำโรงงานผลิต ลูกชิ้น มีหูครับ ผมทำจริงครับ และไม่รู้ว่าต้นเหตุตรงนั้นมาจากไหน บางทีได้ดูก็หัวเราะตัวเองนะ ผมว่าอาจเกิดจากความไม่ชอบก็ได้ หาอะไรเปรียบเทียบเพื่อให้รู้ว่าไม่ต้องพูดถึงไม่ต้องเอ่ยชื่อมัน แต่เอาตัวนี้มาแทน มันเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบว่าไอ้นี่หน้ากลม หน้าแบน มีหูด้วยเหมือน ลูกชิ้น อะไรสักอย่างหนึ่ง เกิดเพราะความไม่ชอบ เราไม่สามารถห้ามเขาได้ มีผมโพสต์หยอกๆ เล่นๆ ว่าใครมาด่าผมลูกชิ้นมีหูระวังนะ ผมจะฟ้อง มันเป็นไปไม่ได้ จะไปฟ้องใครได้ ผมโพสต์ตลก ขบขัน มีมุก แต่หลังจากนั้นผมไม่กล้าโพสต์ตลกอีกเลยครับ

ทนาย : ตรงนี้คือการบูลลี่มากกว่า ถ้าด่าเฉยๆ ฟ้องไม่ได้อยู่แล้ว แต่ส่วนที่ผ่านมาเขาเงียบมาตลอดแต่โดนด่าสารพัด จนสุดท้ายเขาต้องใช้สิทธิ์เรื่องทางศาล ผมว่าดีนะ เราออกมาปกป้องชื่อเสียงตัวเอง

ไม่ใช่เอะอะ ฟ้อง ดูวุ่นวายในชีวิตเกินไปหรือเปล่า ถ้าไปจ้างคุณเป็น ทนาย คุณได้ตังค์หรือเปล่า?

ทนาย : ขอละไว้ในส่วนตรงนี้ การที่เขาใช้สิทธิ์ทางศาลผมมองว่าเป็นเรื่องดี เป็นการปกป้องตัวเขาเอง ครอบครัว น้อง กระต่าย

ถ้ามองว่าในเมื่อเราเป็นคนของประชาชน เราต้องยอมรับในสิ่งที่เขาเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เหมือนคนลงรูปในโซเชียลก็ต้องยอมรับว่าผลที่ตามมาคืออะไร?

ทนาย : คนของประชาชนแต่ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เขาจะพูดหรือด่าได้ ลูกชิ้นด่าได้ แต่ถ้าไปลงลึกละเมิดสิทธิ์เขา ไปด่าเช่นเป็นครูไม่ดี ครูเลว ส่วนสมภารกินไก่วัดเป็นคำเปรียบเปรย

แล้วกินไหม?

ไพบูลย์ : ไม่ครับ ผมอยู่กับนักเรียน และพาเขาทำกิจกรรมมาก ถ้าผมเป็นแบบนี้ ทำไมผมไม่โดนตัดสินตั้งแต่ผมรับราชการครู ไม่ว่าจะลาออกหรืออะไรก็ไม่เกี่ยวกับตรงนี้

ทนาย : เด็กผู้ชายคนหนึ่งเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ขอพูดหยาบๆ ว่าพ่อก็ชิงตายไปก่อน น้องเขาก็ใฝ่ดี ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ ได้เรียนจนจบป.ตรี ครุศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มหาวิทยาลับราชภัฎเลย สอบบรรจุราชการครู เรียนต่อป.โท ที่รามคำแหง ปัจจุบันทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ แต่สังคมไม่ให้ความสนใจเรื่องนี้ แต่มาสนใจเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่

มันเป็นธรรมดาแหละ คนในวงการก็โดนหมดแหละ มีไม่กี่คนที่หายใจยังผิด ตกลง ฟ้อง ประจักษ์ชัย หรือเปล่า 20 ล้าน ?

ทนาย : ขออนุญาตไม่ยืนยันข้อเท็จจริงว่า ฟ้อง ใคร ณ ตอนนี้เราได้ยื่น ฟ้อง หมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณา ทุนทรัพย์ 20 ล้าน บาท แต่ที่เป็นประเด็นเพราะตัวผมโพสต์หน้าคำ ฟ้อง แต่ไม่ได้ระบุว่าฟ้องใคร

ไม่ได้ ฟ้อง ผมนะ?

