ตลก พี่น้อง​ ​​เจี๊ยบ​ -​ แจ็ค​ เชิญยิ้ม​ ยันไม่เคยทะเลาะกัน

​​เจี๊ยบ​ เชิญยิ้ม​ และ​ แจ็ค​ เชิญยิ้ม​ ยืนยันไม่เคยทะเลาะกัน​ พร้อมยอมรับรักน้องมาก​ ไม่เคยคิดทิ้ง​ ครอบครัว
ตลก พี่น้อง​ ​​เจี๊ยบ​ -​ แจ็ค​ เชิญยิ้ม​ ยันไม่เคยทะเลาะกัน

คู่​ พี่น้อง​ สอง​ ตลก​ ชื่อดัง​ ควงกันมาเคลียร์ใจระหว่าง​ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม​ และน้องชาย​ แจ็ค เชิญยิ้ม​ ทะเลาะกันจริงหรือไม่​ พร้อมเคลียร์​ข่าวน้องชายป่วย​ แต่พี่ไม่สนใจดูแล ผ่านทางรายการ คุยแซ่บโชว์

อัปเดตอาการคุณ​ แจ็ค​ หน่อย เป็นอย่างไรบ้าง?

แจ็ค : วัณโรคปอด​ ครับ 2 ปีแล้วที่​ ป่วย​ มา ตอนนี้เริ่มดีขึ้นเยอะมากกว่าเดิม น่าพอใจ ตอนที่แจ็คมาครั้งแรกกับแฟน แจ็คให้ประมาณ 80% ตอนนี้ให้สัก 96.75% แล้วกัน ดีขึ้นเยอะครับ

พอเป็น​ วัณโรคปอด แล้วมีสถานการณ์​ โควิด พี่กังวลไหม เพราะเวลามันลงไปที่ปอด?

แจ็ค : มันจะหนักกว่าคนอื่น แน่นอน แจ็ค​ ต้องระวังมากกว่าคนที่ไม่​ ป่วย เพราะ​ วัณโรคปอด​ มันปอดโดยตรง โควิด​ โอไมครอน​ มันลงปอดโดยตรง ถ้าเกิดเราพลาดขึ้นมา นั่นมันหมายถึงว่าเราต้องหนักกว่าคนอื่นคูณ 2-3 เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ต้องระวังที่สุด

ทำไมมันใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน?

แจ็ค : จริงๆ วัณโรคปอด​ หายขาด 6 เดือน 9 เดือน สำหรับคนที่​ ป่วย​ ไม่หนักมาก ของ​ แจ็ค​ อยู่ในเคสที่มันหนัก น้ำหนักลด มีอาเจียนเป็นลิ่มเลือดด้วย อาจจะดื้อยาด้วย ทำให้รักษานานกว่าคนอื่นหน่อย แต่ตอนนี้ค่อนข้างจะฟื้นฟูขึ้นมาดีมากๆ แล้ว

จริงๆ สองคนนี้เป็นพี่น้องที่รักกัน ไม่มีดราม่าอะไรเลย?

แจ็ค : ต้องถามเขา

เจี๊ยบ : ไม่มีเลย

พี่​ เจี๊ยบ​ รักน้องขนาดไหน?

เจี๊ยบ : ก็รักที่สุด เป็นคนในครอบครัว คำว่า​ พี่น้อง​ อย่างไรก็ทิ้งกันไม่ได้ ถามว่าทะเลาะกันไหม ไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่การแสดงความรักอาจจะไม่เหมือนคนอื่นเขา​ หนึ่งพี่ไม่ค่อยเล่นโซเชียล ไม่ค่อยมีรูปถ่ายด้วยกัน แต่จริงๆ กิจกรรมกับ​ ครอบครัว​ เราก็มีกันบ่อยนะ แต่เราไม่ได้อัปรูปลงโซเชียล

แต่ประเด็นตอนที่พี่​ แจ็ค​ ป่วย ก็จะมีเพื่อนที่รู้ว่าพี่​ แจ็ค​ กำลังลำบาก ทุกคนก็ช่วยเหลือพี่​ แจ็ค ช่วยหญิงเพราะเขาเป็นเกี่ยวกับเรื่อง​ ไต มันก็เลยเกิดประเด็นว่าทำไมพี่​ เจี๊ยบ​ ไม่ช่วย​ แจ็ค​ ?

