ณัฐฐา พร้อม ทนายเจมส์ หวังเข้าไกล่เกลี่ย ท็อป ณัฐกร สน.โชคชัย

ณัฐฐา พร้อม ทนายเจมส์ หวังเข้าไกล่เกลี่ย ท็อป ณัฐกร ที่ สน.โชคชัย ฝ่ายชายยัน ไม่ทราบหมายนัด คดีทำร้ายร่างกาย
ณัฐฐา พร้อม ทนายเจมส์ หวังเข้าไกล่เกลี่ย ท็อป ณัฐกร สน.โชคชัย

ยังคงเป็นประเด็นที่ยังไม่จบกับกรณีที่มีหญิงสาว ณัฐฐา (นามสมมุติ) ออกมาเปิดเผยว่าได้คบหาดูใจกับ ดารานักบู๊ ท็อป ณฐกร มานาน 2 ปี แต่เพิ่งทราบว่าฝ่ายชายมีลูก มีภรรยาอยู่แล้ว ต่อมาก็มีเรื่องของฝ่ายหญิงได้ถ่ายรูปไว้แกล้งไว้ดูเล่น แต่ฝ่ายชายกลับไม่พอใจเนื่องจากอ้างว่าเป็นภาพที่ตนโป๊จึงได้มีปากเสียงกัน จนกระทั่ง หญิงสาวคนดังกล่าวอ้างว่า ถูกดาราหนุ่มทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ ณัฐฐา เข้าแจ้งความเอาผิดหนุ่ม ท็อป ณฐกร ตามที่ อีจันบันเทิง ได้เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ ณัฐฐา ได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย พร้อม ทนายเจมส์ นิติธร เดินทางมาตามนัดเพื่อ ไกล่เกลี่ย คดีทำร้ายร่างกาย และได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

โดยทนายเจมส์ เผยว่า

“วันนี้ตำรวจนัดมาทั้ง 2 ฝ่าย มาเพื่อเจรจา ไกล่เกลี่ย ปรากฏว่า เพิ่งทราบจากพนักงานสอบสวนว่า ตัวของผู้ถูกกล่าวหาเนี่ย ได้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เขาก็เลยไม่มา เรื่องของคดีก็ดำเนินไปตามกระบวนการครับ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีตาม พ.ร.บ. ศาลแขวง พอผู้ต้องหามาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว และต้องสั่งฟ้องภายใน 48 ช.ม. ซึ่งก็อาจจะมีการผลัดฟ้องไป ถามกำหนดการเบื้องต้นแล้ว ปรากฏว่าทางพนักงานสอบสวนเนี่ยแจ้งว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมกับสำนวน ประมาณต้นเดือนเมษายน”

ผู้สื่อข่าวถามทนายเจมส์ ต่อว่า อีกฝ่ายยอมรับไหมว่า ทำร้ายร่างกายจริง โดยทนายเจมส์ ก็เผยว่า

“อันนี้ผมไม่ทราบเลยครับ ไม่ได้ดูในสำนวนครับ ถามว่ามีโอกาสได้คุยกับอีกฝ่ายไหม ไม่ได้คุยเลยครับ ไม่มีการโทรมา หรือติดต่อมาแต่อย่างใด”

ด้าน ณัฐฐา ก็ได้ยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีการติดต่อมา

“ไม่มีการติดต่อมาค่ะ ถามว่าอยากให้เรื่องนี้จบยังไง ก็อย่างที่บอกไปว่าออกมาเพื่ออะไร ก็เพื่อเกียรติผู้หญิง ส่วนมันจะจบยังไง ก็เป็นประบวนการตามกฎหมายแล้วค่ะ ถ้าไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายเราคงไม่มาแจ้งความ เรื่องภาพอนาจาร คืออยากจะชี้แจงว่า ถ้ามีรูปเหล่านั้นจริง แล้วพวกพี่เห็นมั้ยคะ รูปเหล่านั้นเปิดเผยในที่สาธารณะมั้ยคะ”

ด้านทนายเจมส์ กล่าวเสริมว่า

“มุมนี้ผมขออนุญาตแจ้งแทนน้องนะครับ คือในการถ่ายภาพ ในมุมของน้อง น้องมองว่า การถ่ายภาพในลักษณะไหนก็แล้วแต่ มันคือโมเมนต์หน้ารักๆของคู่รัก ถ้าจงใจจะเอาไปข่มขู่ แบล็คเมล์ หรือทำให้เสียหาย ภาพมันคงหลุดไปนานแล้ว แต่นี่ 2 ปีที่ผ่านมา มันไม่ปรากฏภาพที่เสียหายเลย เรื่องข่มขู่เอาเงิน ในขั้นตอนของการเจรจาเนี่ย ไปเจรจากันต่อหน้าตำรวจ ไม่เคยไปข่มขู่คุกคามผู้ถูกกล่าวหา ว่าถ้าไม่จ่ายเงินจะปล่อยภาพลับนะ ตรงนี้ไม่มีเลย มีการเรียกร้องค่าเสียหายเท่านั้น เป็นการเรียกร้องต่อหน้าตำรวจ ตามขั้นตอน โดยมีตำรวจเป็นพยาน ไม่ได้ทำแบบหลบๆซ่อนๆ”

