ภรรยา - ลูกสาว และ เพื่อน เผยสาเหตุ อ๊อด คีรีบูน ป่วยแต่ไม่ยอมบอกใคร

ภรรยา - ลูกสาว และ เพื่อน เผยสาเหตุ อ๊อด คีรีบูน ป่วยแต่ไม่ยอมบอกใคร รับเจ้าตัวคิดเสมอว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร และไม่อยากให้ใครเป็นห่วง
ภรรยา - ลูกสาว และ เพื่อน เผยสาเหตุ อ๊อด คีรีบูน ป่วยแต่ไม่ยอมบอกใคร

ยังคงอยู่ท่ามกลางความโศกเศร้าสำหรับ วงการบันเทิง ที่ต้องสูญเสียนักร้องคุณภาพยุค 80 ไปสำหรับ อ๊อด คีรีบูน หรือ รณชัย ถมยาปริวัฒน์ ซึ่งเมื่อวานนี้ วันที่ 17 ต.ค. เป็นวันที่ญาติได้นำศพมาที่ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เพื่อทำพิธีรดน้ำศพ และ บำเพ็ญกุศศสวดอภิธรรมศพ ให้กับ อ๊อด คีรีบูน ที่เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งหลังจากที่ ทำพิธีรดน้ำศพ เสร็จเรียบร้อย น้องเอิ๊ก ชมนวรรณ ลูกสาว และคุณเอ้ก ปภัสสรา ถมยาปริวัฒน์ ภรรยา ของ อ๊อด คีรีบูน ได้เปิดใจถึงการสูญเสียในครั้งนี้ว่า

ภาพจากเฟซบุ๊ก อ๊อด คีรีบูน แฟนคลับ

ภรรยา : พี่ อ๊อดไม่ยอมให้บอกใครเลยว่าป่วย จริงๆพี่ อ๊อด ป่วยมาตั้งแต่ปี 59 แล้ว แต่ว่าพี่ อ๊อด เข้มแข็งมากยังทำงานปกติเลย เหตุผลที่ไม่ยอมให้บอกใคร เพราะว่าพี่ อ๊อด มีแฟนเพลงเยอะ คนรักพี่ อ๊อด เยอะไม่อยากให้ใครห่วง พี่ อ๊อด คิดเสมอว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร เขาคิดเสมอว่าเขาต้องหาย

กำลังใจเป็นยังไงบ้าง?

ภรรยา : คนป่วยเขากำลังใจดี เราก็กำลังใจดีตามเขา

เห็นว่าช่วงต้นปีดีขึ้นแล้ว มาทรุดช่วงไหน?

ภรรยา “คือจริงๆ พี่ อ๊อด เป็นมาตั้งแต่ปี 59 เริ่มมาจากมะเร็งปอด แต่ว่าอาการก็คงที่ โรคไม่ได้ลุกลามไปไหน จนมาปลายปีที่แล้วโรคมาที่สมอง พี่ อ๊อด ผ่าสมองไป 2 ครั้ง พอมาเดือนเมษาปีนี้ พี่ อ๊อด ก็เริ่มจะทรุดลง โรคเริ่มลุกลามมากขึ้น เริ่มทรุดมากๆ เลยคือเดือนมิถุนายน”

ไปอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่?

ภรรยา “เข้าๆ ออกๆ ค่ะ เข้า 10 วัน ออกมา 20 วัน ตั้งแต่เดือนมิถุนา ถามว่า พี่ อ๊อด ห่วงอะไรไหมก็น่าจะห่วงบริษัท เพราะว่าพี่อ๊อดทำโรงเรียนดนตรี ช่วงนี้ติดโควิดด้วย พี่อ๊อดก็ห่วงคุณครู ตอนนี้ก็เลยให้ลูกสาวมาทำแพลตฟอร์มออนไลน์ พี่ อ๊อด เกิดมาเพื่อให้ มีแต่เป็นห่วงทุกคน ไม่ห่วงตัวเขาเองเลย”

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถาม น้องเอิ๊ก ลูกสาวของ อ๊อด คีรีบูน ว่าคุณพ่อได้สั่งเสียอะไรไว้หรือไม่ น้องเอิ๊ก เผยว่า