เจี๊ยบ : ทำไมจะไม่ช่วยละครับ จริงๆ ช่วย แต่ว่าบางทีคนก็ไม่รู้ น้อง​ แจ็ค​ ไม่มีงาน ดรอปงานไปมันก็ต้องมีค่ารักษาพยาบาล ถ้า​ เจี๊ยบ​ ไม่ซัปพอร์ตตรงนี้ใครเขาจะมาซัปพอร์ต ทั้งหมดทั้งสินก็จากพี่ แต่เราไม่ได้ออกมาพูด เพราะไม่รู้จะพูดให้ใครฟัง เราก็รู้กันอยู่ ถ้าน้องเดือดร้อน น้องไม่มีจริงๆ คนที่จะพึ่งได้จะเป็นใคร นอกจากคนใน​ ครอบครัว นั่นก็คือพี่เอง

พอเจอประเด็นเราไม่ได้ผิด แต่เราถูกสังคมพูดว่าเราผิด เราไม่มีน้ำใจ เราไม่ช่วยเหลือ เชื่อว่าพี่คงเห็นข่าวแบบนั้น?

เจี๊ยบ : บ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยเสพข่าวพวกนี้ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเรารักกัน เราไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่ได้มีอะไรกัน ที่สุดแล้วผมว่าไม่ใช่​ ครอบครัว​ เราอย่างเดียวหรอก คำว่า​ พี่น้อง เป็น​ ครอบครัว​ อื่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมา ไม่ว่าจะทะเลาะกันหรือว่าอะไรกัน คำว่า​ ครอบครัว​ อย่างไรมันก็ต้องช่วยกัน

พี่​ แจ็ค​ ไม่บอกพี่​ เจี๊ยบ​ ว่า​ ป่วย ไม่ขอความช่วยเหลือจากพี่​ เจี๊ยบ​ เลย เพราะอะไร?

แจ็ค : แจ็ค​ เป็นคนขี้เกรงใจ

เจี๊ยบ : เอาง่ายๆ เลย เจี๊ยบ กับ​ แจ็ค มีหลายครั้งที่น้องเกิด​ อุบัติเหตุ รถชน คนที่ถึงคนแรก เจี๊ยบ​ จะถ่ายอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ เจี๊ยบ​ ต้องพักกองแล้วรีบไปหาน้องก่อน คนแรกที่ถึงโรงพยาบาลต้องเป็น​ เจี๊ยบ​ ก่อน ต้องไปจัดการให้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง

แจ็ค : ด้วยความที่เราเป็นคนขี้เกรงใจ ด้วยเรื่องของค่าใช้จ่าย เรื่องของอะไรก็แล้วแต่ เราโดนสอนมาว่าถ้าเราทำอะไรได้ด้วยตัวเราเองก่อน โดยที่ยังไม่ต้องไปพึ่งพาใคร แม้กระทั่ง​ ครอบครัว มันก็จะรู้สึกว่าเราไม่รบกวนคนอื่น แล้ว​ แจ็ค​ ป่วย เรายังพอดูแลตัวเองได้ มันยังพอซัปพอร์ตได้ มันยังพอพาตัวเองไป​ โรงพยาบาล​ ได้ แล้วหลังจากนั้นค่อยบอกกับ​ ครอบครัว​ ว่านี่เรา​ ป่วย​ นะ อยู่ที่นี่ดีกว่า คือเป็นคนขี้เกรงใจ

เจี๊ยบ : ไม่ใช่แค่​ เจี๊ยบ​ คนเดียวนะครับ แม้กระทั่งคุณแม่ แจ็ค​ ยังไม่บอกคุณแม่เลย พวกเราก็ไม่รู้มันไปแอบ​ ป่วย​ อยู่คนเดียว

แจ็ค : มันไม่ได้แอบ​ ป่วย​ หรอก คือรอให้มันจัดการอะไรทุกอย่างเรียบร้อย แล้วเราก็ห่วงความรู้สึกของคนรอบตัวเราว่าถ้าเราบอกว่าเรา​ ป่วย เดี๋ยวเขาจะ​ แพนิค หรือเปล่า รอให้ชัวร์ รอให้นิ่งก่อน เราไม่ได้เป็นอะไรมากนะ อยู่ในมือหมอแล้ว อะไรแบบนี้ดีกว่า

พี่​ เจี๊ยบ​ น้อยใจไหม ทุกครั้งเราต้องไปถึงคนแรก แต่ทำไมครั้งนี้น้องถึงไม่ยอมบอกพี่?