ไพบูลย์ : ฟ้อง พี่หนุ่มไม่ได้หรอกครับ ไม่รักไม่มาหรอกครับ

ครู ประจักษ์ชัย ตอนนี้ไม่ได้ลงดีเทลว่า ฟ้อง ใคร แต่ฟ้องคนๆ หนึ่งไป 20 ล้าน ส่วนอาจารย์ ประจักษ์ชัย บอกเขาโดนฟ้องแน่ก็สิทธิ์ของเขา หมายถึงเขาหรือเปล่า?

ทนาย : ตัวจำเลยอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง ให้เขาได้รับหมายแล้วค่อยว่ากัน

เอ๋ มิรา อยู่ในสาย สิ่งที่ เอ๋ พูด อาจเป็นหลักฐานในชั้นศาล จะพูดอะไรต้องคิดด้วยนะ ต้องเตือนไว้ก่อน ครูบอกว่าไม่ได้ พรากผู้เยาว์ คุณมองยังไงที่ไปฟ้องเขา?

เอ๋ : ตอนนี้พยานหลักฐาน ตามที่หนูได้แจ้งความไปตามที่เป็นข่าว เขาจะปฏิเสธยังไงก็สิทธิ์ของเขา หนูไม่อยากไปพูดว่าเรื่องจริงหรือไม่จริง เพราะหลักฐานมันก็มีอยู่แล้วค่ะ

เขาโอนเงินให้คุณตลอด ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดว่าโอนให้แค่แสนเดียวตอนหย่าแล้วจบไป เขามีหลักฐานให้ดูด้วย?

เอ๋ : อย่างที่เขาบอกว่าโอนตังค์ให้หนูตลอด แสดงว่ามันไม่ได้จบตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว 3 ปีที่ผ่านมาคุณยังติดต่อกับเรา ทำให้เราเจ็บใจอยู่ตลอด ตอนที่หนูไปต่างประเทศ ไปเกาหลีที่เขาบอกว่าโอนตังค์ให้หนู เขาโอนตังค์จริงค่ะ เขาบอกว่าหนูมาอยู่เกาหลีแล้ว เขาบอกว่ากลับมาหาพี่ได้ไหม ตอนนั้นเขาทะเลาะกับ กระต่าย เขาโอนตังค์ให้หนู เพราะหนูบอกว่าหนูมีหนี้ที่ต้องใช้ให้ยาย 6 หมื่น เขาเลยโอนให้หนู 8 หมื่นรวมค่าเครื่องบินด้วยและใช้หนี้ให้ยาย เขาบอกว่าถ้ากลับมาจะเอาหนูคืน จะกลับมาเป็นครอบครัว หนูก็เลยตัดสินใจกลับมา พอกลับมาแล้วก็เป็นเหมือนเดิม เขาก็ยังอยู่กับเด็กคนนี้ และปล่อยปละละเลยหนูเหมือนเดิม หนูก็รู้สึกว่าทำไมต้องทำร้ายหนูซ้ำๆ หนูอุตส่าห์กลับมาจากต่างประเทศ ถ้าไม่กลับมาหนูอาจมีทุกอย่างแล้วก็ได้ หนูหลงเชื่อคำพูดของเขา

เอ๋กลับมาหาเขาเหรอ?

เอ๋ : ใช่ค่ะ ทั้งที่เขามีต่ายอยู่แล้ว เพราะเขาบอกว่าจะเลิกกับเด็กคนนี้ ตลอดที่ผ่านมาทุกครั้งที่เขาทะเลาะกับเด็กคนนี้ เขาจะร้องไห้มาหาหนู

ครู อย่างไร?

เอ๋ : จะรับความจริงได้ไหมถ้าเราพูด

ไพบูลย์ : มันรู้อยู่แก่ใจของเขา

เอ๋ : ใช่ คุณรู้อยู่แก่ใจ

ไพบูลย์ : มันไม่ได้เกี่ยวกับเขา มันเรื่องเราสองคนนะ

เอ๋ : ถ้าเรื่องของเราสองคนจะไม่จบแบบนี้

ไพบูลย์ : มันจบแล้ว เธอย้อนไปดูเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