ลูกสาว : จริงๆ เหมือนคุณพ่อเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะทรุดลงหรือจะไป ทุกครั้งที่เข้าออกโรงพยาบาลคุณพ่อก็จะมีหวังตลอดว่าเดี๋ยวจะหาย จะลุกขึ้นมาวิ่ง กลับไปเตะบอล ก็เลยไม่ได้พูดถึงการสั่งเสียในลักษณะนั้นไว้ แต่ว่าหนูเองก็จะบอกกับคุณพ่อตลอดด้วยความที่รู้ระยะโรคของคุณพ่อ ก็จะไม่อยากให้คุณพ่อห่วง บอกว่าไม่ต้องห่วงนะคุณพ่อปล่อยเลย อะไรที่ปล่อยได้ปล่อยแล้วเดี๋ยวลูก ครอบครัวทุกคนก็จะมาช่วยดูแลในสิ่งที่คุณพ่อห่วงเอง คุณพ่อเป็นเหมือนไอดอลของหนู ไม่ใช่แค่เป็นคุณพ่อแต่ว่าเป็นคนที่หนูอยากเอาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต ในการทำทุกๆ อย่างให้เหมือนเขา อยากแคร์คนอื่น อยากรักคนอื่น อยากสร้างความสุขอย่างที่คุณพ่อเคยทำ”

ลูกสาว : คุณพ่อจะพูดตลอดเลยว่าให้หนูทำในสิ่งที่หนูรัก ให้หนูทำในสิ่งที่หนูมีความสุข แล้วใช้สิ่งที่เรารักไปสร้างความสุขให้คนอื่น แบบนั้นเราก็จะมีความสุขไปด้วย เราก็จะมอบความสุขให้คนอื่นได้ด้วย สิ่งที่หนูจำมาตลอด แล้วก็พยายามทำแบบที่คุณพ่อทำ

ภรรยา : ก่อนที่พี่อ๊อดจะเสียประมาณ 3 วัน ก่อนเข้าโรงพยาบาลรอบนี้ คือพี่อ๊อดมีอาการสับสนทางสมอง พี่อ๊อดร้องออกมาเป็นเพลงเหมือนกำลังขึ้นคอนเสิร์ตอยู่ แต่ว่าร้องออกมาเป็นภาษาที่เราฟังไม่รู้เรื่อง แต่เรารู้ว่าเขาร้องเพลงอยู่ มีโบกไม้โบกมือให้แฟนเพลง คือมันยังอยู่ในใจเขาอยู่ แล้วเขาชอบมอบความสุขให้กับคนค่ะ

มีแพลนที่จะมีคอนเสิร์ตไหม?

ภรรยา : จริงๆ พี่อ๊อดก็มีคอนเสิร์ตตลอดอยู่แล้วค่ะ มันก็เลยเป็นอะไรที่อยู่ในใจเขาว่าเขาต้องขึ้นคอนเสิร์ต

วันนี้สูญเสียหัวหน้าครอบครัวไป จะดูแลกันอย่างไรบ้าง?

ภรรยา : คุณพ่อเขาก็ฝากลูกไว้ คิดว่าลูกน่าจะทำในสิ่งที่คุณพ่อทำเอาไว้ คุณพ่อทำโรงเรียนดนตรีมา 20 กว่าปี ตอนป่วยหนักลูกก็เข้ามาช่วยคุณพ่อดู คุณพ่อเห็นในสิ่งที่ลูกทำก็ค่อนข้างสบายใจค่ะกับผลงานที่ลูกทำออกมา จากที่เขาเป็นคนที่ไม่อยากทำเลย แต่พอคุณพ่อป่วยเขาสามารถทำได้ดีค่ะ คุณพ่อก็เลยสบายใจ ถามว่าก่อนจากไปพี่ อ๊อด พูดอะไรก่อนจากไปไหม พี่ อ๊อด สู่เสมอ เขาคิดตลอดว่าจะหาย จะกลับไปทำงาน

ภรรยา : พี่ อ๊อด ไม่ได้บอกใครเลยนอกจากที่ใกล้ชิดจริงๆ แม้กระทั่งพี่อ๊อดนอนป่วยอยู่มีคนโทรมาปลายสายจะไม่รู้เลยว่าพี่อ๊อดนอนป่วยอยู่ เพราะจะคุยปกติมาก คือจริงๆ ก็ไม่เคยโกหกใครนะ เวลาใครถามก็จะบอกช่วงนี้โควิดพี่อ๊อดทำงานออนไลน์อยู่ เราก็จะเลี่ยงตอบ เพราะสิ่งที่พี่อ๊อดไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เรารู้เจตนาเขา เราก็เลี่ยงคำตอบเอา