เจี๊ยบ : ไม่น้อยใจ ผมว่าผมรู้จักนิสัยน้องผมดี เป็นคนติสท์ๆ เก็บตัว ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยโทรหา​ ครอบครัว หนึ่งก็กลัวพี่จะเดือดร้อน กลัวแม่จะเดือดร้อน มาเป็นห่วงไม่ทำมาหากินกันหมดมัวแต่เป็นห่วงมันคนเดียว

ทำไมต้องเกรงใจพี่​ เจี๊ยบ​ ขนาดนั้น?

แจ็ค : ไม่ได้เกรงใจพี่​ เจี๊ยบ​ คนเดียวด้วย เกรงใจทุกคนที่อยู่รอบตัวเรา เพราะว่าพ่อกับพี่​ เจี๊ยบ​ สอนมาว่า เราทำอะไรด้วยตัวเราเองก่อนดีกว่า ถ้ามันไม่หนักหนามาก เอาใจเขามาใส่ใจเรา เดี๋ยวเอะอะก็มีคนมาให้เราช่วย มาเห็นเราเพิ่งพาได้ เรารู้สึกว่าครั้งแรกมันอาจจะช่วยได้ ครั้งต่อไปเดี๋ยวก็ต้องมาช่วยอีก สู้เราทำอะไรด้วยตัวเองดีกว่า ไม่ได้รวมถึงเรื่องนี้ คือทุกเรื่องที่ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย การทำงาน การดูแลตัวเองทุกเรื่อง มันช่วยเหลือตัวเองก่อนดีกว่าในความคิด​ แจ็ค มันก็เลยเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว

เจี๊ยบ : เราสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เจี๊ยบ​ โตที่ต่างจังหวัด น้อง​ แจ็ค​ ก็อยู่กับพ่อ เรามาเจอกันตอนโต ความสนิทมันก็ไม่ได้สนิทเหมือน​ พี่น้อง​ คนอื่นที่เขาโต เขาคลานตามกันมา แบบว่าเล่นด้วยกัน โตมาด้วยกัน เราไม่ได้โตกันมาแบบนั้น เรามาเป็น​ พี่น้อง​ กันตอนที่​ เจี๊ยบ​ มาเข้าวงการแล้ว นั่นก็คือพ่อให้มาเล่นตลก​​​ แล้วน้องก็กำลังเรียนอยู่ เราเริ่มมาสนิทกันตอนนี้ เพราะฉะนั้นการแสดงออกถึงความเป็น​ พี่น้อง​ มันก็เลยจะน้อยกว่า​ ครอบครัว​ อื่นเขา

จริงๆ คือรักกันมาก?

เจี๊ยบ : รักครับ บางทียังแอบถามตัวเองเลยว่าตัวเองรัก​ ครอบครัว​ ขนาดไหน คือมาคิดแล้ว ทั้งหมดมันคือ​ สายเลือด มันคือน้องเรา ไม่ว่าจะโตมาด้วยกันหรือเปล่า​  ความผูกพัน​ ก็มีใน​ สายเลือด เรารู้ทันทีว่าเรารัก​ ครอบครัว แล้วเราก็รักน้องเรา สิ่งที่จะทำต่อไปคือรับผิดชอบน้องสองคน แต่การดูแลตอนที่เขา​ ป่วย​ ไม่​ ป่วย​ เนี่ย เพราะเขามีแฟน เจี๊ยบ​ ก็มีแฟน ต่างคนต่างมี​ ครอบครัว เราอยู่กันคนละบ้าน การสื่อสารมันอาจจะห่างกันนิดหนึ่ง ประกอบกับ​ คาเฟ่​ ตอนนี้เราไม่ได้เล่นกันแล้ว เราก็ไม่ได้เจอกันทุกวัน นอกจากถ่าย​ รายการ​ เดียวกัน แต่ก็จะส่งข่าวหากัน จนเขาไม่ไหวจริงๆ เขาถึงโทรมายืมเงินผม

เสียใจไหม?