“ในเรื่องของการแจ้งข้อกล่าวหา ผมไม่ได้ดูสำนวนนะ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งก็คือมีข้อหาทำร้ายร่างกายเนี่ยแหละ แต่ผลงของการทำร้ายร่างกายต้องไปดูว่า อัยการเห็นพ้องด้วยไหม อัยการอาจจะให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มก็ได้ อันนี้ก็แล้วแต่ว่า พนักงานสอบสวน กับพนักงานอัยการเห็นไปในทิศทางเดียวกันไหม ถ้าเห็นแย้งกันก็อาจจะต้อง ให้ทางอัยการสูงสุด หรือ กองตำรวจเนี่ยให้ความเห็นมาอีกทีหนึ่ง”

“ถามว่าผมหนักใจไหม ไม่ครับ คือต้องเรียนก่อนว่า ผมเป็นทนายความ ไม่ได้อยู่ในห้องกับคู่กรณี เกิดอะไรขึ้น 2 คนเท่านั้นที่รู้ แต่ว่ากันตามหลักฐานที่เกิดขึ้น ส่วนศาลท่านจะพิจารณาอย่างไร นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง หลักฐานเบื้องต้นคือ มีรอยบาดแผลจริง แพทย์ยืนยันจริงว่ามีการถูกทำร้าย ส่วนผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหาเนี่ย เขาจะปฏิเสธยังไง อันนั้นสิทธิ์ของเขา เขาก็มีสิทธิ์ที่จะเอาพนายหลักฐานของเขามาพิสูจน์เขาเหมือนกัน อันนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา”

ณัฐฐา กลัวไหมว่าเรื่องจะยืดเยื้อ เจ้าตัวเปิดใจว่า

“ตอนนี้มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมค่ะ และเชื่อมั่นในทนายและทางตำรวจด้วย เพราะว่าทุกอย่างที่แจ้งความไป เราโดนกระทำจริงๆ ค่ะ ถ้าทางฝั่งโน้นไม่ยอมมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาค่ะ”

ฝ่าย ท็อป ได้ส่งทนายมาคุยหรือยัง ทนายเจมส์ เผยว่ายังไม่ได้มีการติดต่อมาแต่อย่างใด

“ยังครับ ถ้าเกิดจะ ไกล่เกลี่ย ทางฝั่งน้องคู่กรณีก็เปิดโอกาสอยู่นะ แต่ถ้าเกิดว่ามันเนิ่นนานไปก็อาจจะดูแล้วมันไม่มีประโยชน์ที่จะเจรจา อันนี้ก็แล้วแต่โอกาสมากกว่า เป็นเรื่องของอนาคตว่าจะคุยหรือไม่คุย หลังจากนี้จะไม่มีการมาเจอกันแล้ว ต่อจากนี้คือจะเป็นกระบวนการของตำรวจที่จะรวบรวมพยานหลักฐานแล้วก็ส่งมอบสำนวนให้พนักงานอัยการ พร้อมกับส่งตัวผู้ต้องหา”

ตัว ณัฐฐา อยากให้อีกฝ่ายทำอะไร เจ้าตัวเผยว่า

“ในสื่อหนึ่งที่เขาบอกว่าเขาพร้อมยินดีที่จะ ขอโทษ เรื่องคำ ขอโทษ ไม่จำเป็นต้องให้นักข่าวเป็นคนบอก มนุษย์ทุกคนสามัญสำนึกต้องมีว่าการกล่าว ขอโทษ ขอบคุณหรืออะไรก็แล้วแต่มันควรจะต้องพูดเอง ไม่ใช่ว่าเป็นข่าวไปแล้วเพิ่งมาคิดได้”

ตอนนี้ตัวน้องมีความเครียดมากแค่ไหน ณัฐฐา เปิดใจว่า

“ค่อนข้างที่จะเครียด มันไม่สบายใจ ไม่มีใครอยากมีคดีความหรือว่าขึ้นโรงพักแบบนี้ ถามว่าอยากบอกอะไรกับ ท็อป ทุกอย่างเคยพูดไปหมดแล้วว่าคนเราคบกันควรซื่อสัตย์ต่อกัน แล้วคนที่เป็นสุภาพบุรุษต้องควรให้เกียรติผู้หญิง ทำอะไรถึงจะมากจะน้องควรมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำ เพราะตอนนี้สิ่งที่เราได้อยู่มันคือการเหมือนโยนความผิด หาหลักฐานอย่างอื่นมาเพื่อโยนความผิดให้เรา”

