น้านงค์ เชิญยิ้ม เปิดใจหลังออกจาก รพ. หลัง พลาดกินน้ำยาล้างเครื่องเงิน

น้านงค์ เชิญยิ้ม เปิดใจหลังออกจาก รพ. หลัง พลาดกินน้ำยาล้างเครื่องเงิน

น้านงค์ เชิญยิ้ม เปิดใจ อัปเดตอาการหลังพลาดดื่มน้ำยาล้างเครื่องเงินมีสารพิษไซยาไนด์ เผยซึ้งใจ น้าโย่ง คอยซัพพอร์ตเวลาทุกข์

หลังจากที่ก่อนหน้านี้แฟนๆต่างพากันเป็นห่วง เมื่อ น้านงค์ เชิญยิ้ม พลาดไปกินน้ำยาล้างเครื่องเงินจนมีอาการทรุดหนักหมดสติไปจนต้องหามส่งโรงพยาบาลโดยด่วน และหลังจากนั้นก็เกิดปฏิหาริย์ที่ทางโรงพยาบาลช่วยเอาไว้ได้ทัน ล่าสุด น้านงค์ ก็ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ อัปเดตอาการหลังป่วย

ภาพจากเฟซบุ๊ก : นงค์ เชิญยิ้ม

โดย น้านงค์ เชิญยิ้ม ได้ให้สัมภาษณ์ดังนี้

“จริงๆ น้านงค์จะอยู่ต่างจังหวัด?

น้านงค์ : ช่วงโควิดจะอยู่ที่ร้อยเอ็ดอย่างเดียวครับ อยู่บ้านนอกจริงๆ กันดารมากๆ เลย

แสดงว่าที่เกิดเรื่องราวขึ้น เกิดที่บ้าน?

น้านงค์ : เกิดที่กรุงเทพฯ ครับ ตอนนั้นเรารองานอยู่

เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นได้ยังไง?

น้านงค์ : มันเกิดขึ้นจากความเผลอเรอของเรานี่แหละ คือเราอายุมากแล้ว เราอาจจะลืมในสิ่งนี้ได้ แต่ว่ามันมีอยู่วันนึง น้ำยาล้างเครื่องเงินที่ น้านงค์ ไว้ล้าง คือ น้านงค์ สะสมพวกเลสหลวงพ่อ แหวนหลวงพ่อ ชอบใส่เครื่องเงิน ซึ่งพอใส่นานๆ ก็จะดำใช่ไหม เราจะซื้อน้ำยาล้างเครื่องเงินมาขวดนึง มีอยู่ครั้งนึง น้านงค์ ก็เทไปเกือบครึ่งขวดก็เอามาล้างเครื่องเงิน พอล้างเสร็จจะเทคืนขวดเก่า เดี๋ยวที่มันเหลืออยู่จะสกปรก เสียดาย พอดีมันมีขวดน้ำเล็กๆ อยู่ 7-8 ขวด

เห็นบอกเป็นขวดน้ำจากเครื่องบิน?