เจี๊ยบ : เสียใจครับ มันยืมแล้วมันไม่คืนเลยครับ

แจ็ค : นานๆ ทีจะขอร้อง ก็เอาให้หนักไปเลยครับผม ก็คือเป็นก้อนใหญ่ไปเลย น่าจะคุ้มกว่า

เจี๊ยบ : เอาก้อนเล็กๆ แล้วค่อยขยับไปก้อนใหญ่ดีกว่า​ แจ็ค บางทีกูช็อกกูเตรียมตัวไม่ทัน

พอรู้เรื่องวิกฤตของพี่​ แจ็ค​ แล้ว ลึกๆ ก็กลัวว่าจะเสียพี่​ แจ็ค​ ไป?

เจี๊ยบ : เป็นสิ่งที่กลัวมาก จากภาพที่เราเห็น จากที่เขาดูแลตัวเอง ฟิสเนตตลอดเวลา มีกล้ามเนื้อ แล้วกลายเป็นคน​ นอนติดเตียง​ มันก็ช็อกเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็ไปถาม ดันเป็นโรคที่มันรักษายากมาก นั่นก็คือ วัณโรคปอด ก็คือดูแลแล้วก็สอบถามจากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพี่นีโน่ก็มีส่วนช่วยที่เอา​ แจ็ค​ ไป​ โรงพยาบาล ไปพบกับหมอที่ดีๆ หน้าที่ของ​ เจี๊ยบ​ ก็คือไปเยี่ยม ไปดู เรื่องหมอพี่โน่เขาจัดการให้แล้ว

พี่​ เจี๊ยบ​ แอบนอนร้องไห้ปรึกษาภรรยา เพราะเป็นห่วงน้องคนนี้มาก?

เจี๊ยบ : 2 คนจะพูดถึงตลอดเวลา จนทุกวันนี้หญิงแฟน​ แจ็ค​ ป่วย แจ็ค​ มา​ ป่วย​ อีก​​ คุยกันอยู่ 2 คนมันเกิดอะไรขึ้นกับน้องวะ ทำไมมันต้อง​ ป่วย​ ทั้งคู่ แทนที่คนหนึ่ง​ ป่วย อีกคนดูแลกัน ก็เป็นห่วงกลัวเขาจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็โชคดีที่มันดีขึ้นตามการรักษาของหมอ ก็กลัวเหมือนกัน กลัวจะเสียน้อง

อาการพี่​ แจ็ค​ ตอนนี้ดูเหมือนเริ่มเหนื่อย?

แจ็ค : ไม่เหนื่อยมาก แต่ว่าพออากาศมันเย็นเราหายใจเข้าไปมันก็จะมีความ​ แน่นหน้าอก​ เป็นเอฟเฟ็กต์ของโรคหน่อยหนึ่งถ้าสตูที่มันเย็นมากๆ หรือดื่มน้ำเย็นมากๆ  มันจะมีอาการที่เหมือนจะแน่นๆ หน่อยหนึ่ง  แต่ว่าก็ยังพอไหวอยู่

พอเรากลับมาทำงาน เราอยู่ในสตูค่อนข้างเย็นแล้วฝุ่น มันส่งผลกระทบไหม?

แจ็ค : แน่นอน ถ้า​ แจ็ค​ อยู่แบบนี้นานๆ มากกว่านี้ สัก 3-4 ชั่วโมงในการถ่ายงานครั้งหนึ่งมันก็จะมีอาการ​ แน่นหน้าอก บางทีถึงกับหายใจไม่ออก ไม่รวมถึงเวลาที่เราแสดงที่ต้องใช้พลังเยอะๆ การพักของ​ แจ็ค​ คือการออกไปด้านนอก เพื่อปรับอากาศ แล้วก็หายใจให้มันโล่งขึ้น การใส่แมสก์แน่นอนมันป้องกัน แต่ใส่ตลอดเวลาออกซิเจนมันจะไม่พอ ซึ่งมันต้องบาลานซ์ตรงนี้ให้ดีที่สุด

พี่เสียใจไหมข่าวที่เขียนโจมตีพี่ พี่ไม่ดูดำ ดูดี พี่ไม่อะไร?