ลูกสาว : จริงๆ เราเอาคุณพ่อเป็นหลักที่พูดอะไรสั่งอะไรไว้ หนูจะเคารพการตัดสินใจของคุณพ่อ หนูค่อนข้างจะเข้าใจความรู้สึกของคุณพ่อเวลาที่ต้องทำงานไปด้วย อย่างเวลาขึ้นคอนเสิร์ตก็ป่วยแล้ว แต่ความรู้สึกเขาคืออยากขึ้นไปมอบความสุขให้คนหนูก็จะเคารพตรงนั้น สิ่งที่คุณพ่ออยากทำ สิ่งที่ไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ลูกสาว และ ภรรยา ได้เปิดใจถึง อ๊อด คีรีบูน ไปแล้ว ยังมี เพื่อน อย่าง ชมพู ฟรุตตี้ , เท่ห์ อุเทน และ ปิง ฟรุตตี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเพื่อนอีกด้วยว่า

ชมพู : ตกใจมากกว่า คือทราบว่าเขาป่วยมานานแล้ว แต่ว่าพวกเราก็ทำตามที่ อ๊อด เขาขอไว้ ไม่อยากให้เรากังวล เราก็เลยไม่ได้บอกใคร แต่ช่วงหลัง ที่เขาเริ่มทรุดลง เป็นเพราะโควิดด้วย เราก็ไม่ได้เจอกัน ก็ไม่ทราบว่าอาการเขาถึงขนาดไหน พอเมื่อวานทราบก็ตกใจ เพราะจริงๆ คิดว่าเขาเคยหายจากอาการไปรอบหนึ่งแล้ว คิดว่ารอบนี้ก็น่าจะรักษาได้ ก็ปุบปับเหมือนกัน ตกใจ

ปิง : นิสัย อ๊อด เขาจะค่อนข้างเป็นคนเกรงใจแฟนคลับมาก แล้วก็ไม่ชอบเลยที่จะให้คนมาต้องวิตกกังวลกับเรื่องของเขา วันที่เรารู้ก็เกิดจากการที่เราคุยกันสนุกสนานเฮฮาบนรถด้วยซ้ำ แล้วอยู่ๆ อ๊อดก็บอกขึ้นมาว่า เขากำลังรักษาเนื้อร้าย เอาฟิล์มเอกซเรย์ให้เราดูด้วย

ชมพู : อันนี้ผมแก้ข่าวนิดนึง เริ่มต้นเป็นที่ปอด แล้วลามไปกระดูก ตอนที่คุยกันก็คือเราไปร้องเพลงด้วยกันที่เชียงราย เมื่อสักปี 61 แล้วอ๊อดก็เล่าให้ฟังว่าเป็น แล้วก็หายแล้ว แล้วก็เอาฟิล์มเอกซเรย์ให้ดู ซึ่งตอนนั้นเนี่ย อาการก็ไปขั้น 4 เหมือนกัน แล้วกลับมาอีกทีตอนปี 62 ตอนที่เราไปอัดรายการ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มกลับมา แล้วมาที่สมอง แล้วเริ่มมีอาการที่ทำให้ อ๊อด เนี่ย เหมือนกับว่าสนุกสนานผิดไปจากที่เขาเคยเป็น รอบหลังเนี่ย จริงๆ เท่ห์ก็เป็นอีกคนที่รู้ เพราะเพื่อนของเขาเป็นหมอที่ดูแลอาการอ๊อดเลยในช่วงหลังเนี่ยนะครับ ก็อย่างที่บอกว่าอาการเขาทรุดลง แต่ว่าในช่วง 3-4 เดือนหลังเราไม่ทราบข่าว

เท่ห์ : ก็ทราบกันหมดทุกคน ว่าทางพี่เอ้ก แล้วก็พี่อ๊อด เขาต้องการให้เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความลับ พวกเราก็เลยรู้กันแค่วงในไม่กี่คน เผอิญว่าตอนนั้นมางานของคุณพ่อพี่เอ้ก แล้วก็เห็นว่าพี่อ๊อดผอมลงไปเยอะ ก็เลยคุยกัน แล้วมีเพื่อนที่เป็นแพทย์ทางสมุนไพร แม่มดกัญชา ดร.แก้มหอม เป็นเพื่อนรักเท่ห์ ก็เลยให้เบอร์พี่เอ้ก โทรศัพท์คุยกันกับทางสามีของแก้มหอม แล้วก็ให้รักษาตามขั้นตอนอีกแบบหนึ่ง มันก็อย่างว่าครับ ต้องเอาทุกทางให้หายให้ได้ กำลังใจตอนรักษา พี่อ๊อดเขาก็เข้มแข็งนะ แกพูดกับพี่เอ้กว่าแกจะไม่ตาย แกยังมีโรงเรียนที่ต้องดูแลอีกเยอะ แกตั้งความหวังไว้เยอะครับ