น้านงค์ : ใช่ๆ เราไม่ได้ดื่มบนเครื่องบินไง เราก็เอากลับมาบ้าน แล้วก็เอามาแช่ไว้ที่ตู้นั่นแหละ ตอนนั้นพอล้างเสร็จเราก็รินไปในขวดน้ำ เราก็กลัวเราเผลอนี่แหละ เอาขวดนี้ไปเก็บไว้ในห้องน้ำ ผ่านไปเดือนกว่าๆ ลูกชายจะกลับบ้านตอนสงกรานต์ จะกลับพิจิตร เขาเอาแหวนเขาเป็นเงินเหมือนกันมาขอล้าง ไอน้ำยาที่เหลืออยู่ในขวดจริงยังเหลืออยู่ ก็เลยเทล้างให้ลูกชาย เราลืมขวดที่อยู่ในห้องน้ำไปแล้ว ล้างเสร็จมันเหลือน้อยแล้วก็เทคืนกลับขวดเดิม ก็จะเอาไปเก็บที่ห้องน้ำเหมือนกัน ไปเจอขวดที่เดิมที่เอายาใส่เอาไว้ เราได้แต่คิดว่าใครเอาขวดน้ำเรามาใส่ไว้ในนี้ทำไม ก็เลยหยิบมาดูปุ๊บ น้ำมันน้อย ก็เลยเติมน้ำเต็มขวดแล้วไปแช่ตู้เย็น แล้วมันไปรวมอยู่ใน 7-8 ขวด แล้ววันนั้นเราตื่นนอนมา แล้วเราจะกินยา เอาน้ำมา พอกินเข้าไปนิดเดียว เรารู้เลยว่ามันไม่ใช่น้ำ เพราะมันโดนลิ้นเราแล้วมันขมๆ รีบบ้วนเลย มันเข้าไปในลำคอนิดนึง ไม่ถึงกลับกลืนแค่โดนลิ้น แต่กลิ่นมันฉุนมาก ตอนนั้นพอบ้วนทิ้งแล้ว รีบกลั้วปาก เอานิ้วเข้าไปในลำคอจะให้อาเจียน แต่มันไม่อาเจียน ยืนอยู่สัก 2-3 วิมันเซ เราตกใจด้วย พอเซปุ๊บเราไปหยิบขวดมาดู มันมีรูปหัวกระโหลกไฟว้ แล้วก็เขียนว่าห้ามรับประทาน ก็ไปปลุกลูกชายอีกห้องให้พาไปโรงพยาบาล ก็ให้ลูกชายเอาน้ำยาที่พ่อกินไปให้หมอดูด้วย อันนี้ลูกชายเล่าให้ฟังว่ายังไม่ออกถึงป้อม รปภ.หน้าบ้านเลย เราไม่รู้ตัวแล้ว ไปถึงโรงพยาบาลปุ๊บเขารีบเอาเข้าห้องฉุกเฉิน

เห็นว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดี วันที่เกิดเหตุ เป็นวันที่ 15 เมษายน นั่นคือวันสงกรานต์?

น้านงค์ : ใช่ เขาหยุดทำงานกันหมด แต่คุณหมออยู่โรงพยาบาลเต็มเลย รอช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด นี่แหละ

แต่ไปถึงโรงพยาบาลหมอแจ้งว่ายาต้านพิษสำหรับตัวนี้หมด?

น้านงค์ : ที่โรงพยาบาลนี้ไม่มียาต้าน มีอยู่ที่เดียวที่โรงพยาบาลรามา คุณหมอก็เลยประสานกับโรงพยาบาลรามา และเอายาต้านจากรามา มาที่มีนบุรี

หมอได้บอกไหมว่าอาการรอได้ หรือรอไม่ได้?

น้านงค์ : ลูกชายก็ถามหมอว่าเป็นยังไงบ้าง คุณหทอบอกว่าพ่อได้รับสารพิษ สารไซยาไนด์เข้าไป สามารถทำอันตรายให้ถึงแก่ชีวิตได้ ลูกก็ถามว่าพอจะรักษาได้ไหม คุณหมอบอกยังรับปากไม่ได้

ตอนนั้นภาษาชาวบ้านคือ 50:50?

น้านงค์ : ใช่ มันอยู่ที่ยาจะมาไวหรือเปล่า ก็ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงยาก็มาถึง

พอได้รับยาอาการเป็นยังไง?

น้านงค์ : ตอนนั้นน้าไม่รู้ตัว เพราะว่าตั้งแต่สลบไปถึงโรงพยาบาล มารู้ตัวก็นอนฟื้นนี่แหละ

เขาต้องล้างท้องไหม?