เจี๊ยบ : ไม่ครับ ผมว่าให้ดูกันยาวๆ ดีกว่า การตัดสินตรงนั้นก็แค่ตรงนั้นอะครับ เราไม่ได้เลิกเป็นพี่ เป็นน้องกันเดือน สองเดือน เราจะต้องเป็นพี่เป็นน้องกันตลอดไป แล้วทุกคนจะเห็นภาพว่า​ ครอบครัว​ ศรีหนุ่ม​  ครอบครัว​ ของเราเป็นแบบนี้นะ แต่การปฏิบัติตัว การเล่นโซเชียล อยู่ตรงนั้น ตรงนี้ กิจกรรมใน​ ครอบครัว​  มันมี แต่แค่เราไม่ได้ถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็น

ในวันที่พี่​ แจ็ค​ ป่วย พี่​ เจี๊ยบ ได้ให้กำลังใจไหม?

เจี๊ยบ : เป็นคนหนึ่งที่ไปเยี่ยมแล้วไม่เคยทำให้มันเศร้า แบบโห หุ่นดีเหลือเกิน ทำอย่างไรกูถึงจะได้ผอมแบบมึง กลายเป็นแหย่กันมากกว่า นี่ก็บอกว่าพี่ลองเป็นอย่างผมไหมละ

พี่ต้องประคองทั้ง​ ครอบครัว แล้วด้วยสถานการณ์​ โควิด​ อีก มีเซบ้างไหม?

เจี๊ยบ : มันเซตลอดแหละครับ ต้องบอกว่า​ โควิด​ ที่ผ่านมา​ วงการบันเทิง เรื่องงานแสดงหยุดหมดเลยเกือบ 2 ปี แน่นอนเราต้องเอาของเก่ามากิน ทีนี้เราต้องประครองตัวแหละว่าเราจะอยู่อย่างไร แม้กระทั่งธุรกิจที่ทำอยู่ ร้านก๋วยเตี๋ยว​ ที่เราเปิดมา จากที่มีลูกค้าได้อาทิตย์หนึ่ง​ โควิด​ มามันหายไปเลย กลายเป็นศูนย์เลย ทีนี้ต้องประคองตัวทำอย่างไรให้มันอยู่ได้ ช่วยเราก่อน ช่วย​ ครอบครัว​ ให้มันไปได้ พอมีช่องทางแล้วค่อยเดินไปด้วยกัน

เอากำลังใจจากไหนมาสู้ขนาดนี้?

เจี๊ยบ : จากคนใน​ ครอบครัว​ นี่แหละครับ มันเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดแล้วก็เพื่อนในวงการด้วย คนใน​ ครอบครัว​  ภรรยาเนี่ยจะให้กำลังใจกัน ไม่ท้อ ไม่เหนื่อย ไม่รู้สึกว่าทำตัวเองให้เหนื่อยกับคนที่เขาหวังกับเรา ที่อยากจะพึ่งเรา ถ้าเราเป๋คนหนึ่งเราดูแย่มาก เราไม่ไหว เราจะถอยแล้วนะ มันก็ดูไม่แข็งแรงสำหรับคนที่กำลังเดินตามเรา เพราะฉะนั้นเราจะไม่แสดงว่าเราไม่ไหวแล้วนะ ใครจะรู้ว่า​ ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊ง​ ไปเท่าไร​ มันขาดทุนไปเท่าไร​ เราลงทุนขนาดนี้เราไม่ได้อะไรกลับมาเลย แล้วเงินไปไหน ถ้าเกิดว่า​ เจี๊ยบ​ มานั่งเล่นโซเชียล มาโพสต์ว่ามันไม่ไหวแล้วนะ ใครต้องช่วยผมด้วย มันก็ไม่ใช่วิสัยของผมที่จะมาแสดงออกตรงนั้น ช่วยตัวเองก่อน

คุณพ่อบอกว่าฝากพี่​ เจี๊ยบ ดูแลพี่​ แจ็ค ตอนนั้นคุณพ่อพูดอย่างไรบ้าง?

