ต๊อก ศุภกร เคย แอบมีกิ๊ก จน ภรรยา จับได้

ต๊อก ศุภกร เข็ดไปจนวันตายเคย แอบมีกิ๊ก สาบานไม่กล้า นอกใจ ภรรยา อุ๋ย ทัศรินทร์ ไปตลอดชีวิต พร้อมเปิดใจเป็นโรคประหลาด ที่คนสามารถเป็นได้แค่ 3 เปอร์เซ็นต์บนโลก
ต๊อก ศุภกร เคย แอบมีกิ๊ก จน ภรรยา จับได้

เป็นนักแสดงมากความสามารถ แถมยังเรียกเสียงฮาได้ตลอดสำหรับ ต๊อก ศุภกร แต่ใครจะไปรู้ว่าชีวิตของหนุ่ม ต๊อก จะมีเรื่องที่จะต้องจดจำไปตลอด แถมยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักอีกด้วย กับการพลาดพลั้งแอบนอกใจ ภรรยา สุดที่รัก อุ๋ย ทัศรินทร์ ไปบางช่วงตอนที่ยังเป็นพระเอกดัง เมื่อทั้งคู่ได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show เจ้าตัวจึงได้เปิดใจอย่างหมดเปลือก ว่าช่วงนั้นธรรมะแตกทำให้ แอบมีกิ๊ก นอกใจ ภรรยา แต่วันนี้คือเข็ดแล้วไปจนวันตาย ไม่กล้า นอกใจ แล้วตลอดชีวิต และงานนี้หนุ่ม ต๊อก ยังได้เปิดเผยความลับที่ไม่เคยเปิดที่ไหนมาก่อน เกี่ยวกับ โรคประหลาด ที่ตัวเองเป็น เพราะจะมีเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์บนโลกเท่านั้นที่จะเป็นโรคนี้

ภาพจาก IG : tokabout
ภาพจาก IG : tokabout

ต๊อก ศุภกร : วันที่แต่งงานคือ ผมไม่ได้นอนเลยครับ ไม่ได้กลัวคนนั้นเขามาถล่มนะครับ คือ อุ๋ย เขากลัวประมาณจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไหม เขาก็ให้พี่ๆเพื่อนๆมาดูเรา แต่เราก็ไม่ได้ไปไหนครับ เพราะเขากลัวว่าเราจะไปไม่ทันงานแต่งงาน เดี๋ยวสาย

อุ๋ย ทัศรินทร์ : ใช่ๆค่ะ ตอนนั้นยอมรับเลยว่ากลัวเพราะว่างานแต่งงานไม่ใช่แค่งานของเราไงค่ะ ยังรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ญาติพี่น้องคนที่รักเราเยอะแยะ มันมีอะไรมากกว่านี้ ซึ่งก็ยอมรับว่าในวันที่เราแต่งงานกับเขา เราก็ยังคงหวาดระแวงอยู่เลยค่ะ แต่รู้สึกเหมือนเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ กับ 10 เปอร์เซ็นต์ เรารู้สึกว่าเดี๋ยวทุกอย่างมันก็คงจะดีขึ้นหลังจากผ่านวันแต่งงานไป