ชมพู : เอาตรงๆ ผมเสียดายมากที่ไม่ได้คุยกับ เพื่อน ครั้งสุดท้าย คือเมื่อวานพอรู้ ยังเหมือนโกรธว่าทำไม คือถามเอ้กเลยว่า ถึงขนาดนี้แล้วทำไมไม่บอกกันบ้าง เพื่อน สนิทหลายคน อย่างน้อยก็ไปให้กำลังใจ หรือไปดูใจ แต่ว่าก็ได้ฟังอย่างที่เอ้กเขาบอก คือว่า อ๊อด เองก็จำเป็นจะต้องการความสงบ ถ้ามีใครมาเยี่ยมมาอะไรมากๆ ในช่วงหลัง ก็อาจจะยิ่งทรุดไป อันนี้ก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องอันนี้เขาเคยพูดเองกับผม บอกว่าเกรงใจ เขารู้ว่าถ้าใครรู้ว่าเขาไม่สบายเนี่ย ทุกคนก็อยากจะมาเยี่ยม แล้วก็อาจจะเป็นภาระ เพราะว่าช่วงนี้โควิดด้วย ก็มีข้อกังวลหลายอย่าง ฟังแล้วก็เข้าใจ แต่จริงๆ อยากจะบอกว่า เมื่อต้นปีนี้เองที่เพิ่งเจอ แล้วตอนนั้นอาการ อ๊อด ดีขึ้นมาก จากที่เท่ห์บอกว่างานศพคุณพ่อเอ้ก ต้นปีนี้เพิ่งเจอกันที่บ้านผู้ใหญ่คนหนึ่ง กินข้าวด้วยกัน แล้วก็ถามอาการว่าเป็นไง อ๊อดก็ดีขึ้นมาก เหมือนไม่ป่วย ก็ถึงยังได้สบายใจ ว่าคงไม่เป็นไร เพราะว่าปี 62 ที่บอกว่ามันกลับมาเนี่ย จนปี 64 ต้นปีเนี่ย เขาดีมากๆ เลย อ๊อดก็บอกว่าไม่ต้องบอกใครนะ ไม่อยากให้ใครกังวล ถึงบอกว่าพอเห็นว่าเขาอาการดีขึ้นมาก เราก็คิดว่าเขาจะหายด้วยซ้ำ พอรู้ว่าเขาเสียเนี่ย พูดไม่ถูก คิดถึง เพื่อน เพื่อนทำอะไรได้อีกเยอะ

เมื่อสักครู่นี้ได้บอกอะไรกับ เพื่อน ไหม?

ชมพู : ก็บอกว่าไปให้สงบนะ โรงเรียนของเขาก็มีลูกมาดูแลแล้ว แล้วก็คิดถึงครับ

ปิง : ก็บอกเขาว่าไปสู่สุคตินะ เรื่องบนโลกก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร สักวันหนึ่งเดี๋ยวก็จะไปหากันเอง

เท่ห์ : ก็บอกให้พี่ อ๊อด เดินทางปลอดภัย ตามสไตล์ครับ ก็ไม่ได้มีอะไรติดค้าง เพราะก็ถือว่าช่วยแกเต็มที่แล้ว ผมก็อยากให้แกหาย เพื่อนผมที่รักษาให้พี่อ๊อด นี่คือภาวนากับผม ว่าเขาไม่คิดไม่เอาเงินพี่อ๊อดแม้แต่บาทเดียว วันนี้เขาก็ทำจริงๆ ก็ต้องขอบคุณแม่มดกัญชานะครับ ดร.แก้มหอม แล้วก็พี่อ๋องสามีเขา ที่ดูแลพี่อ๊อดอย่างดี ส่งทีมงานมาดูแลตลอด เป็นสิ่งที่อย่างน้อยเท่ห์ก็ดีใจ ที่ได้มีส่วนดูแลพี่ชายครับ

แอดเชื่อว่าแม้ว่าตัวของพี่ อ๊อด จะจากไป แต่ผลงานและความทรงจำดีๆ รวมถึงความดี ความสุขที่พี่ อ๊อด เคยได้มอบไว้ให้กับแฟนๆจะยังคงอยู่ในใจของพวกเราตลอดไปค่ะ

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co