เจี๊ยบ : พ่อไม่ได้พูดครับ พ่อพูดไม่ได้ พ่อ​ นอนติดเตียง​ อยู่ พวกเราก็ไปอยู่ข้างเตียงกันไปคุยกับเขา จนเขาเริ่มรับรู้ พ่ออยากบอกอะไรพวกเราไหม เขาก็ใช้วิธีเขียน เขาขอกระดาษกับปากกา เขาเขียนแบบไม่ค่อยถนัด อ่านไม่ค่อยออก แต่ผมก็เดาออกว่า อย่าทิ้ง​ ครอบครัว​ พ่อนะ คือมันทิ้งไม่ได้ครับ เราไม่อยากทิ้งอยู่แล้ว ยิ่งพ่อพูดมาอย่างนี้มันทิ้งไม่ได้ ไม่น่าทิ้งใหญ่เลย ถ้าสมมติผมทิ้งไป ไม่รับผิดชอบน้องทั้งหมด ไม่รับผิดชอบแม่ คนที่รู้สึกผิดที่สุดคือเป็นตัว​ เจี๊ยบ​ เอง และมันจะเป็นตราบาปในใจตลอดไป

พี่​ แจ็ค​ รู้ไหมว่าพี่ชายเป็นห่วงเรามากขนาดนี้?

แจ็ค : มันรับรู้ได้ตลอดเวลาอยู่แล้วในเรื่องของการเป็นห่วงกันหรือว่าดูแลกัน แจ็ค​ ว่าเราแทบจะไม่ต้องเอ่ยปากถามกันเลย บางทีเรามาเจอกันตามงานที่เราถ่ายงานด้วยกัน บางทีเราไม่ได้พูดถึงเรื่องราวที่แบบเป็นอย่างไรบ้าง เรารู้อยู่แล้วว่าพี่เราคิดอย่างไรกับเรา เขารู้ว่าเราคิดอย่างไรกับเขา มันรู้เองโดยอัตโนมัติมากกว่า แล้วเขาก็เป็นคนแรกเสมอที่​ แจ็ค​ จะคิดถึงในทุกเรื่อง เขาเป็นคนให้โอกาสเราตั้งแต่แรกจนวินาทีนี้ เขาสอนเราว่าถ้าสามารถให้โอกาสใครได้ก็ให้ เขาให้โอกาสเราทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องธุรกิจ

ตอนนี้พี่เจี๊ยบช่วยซัปพอร์ตพี่​ แจ็ค​ ให้ไปทำงานที่ร้าน?

เจี๊ยบ : จริงๆ แล้วต้องไปตั้งนานแล้วละ แต่ด้วยความที่​ เจี๊ยบ​ คุยกับแฟนมาพักใหญ่ตั้งแต่เราเปิดร้าน ไปเปิดที่บ้านแล้วมันค่อนข้างประสบความสำเร็จ ลูกค้าเยอะ เรามองเห็นสินค้าหนึ่งที่เขาขายอยู่ ซึ่งเป็นน้ำส้มของเขาเอง เขาไปขายออนไลน์ก็ได้ไม่เท่าไร สำหรับลูกค้าที่ร้านเจี๊ยบวันละ 1000 คน สมมติเขาขายได้วันละประมาณ 200 ขวด เขายังเป็นเงินทุนได้ อยากจะเอามาตั้งนาน คุยกับแฟน แต่ด้วยความเป็นห่วงหญิง เป็นห่วง​ แจ็ค เข้ามาตรงนี้คนมันเยอะมาก มันหมุนเวียนมาก แล้วน้องเราก็ไม่ค่อยสบาย ร่างกายก็ไม่ได้เต็มร้อย กลัวเกี่ยวกับความปลอดภัยในร้านด้วย จนในที่สุดมันไม่ไหวแล้ว ต่อไปเราต้องอยู่กับมันให้ได้ เกี่ยวกับ​ โควิด เราก็มีมาตรการในความปลอดภัย ในการตรวจอยู่แล้วภายในร้าน น้องสามารถมาอยู่ได้ ก็เลยยื่นโอกาสตรงนี้ให้น้องมาอยู่ด้วยกัน แล้วก็ดีใจที่น้องกลับไปอยู่ตรงนั้นไปทำกับเรา

ภาพจาก​ IG​ jack_555_yim

เห็นว่าพี่​ เจี๊ยบ​ ร้องไห้เลย วันแรกที่เขามาทำธุรกิจ แล้วเขาขายของได้?