น้านงค์ : ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้เขาเอาเครื่องช่วยหายใจยัดเข้าไปในปาก ในลำคอ แล้วก็เจาะคอเหมือนเอาตัวยาต้านเข้าไปช่วย แล้วก็เจาะแขนให้น้ำเกลืออะไรประมาณนี้ แล้วก็มัดมือ มันเท้าดุกดิกไม่ได้เลยตอนฟื้นมา เขาบอกว่าต้องขอโทษนะ น้า ที่ต้องมัดแขน มันขา เพราะว่าน้าดิ้นแล้วน้าชักเกร็ง กลัวว่าตื่นมาแล้วจะไปดึงสายนู่น สายนี่

น้าหลับอยู่นานไหม?

น้านงค์ : ก็นานนะ เห็นลูกชายบอกว่าช่วงบ่ายๆ ถึงจะรู้สึกตัว

ภาพจากเฟซบุ๊ก : นงค์ เชิญยิ้ม

เห็นว่า ณ ตอนนั้นภรรยาไม่อยู่ด้วย มีแต่เด็กๆ ที่อยู่กับน้า ภรรยาอยู่ที่ไหน?

น้านงค์ : อยู่ร้อยเอ็ดครับ คือภรรยาผมไปเปิดร้านอยู่ที่นู่น ตอนนี้ น้านงค์ ทำธุรกิจอยู่ที่นู่น ภรรยาก็เลยดูแลอยู่ที่นู่น พอทราบเขาก็ตกใจ คือลูกชายผมเนี่ยเขาสติไม่มีแล้ว พอหมอไม่รับปากว่าจะได้คืนมาไหม เขาบอกเขาต้องไปนั่งทำใจว่าเขาต้องทำอะไรต่อ แล้วพอดีโทรไปหาน้องสาวเขา แล้วโทรไปหาแม่เขา แล้วก็โทรไปบอกป้าสมกับ น้าโย่ง พอโทรเสร็จ น้าโย่ง ก็มา ภรรยาผมก็ขับรถจากร้อยเอ็ดมาคนเดียว พอรู้ข่าววันที่15 ก็เดินทาง ซึ่งตรงกับวันที่คนเขากลับมาทำงานพอดี รถก็ติด มาถึงคือเช้าของอีกวันนึง

แล้วส่วนตัวของน้าเอง ตอนที่ฟื้นมา ความตายมันใกล้เราแค่เอื้อมเอง ณ ตอนที่ลืมตามาเป็นยังไงบ้าง?

น้านงค์ : เหมือนเราลืมตามา แต่น้าโชคดีอย่างนึงคือยังจำอะไรได้อยู่ จำได้ว่าเรามาหาหมอ แต่จำไม่ได้ว่าเราเป็นอะไร ไม่รู้ตัวว่าใครทำอะไรกับเราบ้าง ตื่นมาก็เห็นแสงไฟ ก็คิดว่านี่เราอยู่โรงพยาบาลเหรอ แต่ทำไมเราพูดไม่ได้

เจ็บไหม?

น้านงค์ : เจ็บ พูดไม่ได้เลย อึดอัดมาก พูดไม่ได้ ทีนี้คิดไปถึงงานอย่างเดียวเลย ห่วงงาน เราต้องใช้เสียงด้วย ทำไงดีพูดไม่ได้ เราจะทำยังไงต่อไป

มีความรู้สึกกลัวตายบ้างไหม?

น้านงค์ : กลัวๆ กลัวตั้งแต่ดื่มเข้าไปแล้ว ตกใจ แบบตกใจมากๆ

ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับร่างกายตอนนั้น เจ็บปวดขนาดไหน และเจ็บตรงไหนมากที่สุด?

น้านงค์ : ในคอ แล้วก็ตรงคอที่โดนเจาะ

หมอได้แจ้งไหมว่าจะมีผลอะไรกับเสียงเราไหม?