เอ๋ : 3 ปีที่แล้วเธอบอกจบแต่เธอมาโพสต์ว่าเรามีชู้

ไพบูลย์ : เธอย้อนไปดู เราต่างโพสต์ว่ากัน ตอนนั้นต่างคลอนแคลน หนูขอหย่ากับพี่เอง

เอ๋ : ใช่ เอ๋เป็นคนขอหย่าเพราะว่าคุณบอกว่าคุณมีอะไรกับต่าย ถ้าคุณบอกว่าคุณทะเลาะกับเรา คุณคลอนแคลนกับเรา คุณไปเอากับคนอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกระต่ายก็ได้ ทำไมต้องเป็นเด็กคนนี้ ซึ่งมันทำให้เราเจ็บปวดมาก เพราะเราเลี้ยงดูเด็กคนนี้มา

ไพบูลย์ ไม่จริง ตั้งสติพูดใหม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับใครเลย

เอ๋ : มึงบอกว่ามึงได้กับเขาทำไม

ไพบูลย์ : ไม่ได้พูดอย่างนั้นเลย

เอ๋ : ให้มึงตาย เอามั้ย

ใจเย็นๆ นะ

ไพบูลย์ : ก็เป็นแบบนี้

เอ๋ : ไม่ขอให้เขาตายก็ได้ หนูขอให้เขาฉิบหายตรงนี้เลย

ไม่ฟ้องเขานะ?

ไพบูลย์ : ไม่ฟ้องแน่นอน ผมเข้าใจ

เอ๋ : ช่วงปีใหม่ก่อนกระต่ายมีลูก เขาก็มาขอให้หนูมีลูกให้เขา เขาบอกกระต่ายไม่เหมาะเป็นแม่ของลูก เขาบอกให้หนูมีลูกได้ไหม หนูบอกว่าไม่ได้เพราะหนูไม่ได้รักแล้ว คุณเห็นแก่ตัวเกินไป จะให้เราไปอยู่ในฐานะอะไร เราไม่ได้อยากเป็นเมียน้อย

ไพบูลย์ : ตั้งสตินะ แต่สำหรับผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ผมไม่ฟ้องเขาแล้ว

ที่ออก โหนกระแส ยังจะฟ้องไหม?

ไพบูลย์ : เพราะตอนนั้นผมนิ่งตลอด นักข่าวโทรไปทุกวัน ผมบอกว่าผมพอแล้วผมอยากจบ ผ่านไปหนึ่งเดือนกว่าก็ให้สื่อ ให้ข่าว ให้สัมภาษณ์ตลอดเวลา ผมเสียหาย

เอ๋ : ก็คุณบอกคุณจบ แต่คุณไม่ได้ขอโทษเรา แต่คุณไปขอเอฟซี เอฟซีไม่ได้โดนกระทำนะ

ไพบูลย์ : พี่ขอโทษเอ๋นะ (ยกมือไหว้) จะให้ขอโทษเรื่องอะไร

เอ๋ : ขนาดขอโทษเรื่องอะไร คุณยังไม่รู้เลย คุณไม่ได้สำนึกไม่ต้องขอโทษเรา เราไม่ได้ต้องการแล้ว

ไพบูลย์ : เธอก็รู้อยู่แก่ใจ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะใคร ใครเป็นต้นเหตุ ผมไม่เกี่ยวกับคนอื่น สิ่งที่ผมพูดและทำเกี่ยวกับอดีตภรรยา มันจบไปแล้วเมื่อสามปีที่แล้ว ผมย้ำอยู่ตลอดเวลา

ครูพยายามบอกจบไปนานแล้ว มีชีวิตใหม่แล้วกับทางฝั่งต่าย เอ๋น่าจะเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?

ไพบูลย์ : สิ่งที่ผมช่วยเหลือด้วยความหวังดี ปรารถนาดี เขาก็รู้อยู่ตลอดเพราะผมหวังดี ตอนแรกผมตามอยู่ปีสองปี

กลับไป กระต่าย จะตบครูไหม?

ไพบูลย์ : ไม่ครับ เพราะห้วงเวลานั้นเราไม่ได้ตกลง ไม่มีการลงเอยว่าจะเป็นแฟนกัน เขาก็มีแฟนของเขา

เขาบอกคบกระต่ายครูก็ตามเขาจะกลับไปหาเขาอีก?