เจี๊ยบ : มันนั่นแหละทำให้ร้องไห้ วันแรกเอามันมาขายด้วย ซึ่งปกติหญิงจะเป็นคนเก็บเงิน เขาจะไม่ค่อยเก็บเงินเอง แล้วขายของไม่เป็น พอขายเสร็จวันนั้นมันไปคนเดียว รู้สึกว่าหญิงไป​ ฟอกไต มันก็ขายของตั้งแต่ 10 โมงจนถึงเย็นเลย มันเรียกเราไปที่รถ แล้วมันก็เอาเงิน แบงค์ร้อย แบงค์ห้าร้อย แบงค์ยี่สิบ วางที่คอนโซนรถ พี่​ เจี๊ยบ​ เงิน​ แจ็ค แจ็ค​ ขายได้ เงินเยอะแยะเลยพี่ดูดิๆ มาอวดพี่ว่าเริ่มมีเงิน เราก็รู้สึกว่ามันเริ่มจะสำเร็จแล้วนะ เราดึงน้องเรามาทำตรงนี้ได้ ซึ่ง​ ร้านก๋วยเตี๋ยว​ ที่เกิดขึ้นมันเป็นการต่อยอดจากสูตรก๋วยเตี๋ยวที่เราไม่ได้ไปซื้อใครมาเลย มันเป็นสูตรของแม่จริงๆ แม่เราทำแล้วก็ขาย แล้วเขาก็มีความคิดว่า​ เจี๊ยบ​ น่าจะไปเปิดร้านนะ มันมีสูตรของเรา ตอนนี้ที่ขายดี คนที่ได้เงินคือแม่ เพราะแม่จะต้องทำสูตรน้ำซุปเป็นหัวเชื้อส่งไปให้​ เจี๊ยบ ยิ่งขายได้เท่าไรแม่ก็ยิ่งได้เงินเท่านั้น กลายเป็นต่อยอดใน​ ครอบครัว

อยากบอกอะไรพี่ชายคนนี้ไหม?

แจ็ค : มันแทบไม่ต้องพูดอะไร

เจี๊ยบ : จริงๆ มันเป็นคนขี้อวดมากเลยนะ ถ้าสมมติมันได้งานอะไรใหม่ๆ คนแรกที่ต้องรับรู้คือ​ เจี๊ยบ ซึ่งย้อนกับมาเราไม่เคยอวดพ่อเราเลย เราได้​ ซิทคอม​ หรือเราได้อะไร เราไม่เคยโทรไปอวดพ่อเลย แต่​ แจ็ค​ จะเป็นคนโทรมาหา​ เจี๊ยบ​ ตลอดว่าได้งานแล้วนะ เมื่อกี้เขาก็อวดว่าเขาจะได้เป็น​ พรีเซ็นเตอร์​ เกี่ยวกับ​ ปอด

แจ็ค : กระทรวงสาธารณสุข​ โทรมาให้ไปเป็น​ พ​รีเซ็นเตอร์​ เกี่ยวกับการรณรงค์​ โรคปอด ถ่าย​ โฆษณา​ นู่น นี่นั่น เราก็รู้สึกว่าเราอยากจะบอกเขาเป็นคนแรก เพราะงานเริ่มต้นที่ทำให้เรามีวันนี้ได้ก็เริ่มต้นจากเขา เพราะฉะนั้นเขามีสิทธิ์ที่จะรับรู้ทุกงานที่ติดต่อเข้ามาแล้วให้เขาสกรีนไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับงานที่อันนี้รับได้บ้าง อันนี้รับไม่ได้ อันนี้รับแล้วมันสามารถต่อยอดได้ แล้วเรื่องบัตเจทเขาจะมีสิทธิ์รู้คนแรกแน่นอน ก็เลยจะต้องบอกเขาทุกงาน

ถ้าพ่อดูอยู่พี่​ เจี๊ยบ​ อยากจะบอกอะไรกับพ่อไหม?