น้านงค์ : ไม่ได้บอกอะไร แต่ว่าถามหมอตอนที่เขาเอาเครื่องช่วยหายใจออก คือเราพูดไม่ได้เสียงมันแหบแห้งเลย คือร้องอะไรไม่ได้แน่นอน ผมถามทำไมเป็นอย่างนี้ แล้วผมจะทำยังไง ผมต้องมีงานวันที่ 18 คุณหมอบอกว่าเสียงจะเป็นแบบนี้ 2-3 วันเดี๋ยวมันจะหายไปเอง

ถ้าคิดไหมว่าถ้าเสียงเราไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมจะเกิดอะไรขึ้น?

น้านงค์ : นั่นแหละคิดมากเลย เพราะว่าเราต้องร้องช้อน ต้องไปทำงานเกี่ยวกับเสียงอย่างเดียว ถ้าไม่มีเสียงเราจะทำยังไงต่อไป อันนั้นคือคิดล่วงหน้าเลย

สุดท้ายน้าใช้เวลานานขนาดไหนกว่าเสียงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม?

น้านงค์ : ก็เป็นอาทิตย์ งานวันที่ 18 น้าโย่งคืนเลย ไม่ไป ช่วง โควิด ด้วย เจ้าภาพเขาจะให้ไปนั่นแหละ แต่ น้าโย่ง ว่าไม่เหมาะที่จะไปแล้วละ เพราะว่าเราก็ไม่สบายด้วย ถ้าไปก็ไป 2 คน ไป 2 คนไม่ไปดีกว่า ก็เลยคืนเจ้าภาพ

อยู่โรงพยาบาลกี่วัน?

น้านงค์ : 3 วันครับ ออกวันที่ 18 วันที่ 19 ผมก็ไปต่างจังหวัดเลย กลับไปพักฟื้นที่บ้านนอกเลย

ตอนนี้น้าต้องดูแลตัวเองยังไงบ้าง?

น้านงค์ : คุณหมอไม่ให้ทานเผ็ด แต่บางทีเราคนลูกทุ่ง เราขาดเผ็ดไม่ได้ ก็ลองกินดูว่ามันได้ไหม

คุณหมอได้อธิบายถึงน้ำยาตัวนี้ไหม ว่ามันอันตราย มันเข้าไปทำลายอะไรบ้าง?

น้านงค์ : คุณหมอบอกว่ามันเป็นสารไซยาไนด์ ซึ่งเคสแบบนี้ไม่มีรอดนะน้า ถึงจะนิดเดียวก็ตายได้

ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว แล้วจิตใจฟื้นตัวได้เร็วไหม?

น้านงค์ : หลอนมาก ตอนนี้อะไรที่มันใกล้เคียงกันผมเก็บทิ้งหมดเลย ตอนนี้จะกินน้ำก็ต้องระวัง ก็เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ประมาณนั้นเลย

ภาพจากเฟซบุ๊ก : นงค์ เชิญยิ้ม

วันนั้น น้าโย่ง เศร้ามากเลย?

น้านงค์ : ครอบครัวเราก็ได้กำลังใจจาก น้าโย่ง เจ๊สมนี่แหละ เหมือนเป็นที่พึ่งของเขาได้ เพราะลูกชายไม่รู้จะไปทางไหนแล้ว คือมันสับสนไปหมด โชคดีที่ได้ น้าโย่ง กับเจ๊สมมาช่วย

น้าโย่ง กับ น้านงค์ สนิทกันมากไหม?

น้าโย่ง : สนิทกันมาก สนิทกันนานแล้ว ตั้งแต่เล่นลิเกกันอยู่

วันที่รู้ข่าว น้านงค์ ดื่มน้ำยาล้างเครื่องเงินไปตอนนั้นรู้สึกยังไง ใจหายไหม?

น้าโย่ง : ตกใจ ก็รีบไปเลย

หมอบอกโคม่า เป็นตายเท่ากัน ฟังแล้วเป็นยังไง?