ไพบูลย์ : ไม่ครับเป็นเรื่องหลังปี 61 มาแล้ว ผมพยายามติดต่อ ยื้อทุกอย่าง ยื้อทุกวิถีทาง

เอ๋ : คุณยื้อตลอด เพราะบอกว่ากระต่ายเป็นเหมือนเราไม่ได้

ไพบูลย์ : มันไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่น เข้าใจไหม

เอ๋ : แล้วคุณมาร้องไห้อยากตาย บอกว่าเด็กคนนี้มีผัวใหม่ คุณบอกเราว่าพี่เอาเงินไปให้เขา แล้วเขาเอาไปให้คนใหม่แล้วคุณก็ร้องไห้

ไพบูลย์ : มันไม่ใช่แล้ว ทุกบาทก็อยู่กับพี่นี่แหละ จะเอาเงินให้เขาได้อย่างไร

วันนี้เรามีทางไกล่เกลี่ย หรือพูดคุยมุมไหนที่ไม่ต้องมาฟ้องร้องกันได้ไหม หรือถอนไปทั้งคู่ อยู่อย่างสันติได้ไหม?

ไพบูลย์ : ได้ครับ อยากให้เป็นอย่างนั้นมาก ตอนนี้รู้สึกยินดี และดีใจที่เขาประสบความสำเร็จ มีงานมีเงิน เขาจะเลี้ยงลูกหรือผมเลี้ยง เราไม่โฟกัส แต่เราจะโฟกัสตรงที่เราเป็นพ่อเป็นแม่ที่ดีของลูกเราแค่นั้น

มีโอกาสไกล่เกลี่ยไหม มีจุดตรงไหนจะลงได้ไหม?

เอ๋ : พี่หนุ่มถามเขาสิคะว่าเขาจะเอาอย่างไร

ไพบูลย์ : พี่ตอบไปแล้ว ทุกอย่างจบที่เรา คุยกันได้ทั้งหมดแหละ

เอ๋ : คุณอยากจบไหม

ไพบูลย์ : อยากจบครับ

เอ๋ : คุณอยากจบอย่างไร ถามก่อน คุณจะทำอย่างไรให้มันจบ

เอ๋อยากให้จบแบบไหน?

เอ๋ : หนูแล้วแต่เขาเลยว่าเขาอยากจบแบบไหน ถ้าเขาทำให้หนูพอใจว่าสิ่งที่เขาทำหนูมามันสมควรที่จะจบ

ไพบูลย์ : เธอต้องแยกก่อน สามปีที่แล้วเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว พี่ไม่ไปติดต่อหนู พี่มีกระต่ายก็เลิกติดต่อแล้ว พี่ก็ดูแลครอบครัวใหม่ เธอก็มีครอบครัว แต่ตอนนี้เราเป็นพ่อแม่ที่ดีของสายแนน เธอก็รู้ว่าพี่รักสายแนนมากแค่ไหน

เอ๋ : มันไม่เกี่ยวกับลูก มันเกี่ยวกับเราสองคน

ไพบูลย์ : ก็หมายถึงเราสองคน เธอต้องการอะไร แล้วที่ฟ้องมา เอาค่าเลี้ยงดู เดือนละ 2 หมื่นบาท 20 ปีหรือจนกว่าลูกจะบรรลุนิติภาวะ พี่ไม่เข้าใจว่าคิดอย่างไร

เราให้ได้ไหม?

ไพบูลย์ : บอกตรงๆ ก่อนคบกระต่าย ผมบอกให้เขามาอยู่บ้านเลี้ยงลูก ผมจะดูแลทุกอย่าง แต่เธอบอกจะไปเรียน ไปทำงาน ตรงนั้นผมก็ไม่ได้ว่า

เอ๋ : เราจะไปอยู่ได้อย่างไร คุณให้เราเดือนละ 2 หมื่นไปเลี้ยงลูก แต่คุณไปกับเด็กนั่น ใครจะรับได้ ถามหน่อย

ไพบูลย์ : เราไปทำงาน

เอ๋ : ทำงานเราก็บอกคนอื่นได้ถูกไหม ตลอดสามปีที่ผ่านมาทุกคนเชื่อคุณ เพราะคุณบอกไปทำงาน ไม่มีใครเชื่อเรา จนวันนี้เมียใหม่คุณมีลูก คนถึงเชื่อเรา ตอนเขาเลิกกับหนู เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไรกับกระต่าย

ไพบูลย์ : ก็เราไม่ได้มีอะไรกัน จะให้พูดว่าอย่างไร

เอ๋ : ถ้าไม่ได้กันแล้วคุณมาบอกได้อย่างไร

ไพบูลย์ : ใครไปบอกว่าได้กัน

เอ๋ : มึงนั่นแหละ

ใจเย็นๆ คนดูอยู่เยอะ?