ถ้าอีกฝ่ายติดต่อมาขอโทษเรื่องจะจบเลยไหม ด้านทนายเจมส์ เผยว่า

“อันนี้มันแล้วแต่ตัวของผู้เสียหายว่าเขายอมยังไง แต่ผมมองว่ามันไม่ได้เป็นคดีใหญ่โตอะไรมากมาย เพียงแต่ว่า ณ วันนี้ต้องมาคุยหาจุดจบกัน เพราะไม่อย่างนั้นถ้ามันยืดเยื้อไปแล้ว อย่างน้อยๆ วันนี้การตกเป็นผู้ต้องหาต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือส่งกองทะเบียนอาชญากรรมนะครับ อันนี้คือจะทำให้เสียประวัติหรือเปล่า สำหรับบางคนที่เขาไม่อยากเสียประวัติก็จะ ไกล่เกลี่ยให้จบก่อน”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางฝ่ายชายยืนยันว่ามีการถ่ายคลิปที่ไม่เหมาะสม แต่ทางน้องผู้หญิงบอกว่าไม่ได้ถ่าย ตรงนี้ได้มีการเอาหลักฐานไปให้ตำรวจได้ตรวจสอบไหม ทนายเจมส์ เผยว่า

“ผมเข้าใจว่าไม่น่าจะมีคลิปในลักษณะที่มันไม่เหมาะสม สมมติว่าถ้าจะมีคลิปที่ไม่เหมาะสมคุณจะไม่เห็นเลยเหรอว่ามันมีการถ่าย แต่เท่าที่ถามน้องคู่กรณีบอกว่ามีแค่ภาพ คลิปโป๊เปลือยไม่มี มีแค่ภาพตอนที่ใส่ผ้าขนหนูอยู่แค่นั้นเอง แล้วต้องบอกก่อนว่ามันคนละส่วนกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้ตำรวจตรวจสอบ อีกอย่างหนึ่งคือตำรวจไม่ได้ขอ เพราะคดีของเราคือคดีทำร้ายร่างกาย เขาต้องการแค่ว่ามีหลักฐานถูกทำร้ายตรงไหน ซึ่งก็มีภาพถ่ายที่ปรากฏตามเนื้อตัวร่างกาย แล้วก็ส่งตัวไปให้คนกลางซึ่งเป็นแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ดูลักษณะบาดแผลว่าเกิดจากการถูกทำร้ายหรือทำร้ายตัวเอง”

ด้าน ณัฐฐา กล่าวเสริมว่า “ถ้าหากทางตำรวจอยากขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ถามว่าเรายินดีมั้ย จริงๆ เรื่องที่เขาพูดว่าเราไปแบล็กเมล์อะไรเขา เลยอยากถามกลับพี่นักข่าวทุกคนว่าเคยเห็นรูปเหล่านั้นหรือยังคะ รูปเหล่านั้นมันไม่ได้มี มันอยู่ในโทรศัพท์เรา แล้วรูปส่วนตัวอะไรกันมันก็ไม่ได้มีอะไรที่มันดูอนาจารอย่างนั้นอยู่แล้ว”

สุดท้ายผู้สื่อถามว่า ถ้าเขาขอโทษทางเรายอมไหม ณัฐฐา กล่าวว่า

“จริงๆ ก็รอให้ระยะเวลามาสามสี่เดือนแล้วนะคะ คนเราถ้ารู้จักที่จะขอโทษมันต้องมาประกาศออกสื่อว่าแบบขอโทษฉันทีสิ คุณทำร้ายร่างกายฉัน คุณทำผิดต่อฉัน คือต้องเป็นเราพูดเหรอคะ ตัวเขาไม่ได้คิดได้จากความรู้สึกเขาจริงๆ ที่รู้สึกผิดกับเราบ้างเลยเหรอ ถามว่าถ้าเขามาขอโทษตอนนี้ก็รับคำขอโทษนะคะ”

อย่างไรก็ดีทาง ทีมข่าว อีจันบันเทิง ได้ติดต่อไปสอบถามดาราหนุ่ม ท็อป เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องการนัดหมายการไกล่เกลี่ยวันนี้แต่อย่างใด ซึ่งเจ้าตัวก็เล่าต่อว่า เมื่อวานนี้ ทางตำรวจให้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ตนก็เข้าไปตามปกติ แต่เรื่องของการ ไกล่เกลี่ย ในวันนี้นั้นไม่ทราบเรื่องจริงๆ

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co