น้าโย่ง : เขาไม่รู้สึกตัว เราก็ใจไม่ดี กระวนกระวาย เดินวนอยู่หน้าห้อง ในใจก็ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยอย่าให้เขาเป็นอะไรเลย

ถึงขั้นบนบานศารกล่าวเลยไหม?

น้าโย่ง : นึกในใจ ตอนนั้นนึกไม่ออกว่าต้องบน ต้องอะไร ก็นึกถึงครูบาอาจารย์ ช่วย น้านงค์ อย่าให้เป็นอะไรนะ เราก็ใจหาย เพราะเขาไม่รู้สึกตัวแล้ว แล้วไม่รู้ข้างในเขาเป็นยังไง

เห็นบอกว่าตั้งแต่วันที่ น้านงค์ เข้าโรงพยาบาล น้าโย่ง ช่วยประสานงานเต็มที่เลย แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้เจอกันเลย?

น้าโย่ง : เราก็เวิร์กฟอร์มโฮมในไลน์นี่แหละ

พอรู้ว่าเพื่อนรักเราขนาดนี้อยากจะบอกอะไรกับเพื่อนบ้าง?

น้านงค์ : จริงๆ เราก็รักกันทุกวันอยู่แล้ว อยู่กันมาตั้งแต่สมัยเล่นลิเก เราไม่เคยมีผิดใจกัน เรารักกันมาตลอด เราดีใจที่ได้รับการดูแลจากเขา แล้วก็จากยายสม

ภาพจากเฟซบุ๊ก : โย่ง เชิญยิ้ม

น้าโย่ง เคยทะเลาะกับเพื่อนไหม?

น้าโย่ง : เราไม่รู้ทะเลาะยังไง เราเถียงคนไม่ค่อยเก่ง ก็เลยไม่ทะเลาะดีกว่า

เป็นห่วงกันเรื่องอะไรมากที่สุด?

น้าโย่ง : เรื่องสุขภาพนี่แหละ พวกเราเนี่ยไปทำงานที่ไหนก็แล้วแต่เราจะนั่งกันอยู่ 3 คน คุยกันได้ทั้งวัน สรุปคอนเย็นทักมาถามว่าคุยเรื่องอะไรบ้าง ก็ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไร

น้านงค์ : 3 คนโรคจะแตกต่างกัน น้านงค์ เป็นเบาหวาน น้าโย่ง เป็นเก๊าท์ น้าพวงเป็นทั้งเบาหวานเป็นทั้งเก๊าท์

แล้วตอนที่น้าโย่งทราบข่าวมีร้องไห้บ้างไหม เป็นห่วงเพื่อน?

น้าโย่ง : ซ้อมร้องไห้ตั้งแต่รู้แล้วละ ซ้อมกันสองคนกับยายสม

น้านงค์ : ร้องๆ เพราะว่าเจ๊สมบอกว่าน้าโย่งไม่เคยร้องไห้ นี่เขาร้องไห้ มึงรู้หรือเปล่า

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นทำให้รักกันมากขึ้นกว่าเดิมอีกไหม?

น้าโย่ง : เรียกว่าความผูกพันดีกว่า ถ้าความรักเดี๋ยวมันดูหวานไป คือความรักมันปนอยู่ในความผูกพัน ผสมกันอยู่เรียบร้อยแล้ว 3 คนเราผูกพันกันมาก

น้าโย่ง อยากบอกอะไร น้านงค์ บ้าง?

น้าโย่ง : ก็ระวังเดี๋ยวมันจะผิดพลาดขึ้นอีก น้าโย่ง มองว่า น้านงค์ เป็นคนรอบคอบอยู่แล้ว แต่วันนั้นมันเกิดความผิดพลาดจริงๆ

ภาพจากเฟซบุ๊ก : โย่ง เชิญยิ้ม

เรียกได้ว่าปฏิหาริย์มีจริงเลยก็ว่าได้ แอดขอแสดงความยินดีกับ น้านงค์ ด้วยนะคะและขอให้กลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงเช่นเดิมค่ะ

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co