ไพบูลย์ : เอาอย่างนี้ เอ๋จะให้ทำอย่างไร ทุกอย่างพอแล้วสำหรับเราสองคน มันควรเป็นพ่อเป็นแม่ที่ดี เป็นพี่เป็นน้องที่ดี

เอ๋ : ถ้าวันนั้นเราไป โหนกระแส เราพูดว่าเราเจ็บปวดอย่างไรบ้าง เราโดนคุณทำอะไรบ้าง แทนที่คุณจะขอโทษเรา เอาลูกมาให้เราเลี้ยง แทนที่คุณจะดูแลเรากับลูก แต่คุณกลับมาฟ้องเรา

ไพบูลย์ : แต่เธอไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด เธอพูดแต่ฝ่ายเดียวของเธอไง เธอพูดแต่สิ่งที่เธอรู้สึกไง

เอ๋ : เอ๋อยากพูดตั้งแต่ต้นจนจบ แต่รายการมีเวลาแค่นั้น

ไพบูลย์ : พี่ก็อยากพูดตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนกันแหละครับ มันไม่มีที่จบ ผมอยากจบมาก

ตอนนี้จบอย่างไร เอ๋ อยากให้เขาทำอะไร อยากให้ขอโทษ ตั้งโต๊ะแถลงหรือถอนฟ้อง มีธงในใจอย่างไร?

เอ๋ : ให้เขามาเคลียร์กับหนูเองค่ะ แต่ตลอดเวลาที่เอฟซีถามเขาว่าคุณไม่ไปเคลียร์กับเอ๋ เขาบอกว่ารอหนูไปเคลียร์กับเขา แต่หนูไม่ได้ผิดจะรอหนูไปเคลียร์ได้อย่างไร แทนที่เขาจะมาเคลียร์กับหนู

ไพบูลย์ : ช่องทางที่จะติดต่อเธอ ช่องทางไหน เธอบล็อกพี่ทั้งหมด

เอ๋ : คุณบอกคุณไม่มีช่องทางติดต่อเรา แล้ววันนั้นคุณเอาเฟซแม่บ้านมาคุยกับเราได้อย่างไร คุณบล็อกเรา

ไพบูลย์ : ใครคือแม่บ้าน ที่บ้านไม่มีแม่บ้าน

เอ๋ : แม่บ้านคุณคือใคร แล้วมาถามเรา

ไพบูลย์ : ที่บ้านผมไม่มีแม่บ้าน มีแต่ย่าสายแนน คือแม่ผม

แม่บ้านคือใคร?

เอ๋ : คนดูแลครอบครัว คือย่าของเขาค่ะ ก็เป็นป้าอ้อยของคุณ แทนที่จะคุยกับเรา แล้วคุณมาบล็อกทำไม

ไพบูลย์ : แล้วไปบอกคนอื่นว่าเป็นแม่บ้านทำไม

เอ๋ : ถ้าไม่เป็นแม่บ้าน แล้วทำไมซักเสื้อผ้าให้มึงล่ะ

ทั้งเอ๋ ทั้งครูไปเจอกัน และนั่งคุยเคลียร์กัน จะมีโอกาสจบไหม?

เอ๋ : ก็ลองดูค่ะว่าจะเคลียร์กับหนูอย่างไร ต้องเข้าใจหนูด้วย ตอนนั้นหนูขอแค่คำขอโทษ แต่ตอนนี้หนูขอคำขอโทษไม่ได้แล้ว เพราะผู้ใหญ่ที่ดูแลหนูถูกเขาทำให้เสียหายไปหมดทุกคนแล้ว

ไพบูลย์ : ใครเสียหายกว่ากัน พี่ถามก่อน แม้แต่การทำงานก็กระทบ แม้แต่ยูทูป พี่โดนคนไปด่า ไม่ได้ทำงานในยูทูปมาเดือนหนึ่งแล้ว คนว่าลูกชิ้นไม่เท่าไหร่ แต่การไปตั้งกลุ่มแก๊งเพื่อมาทำคอมเมนต์ มีการบอกกันด้วยว่าทำเฟซอวตารสิ จะได้ด่าแล้วไม่โดนฟ้อง มีด้วยเหรอครับแบบนี้ ทำไมไม่จบไป