ถาม : แล้วชีวิตหลังแต่งงานเป็นอย่างไรบ้าง

อุ๋ย ทัศรินทร์ : หลังแต่งงานนะคะ เราก็คิดว่าชีวิตก็ Happy ending แล้วล่ะ เดี๋ยวแต่งงานเราก็จะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้ว เพราะว่ามันคือขีดเส้นว่าแต่งงานแล้วนี่ เพราะฉะนั้นใครจะเข้ามาทำลายครอบครัวเราอีกไม่ได้แล้ว ใครเข้ามาหลังจากนี้จะเป็นการผิดกฎหมายนะ ไม่ถูกศีลธรรม คราวนี้ชัดเจนเลย เชื่อไหมคะมันเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย อะไรที่เราระแวง อะไรที่เราไม่มีความสุขกับความรัก มันแบบสบายใจไปเลยหลังจากที่เราแต่งงาน มันเหมือนกับเข้าเส้นชัยแล้วในที่สุดก็โอเค แล้วยิ่งวันหนึ่งเรามีลูกยิ่งโอเคเข้าไปใหญ่เลย แล้วทุกวันนี้ก็ยังมองหน้าลูกอยู่เลยนะ เหมือนแบบเธอเกิดมาให้แม่สบายใจขึ้นเลย ไม่งั้นมันก็จะต้องจมอยู่กับความระแวงอะไรตลอด ก็เลยรู้สึกว่ามันสนุกแบบกลับขึ้นมาดีอีกครั้งหนึ่งหลังจากแต่งงานนะคะ แต่สิ่งที่มากวนใจกลับกลายเป็นไม่ใช่เรื่องชู้สาว แต่เป็นเรื่องตัวเขาล้วนๆเลยค่ะ เรื่องการเลี้ยงลูก เรื่องการช้า เรื่องการตอบไม่ตรงคำถามยังเป็นอยู่เสมอต้นเสมอปลาย คือ ถ้านั่งสัมภาษณ์กันไม่กี่ชั่วโมงเนี่ย ก็จะไม่เป็นอะไรค่ะ ก็จะตลกสนุกสนาน คัตได้อะไรอย่างนี้ค่ะ แต่ในชีวิตจริงเนี่ย โอ้โห เราจะต้องอยู่อย่างนี้ อยู่กับคนคนนี้ค่ะ ไปตลอด 24 ชั่วโมง เราก็จะโทรศัพท์ถามเขาบ้างว่า พี่ ต๊อก อยู่ไหนแล้ว คือคำว่าอยู่ไหนแล้วไม่ได้จิกกัด หรือ จิกให้กลับบ้านนะคะ แค่อยากรู้ว่าจะได้ทำอาหารไหม หรือว่าจะไปรับลูกแทนเราได้ไหม คือต้องการคำตอบแค่นั้น พอเราถามว่า อยู่ไหนแล้ว เขาก็จะตอบเราว่า นี่ผมกำลังจะไปที่นี่นะ ที่นี่เขาดีมากเลยคุณมันเป็นบริษัททำ….. คือ ไม่ตรงคำถามเลย หรือบางทีพูดรวบรัดเลย เคยจับเข่านั่งคุยกับเขาเหมือนกันนะคะ ว่าจะตอบให้มันตรงทีหนึ่งไม่ได้เหรอ เขาก็ตอบเราว่าความคิดเขาเหมือนตอบไปแล้ว เหมือนเขาตอบคำนี้ไปแล้วนะ แล้วเขาก็เล่าเรื่องอื่นต่ออะไรอย่างนี้ค่ะ คือ เราก็แอบกังวลทุกครั้งที่ พี่ ต๊อก จะต้องไปออกรายการ หรือให้สัมภาษณ์อะไรนะคะ เราจะเป็นห่วงทีมงานมาก เพราะสิ่งที่เขาเป็นมาทั้งหมดคือเขาเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้

ต๊อก ศุภกร : เขาเคยพาผมไปเช็กที่กรมวิทยาศาสตร์อะไรไม่รู้เขา ทางนั้นเขาก็บอกว่าขอความร่วมมือได้ไหม ขอร้องให้ คุณ ต๊อก เป็นที่ปรึกษาได้ไหมเพราะว่ามองโลกในแง่ดีมากเลย เขาหาคนประเภทนี้อยู่

อุ๋ย ทัศรินทร์ : คือที่เราไปมันจะเป็นเหมือนกับที่วิเคราะห์ลายนิ้ว ว่าแบบคนคนนี้สมองเป็นอย่างไร อุปนิสัยเป็นอย่างไร แล้วมีความสามารถพิเศษด้านไหนอะไรอย่างนี้ค่ะ ซึ่งหมอก็บอกว่าคนอย่างนี้มีแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ในโลกค่ะ ซึ่งถือว่าดีมาก ไม่ได้ดีที่มีการวิเคราะห์ทางจิตอะไรทั้งสิ้นนะคะ แต่ดีที่ทำให้เรารู้สึกภูมิใจขึ้นมากับสิ่งที่เรากำลังจะรู้สึกแย่มากอะไรอย่างนี้ ณ ตอนนั้นนะคะ แล้วเนี่ยมันก็เลยเหมือนเป็นสิ่งอีกหลายๆอย่างที่เราเพิ่งค้นพบว่าจริงๆแล้วเราไม่มีแบบแผนนะคะ ว่าจริงๆการทำให้ชีวิตคู่ดีขึ้นคืออะไร แต่เราคิดเอาเองกับความรู้สึกเราว่า เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกเฟลกับคู่ของเราตอนนั้น เราก็ได้ค้นพบว่ามันคือการเรียกศรัทธากลับมาด้วยอะไรก็ได้อย่างที่เขาไม่เหมือนใคร 3 เปอร์เซ็นต์ในโลกนี่ก็ อุ๊ย เราโชคดีนะเนี่ยที่เรามีคนอย่างนี้เป็นหัวหน้าครอบครัว

ภาพจาก IG : tokabout

ถือเป็นเรื่องราวในความทรงจำของทั้งคู่เลยก็ว่าได้นะคะ โดยทั้งคู่ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ และได้ครองคู่กันจนมีลูกที่น่ารักมาถึงตอนนี้ เอาเป็นว่าหนุ่มๆคนไหนที่กำลังทำเรื่องไม่ดี คิดนอกใจภรรยา ก็ขอให้คิดดีๆก่อน เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เสียใจไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่เป็นทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นค่ะ แอดอยากฝากไว้ว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามนะคะ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้สิ่งสวยงาม กลายเป็นสิ่งสกปรก และมืดมนเลยค่ะ

คลิปอีจันแนะนำ
อีจัน
www.ejan.co