เจี๊ยบ : เราพูดกันตลอด 2 คนในขณะที่ทำร้าน จะพูดใส่ไมค์ตลอดเวลาว่าถ้าพ่ออยู่ พ่อจะต้องดีใจมากที่เห็นลูกประสบความสำเร็จแบบนี้ นอกจาก​ วงการบันเทิง​  นอกจากชื่อเสียงที่ได้มาจากการเล่น​ ซิทคอม เล่น​ ละคร เราได้ธุรกิจอย่างหนึ่ง มันเกิดเพราะพวกเราสร้างกันเอง น้ำซุปจากแม่ ธุรกิจจากร้านของเรา เอาน้องมาทำธุรกิจในร้านด้วยมาขายของ ก็คือคิดถึงพ่อ เขาต้องดีใจมากถ้าเห็นลูกเป็นอย่างนี้ ประสบความสำเร็จแบบนี้ มีรายได้มาช่วย​ ครอบครัว​ โดยที่ไม่ต้องไปพึ่งใคร

พี่​ แจ็ค​ รู้ไหมที่ผ่านมาพ่อเขาฝากฝั่งเราให้กับพี่​ เจี๊ยบ​ ?

แจ็ค : ทราบ แล้วมันก็เลยเป็นคำตอบให้กับทุกคนว่าต้องพยายามเป็นภาระของพี่เราให้น้อยที่สุด

ในไลฟ์เฟซบุ๊กมีการคอมเมนต์เรื่องการนั่งของพี่​ แจ็ค​ ?

แจ็ค : ด้วยสตูแอร์เย็นมาก ถ้า​ แจ็ค​ นั่งอย่างนี้มันจะเกร็งหลัง จะปวดหลังมากๆ จะทำให้เราต้องหายใจหนักขึ้นกว่าเดิม ทำให้เวลาที่เราทอล์กกันอาจจะมีการไอหรือว่าพูดช้า ถ้าเกิดนั่งพิงมันยังผ่อน สบายกว่า ไม่ได้มีเจตนาที่นั่งไม่ให้เกียรติ​ รายการ หรือคนดูนะครับ

รักน้องคนนี้แค่ไหน?

เจี๊ยบ : ก็รักมันที่สุด ถ้าไม่รักจะให้ขนาดนี้

แจ็ค : ให้เขานั่งอยู่แบบนี้ ถ้าเขาลุกขึ้นมา แล้วมีการกอดกัน ผมว่าความเขินจะปรอทแตก ผมเดินอ้อมไปข้างหลัง แล้วไปกอดเขาข้างหลังน่าจะโอเคกว่า เขาเป็นผู้ชายที่แสดงออกเรื่องความรักน้อยๆ เวลาเจออะไรที่เป็นแบบนี้จังๆ ก็จะเป็นแบบนี้

เจี๊ยบ : มันไม่เคยแสดงออกเรื่องความรักกันแบบนี้ ถามว่าควรจะทำไหม มันควรจะทำ แต่ไม่รู้เราจะเริ่มต้นตรงไหน ก็ขอบคุณทั้งสองคนที่ให้โอกาสพวกเราได้ทำอย่างนี้กัน ถ้าไม่มีหนิง ไม่มีน้อง ก็ไม่มีโอกาสได้กอดกันแบบนี้หรอก อยู่ๆ จะมาเดินกอดกัน ถ้าเป็นมุก ตลก​ อะได้ นั่นคือ​ การแสดง

ภาพจาก​ IG​ jack_555_yim

สรุปว่าทั้งคู่นั้นยังเป็น​ พี่น้อง​ และ​ ครอบครัว​ ที่รักกันเหนียวแน่น​ แถม​ เจี๊ยบ​ เชิญ​ยิ้ม​ ก็ยังช่วยเหลือน้องชาย​  แจ็ค เชิญยิ้ม​ มาโดยตลอด​ เรียกได้ว่าเป็นความผูกพัน​ของ​ พี่น้อง​ ที่อย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด น่าประทับใจมากเลยนะคะ​ อย่างไรก็ตามแอดเองก็จะขอเป็นกำลังใจให้​ แจ็ค​ เชิญ​ยิ้ม​ และภรรยา​ หายป่วยไวๆ​ กลับมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง​ ส่วน​ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม​ ก็ขอให้ธุรกิจฝ่าวิกฤติ​ โควิด​ ไปได้ดีนะคะ

คลิปอีจันแนะนำ
มินดา มีทรัพย์สิน เปิดใจ ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co