เอ๋ : มันเป็นกรรมที่ต้องรับสิ

ไพบูลย์ : มันจะเป็นกรรมได้อย่างไร ถามหน่อยทุกคนล้วนมีกรรม ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ดีและไม่ดี กรรมคืออะไร ใครกระทำดีก็ได้ดี ใครทำไม่ก็ไม่ได้ดี แล้วพี่ผิดอะไร

เอ๋ : พี่ถึงได้ฉิบหาย

ไพบูลย์ : คนทำให้เราไม่ดีหรือเปล่า เพราะอิจฉาหรือเปล่า

ทนาย : คดีที่ฟ้องไปศาลจังหวัดเลย นัดไกล่เกลี่ย 2 พฤศจิการยน ถ้าน้องประสงค์จะไกล่เกลี่ยก็ยินดี ทางศาลก็นัดไกล่เกลี่ยก่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องอยู่แล้ว

เอ๋ฟ้องพรากผู้เยาว์?

ทนาย : ก็เป็นสิทธิ์ครับ

เอ๋จะดำเนินคดีถึงที่สุด?

เอ๋ : ใช่ค่ะ

ประจักษ์ชัยน่าจะโดนฟ้อง 20 ล้าน แต่ฝั่งนี้ไม่เปิดว่าฟ้องใคร แต่ศรชี้ไปทางนั้น?

เอ๋ : ตอนนี้หนูว่าจะฟ้องเรื่องสินสมรสค่ะ

ไพบูลย์ : ตอนนี้ที่ผมได้รับก็มีฟ้องพรากผู้เยาว์ เพิกถอนการเลี้ยงดูบุตร และเรียกค่าเลี้ยงดู

ลูกอยู่กับใคร?

ไพบูลย์ : เขาเพิ่งมารับกลางเดือนกันยายน ที่ผมลงว่าคิดถึงลูก เพราะผมชอบอยู่กับลูก เขาบอกลูกไม่ได้นอนกับผม สาเหตุเพราะผมทำงานหนัก บางวันต้องทำงานห้องอัด เขาก็มานอนเฝ้าผม ผมสงสารเลยให้นอนกับย่า

เอ๋ : ลูกบอกเอ๋ว่าตอนกระต่ายท้องโต ลูกไม่มีที่นอน คุณบอกว่ามันเบียดกัน

ไพบูลย์ : ไม่เกี่ยวกัน พี่ทำงานดึกก็รู้ สายแนนไม่อยากให้นอนดึก ไปย้อนดูเฟซบุ๊กผม จะไลฟ์สดกับลูกบ่อยมาก ไม่ชอบโพสต์อะไรเกี่ยวกับลูก แต่ชอบพาเขาทำกิจกรรม

เอ๋ : เราไม่เคยบอกว่าคุณเป็นพ่อไม่ดีคุณเป็นพ่อที่ดี คุณเป็นผัวที่เลว คุณเข้าใจไหม

ไพบูลย์ : อ่ะ ว่ามา

อย่าไปฟ้องเขานะ?

ไพบูลย์ : ไม่ครับ ผมพอแล้ว

ทนาย : ถ้าอยากจบจริง ไปเจอที่ศาล 2 พฤศจิกายน ไปไกล่เกลี่ยกันดีกว่า เพื่อทุกอย่างจะได้จบ

ไพบูลย์ : สองอาทิตย์ก่อนผมก็ไปหาเขา ไปเล่นกับลูก เขาอยู่แต่เราไม่ได้คุยกัน วันนั้นก็ร้องไห้ ได้แต่จูบหน้าผากลูกบอกว่าพ่อคิดถึงลูกนะ

เอ๋ยืนยันว่าถูกกล่าวหาว่ามีชู้ เลยมาออกรายการเพื่อบอกว่าไม่ใช่มีชู้ ฝั่งครูไพบูลย์เปิดเผยภรรยาคนใหม่?

เอ๋ : ใช่ค่ะ ตอนเขาบอกว่าหนูโพสต์ หนูมีครอบครัวใหม่แล้ว หนูอยากรู้ว่าเขาพูดความจริงไหม สุดท้ายเขาเห็นหนูโพสต์ว่าอย่ามายุ่งกับครอบครัวหนู เขาเลยพูดว่าเขาเลิกกับหนูโดยดี แล้วมาคบกับกระต่าย ตอนดูแถลงการณ์หนูร้องไห้เลย ทำไมพูดเอาดีเข้าตัว

ยังรักเขาอยู่?

เอ๋ : ไม่ค่ะ มันเจ็บมาก ไม่รู้จะพรรณนาความเจ็บนี้อย่างไร ไม่ได้เจ็บ 3 ปีที่แล้วแต่เจ็บทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็มาหาและเล่าเรื่องเด็กผู้หญิงคนนี้ให้ฟังตลอด

ไพบูลย์ : แต่หลังจากอยู่กับกระต่าย ต้นปี 63 ที่เริ่มใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังเดียวกัน ช่วงนั้นผมไม่ค่อยได้คุยกับเอ๋ แต่ผมก็ช่วยนะ เขามีอะไรผมก็ช่วย เพราะผมอยู่ในพาร์ทชีวิตที่เป็นครอบครัวใหม่ของผมแล้ว

พ้อยท์มีแค่นิดเดียว เอ๋พยายามพูดว่าครูไม่ได้พูดความจริงกับสังคม 3 ปีก่อนถูกกระทำ โดยที่กลายเป็นคนต้องหย่ากับครูเพราะมีชู้ สอง หลังปิดตัว พยายามเรียกร้องความเป็นธรรมว่าครูมีกระต่ายด้วย มีเอ๋ด้วยและมีกระต่ายด้วย เพราะไปเปิดเผยกับเอ๋ว่าเหมือนไปได้เขาแล้ว แต่ครูบอกว่าไม่ใช่ เอ๋รู้สึกว่าทำไมครูต้องโกหก?

ไพบูลย์ : มันไม่มีอะไรต้องโกหก

เหมือนถ้าครูไม่ยอมรับตรงจุดนี้ เขาจะกลายเป็นคนผิดไปเรื่อยๆ?

ไพบูลย์ : ตอนนี้เขาไม่ผิด ขอร้องเอฟซีหรือใครอย่าพิพากษาใครเลย ให้ศาลพิพากษาดีกว่าไหม ถ้าจะดำเนินคดีหรือพิพากษากัน ตอนนี้คนแย่ที่สุดไม่ใช่แค่เรา ภรรยาผมก็แย่ และกระทบถึงคนรอบข้าง ยุ่งยากทนาย ยุ่งยากสังคมที่ต้องมาคิดตามว่าเป็นอย่างไร ก็เป็นกรรมของเขาที่ต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้และเป็นทุกข์เอง มันเป็นเรื่องแค่เราสองคน เราเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน เขาด่าผม ประจานผม ผมก็มีสิทธิ์โต้แย้งและปกป้องสิทธิ์ของผม

อยากฝากอะไรถึงอาจารย์ ประจักษ์ชัย ครั้งแรกที่เอ๋มาออกรายการ แกบอกว่าครูเป็นคนดีมาก น่ารัก ผมตกใจมากพอวันนี้สองคนนี้ทะเลาะกัน มันเกิดอะไรขึ้น?

ไพบูลย์ : ในส่วนนี้ไม่ขอลงดีเทล ผมเป็นผู้น้อย เอาตรงๆ ว่าผมก็แค่เด็กบ้านนอก เด็กอีสานคนหนึ่ง ที่ได้รับโอกาสทำเพลงจนโด่งดัง มีงาน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงผมจะฟ้องอย่างเดียวสำหรับคนที่ด่า ถ้าไม่ด่าจนผมไม่มีที่ยืนในสังคม ถ้าเป็นผู้ใหญ่จริงๆ ไม่ได่หมายถึงใครนะ ใครก็แล้วแต่ ที่เป็นผู้ใหญ่ในวงการ ควรไหมมาด่า กล่าวหาเด็กคนไหน หมายถึงผม ที่ไม่เคยกล่าวร้าย ไม่เคยไปหาเรื่องใคร อยู่แต่เซฟโซนตัวเอง ไม่เคยไปวิจารณ์งานใคร ไม่เคยบอกว่าผมดังหรือไม่ดัง ผมรวยหรือไม่รวย คำนี้ไม่เคยออกจากปาก ตรงกันข้ามผมมีแต่ชวยเหลือหยิบยื่นสังคม

และนี่ก็คืออีกหนึ่งมหากาพย์ ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบง่ายๆเลย หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร บทสรุปสุดท้ายจะอยู่ตรงไหน แอดจะค่อยติดตาม และอัปเดตความคืบหน้ากันต่อไปนะคะ

คลิปอีจันแนะนำ
ครูไพบูลย์ พร้อมทนาย แถลงปมยื่นฟ้อง

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co