ศรีสุวรรณ ยันร้องเรียน 2 พส โต้ หิวแสง ลั่น มีแสงในตัวเองอยู่แล้ว

ศรีสุวรรณ จรรยา ยันร้องเรียน 2 พส โต้ หิวแสง ลั่นมีแสงในตัวเองอยู่แล้ว ด้าน พระมหาไพรวัลย์ แจง เจตนาต้องการสอนธรรมะให้คนรุ่นใหม่ สอดแทรกมุขตลกเท่านั้น โพสต์เลชที่บัญชีเป็นแค่การอำเล่น
ศรีสุวรรณ ยันร้องเรียน 2 พส โต้ หิวแสง ลั่น มีแสงในตัวเองอยู่แล้ว

กำลังเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากกับกรณี 2 พระนักเทศน์ชื่อดังอย่าง พระมหาไพรวัลย์ และ พระมหาสมปอง ที่มีการออกมาไลฟ์สด เพื่อสอนธรรมะในรูปแบบใหม่ โดยมีการสอดแทรกคำศัพท์วัยรุ่นเข้าไป และนำเสนอกันแบบสนุกสนานขำขัน เรียกว่า โดนใจวัยรุ่นยุคนี้อย่างมาก เพราะในวันที่ ท่านได้ไลฟ์สดนั้นมียอดผู้เข้าชมสูงถึงกว่า 2 แสนคนเลยทีเดียว จนกลายเป็นกรณีไวรัล และท่านทั้ง 2 ยังเรียกแทนตัวเองด้วยศัพย์วัยรุ่นด้วยว่า พส ซึ่งแปลว่า พระสงฆ์ ซึ่งในวันดังกล่าวมีการตั้งหัวข้อด้วยว่า ไลฟ์สดพูดคุยกันในหัวข้อศึกชิงบัลลังก์ตั่งทอง ส่วนหนึ่งมีคนชื่นชอบ แต่ก็มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าเหมือนเป็นการ ไม่สำรวม หรือเปล่า

ทั้งนี้ พระมหาไพรวัลย์ และ พระมหาสมปอง ก็ได้มาพูดคุยในการ โหนกระแส ของพิธีกรคนเก่ง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้น

อะไรคือศึกชิงบัลลังก์ตั่งทองที่มีการไลฟ์ร่วมกัน ?

พระมหาไพรวัลย์ : อยู่วัดเดียวกัน แต่จริงๆ ไม่ได้ถูกกัน

ทะเลาะกันเหรอ?

พระมหาสมปอง : อย่าหาทำ ไอ้ต้าว

พระมหาไพรวัลย์ : เราพยายามถูกกับท่าน แต่ท่านไม่ถูกกับเรา

เหม็นกันเหรอ?

พระมหาสมปอง : เขาไม่ถึงขั้น ด้วยอายุ ด้วยชั้น ไม่ถึงขั้นมาคู่เรา (หัวเราะ)

พระมหาไพรวัลย์ : อุ้ย

ท่านจะอุ้ยแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวคนตกใจ?

พระมหาสมปอง : เป็นกาสะลองซ้องปีป มุนิน มุตา เหมือนกันมาก

ตกลงศึกชิงบัลลังก์ตั่งทองคืออะไร?

พระมหาไพรวัลย์ : แค่แซวเฉยๆ พอมีการสนุก เฮฮาบ้าง คนก็เข้ามาแซวเยอะขึ้น ถ้าจะขำขนาดนี้ พระอาจารย์สมปอง คงตกลงแล้วแหละ ถ้าขำขนาดบัลลังก์ตั่งทองต้องเป็นของ พระมหาไพรวัลย์ แล้วแหละ เอามาแซว งั้นก็ได้ เดี๋ยวเชิญพระอาจารย์ มหาสมปอง มาไลฟ์ด้วยกันเลย

หัวข้อที่คุยกันเป็นอะไร เป็นการบรรยายธรรมหรืออะไร?

พระมหาไพรวัลย์ : ไม่มี (หัวเราะ)ไม่ได้คิดหัวข้อ อยากมาคุยให้มันสนุก ให้คนเห็นว่าท้า อาจารย์สมปอง แล้วท่านก็มา มาไลฟ์คู่กัน เดี๋ยวก็สอดแทรกธรรมะไปบ้าง

พระมหาสมปอง : แฟนเพจมาดูว่าอาตมาจะตุยหรือเปล่า (ตุยแปลว่าตาย)

พระมหาไพรวัลย์ : จะตุ๊บ ไม่ใช่ตุย (หัวเราะ) จะสู่ขิตมั้ย

พระมหาสมปอง : อาตมาไม่สู่ขิตน่ะสิ

ในการพูดคุยกัน เป็นปรากฎการณ์เหมือนกัน คนเข้าไปดูสองแสนกว่าคน ที่สำคัญมีคำแปลกๆ เช่น สภาพ คืออะไร?

พระมหาไพรวัลย์ : นี่ไงสภาพ อย่างหนุ่มคือสภาพยังดีอยู่ แต่อย่างนี่ (ชี้ไปที่พระมหาสมปอง) คือหมดสภาพ (หัวเราะ)

พระมหาสมปอง : อย่างน้อยไม่มีใครเอาไปทำปากปอ้าๆ

อาหรุ่มเจ๊าะคืออะไร?

พระมหาไพรวัลย์ : ยิ้มอย่างมีเลศนัย

พระมหาสมปอง : นุ่มนวล มีเลศนัยนิดๆ อย่างสองคนนี้จ้องตากัน อาหรุ่มเจ๊าะจังเลย

วันนั้นมีการบรรยายธรรมไปด้วยมั้ย?

พระมหาไพรวัลย์ : อุ้ย เหมือนโดนหลอกด่า (หัวเราะ) มีนะ เวลาเราไลฟ์จะมีพวกคอยโค้ดข้อความ คอยฟังโค้ดข้อความที่เป็นธรรมะ มี แต่อาจจะน้อยนิดนึง

มีสอนอะไรบ้าง?

พระมหาไพรวัลย์ : สอน แต่ตอนนี้มันเพิ่งเริ่ม มันคือการดึงคนก่อน คนเพิ่งมาดูมาฟัง ถ้ามีกลุ่มคนมาตามค่อยคิดหัวข้อกัน นี่ก็คิดว่าทุกวันศุกร์เราจะไลฟ์ร่วมกัน หาหัวข้อในการคุยกันแต่ละครั้ง แต่นี่ครั้งแรกจะหาสาระมาเลยใครจะฟัง

พระมหาสมปอง : อาตมาเพิ่มเป็น 5 ส. สนุก สาระ สงบ สติ สำนึก สนุกคือดึงคนเข้ามาก่อน ต่อไปก็เติมสาระ ต่อไปก็มีความสงบ ต่อไปตอนท้ายๆ จะพานั่งสมาธิ 10 นาที จะดูสิว่ายอดจะเพิ่มหรือลด ให้เกิดสติ ให้เกิดสำนึกที่เขาจะไปทำอะไรดีๆ อยากให้ไปอ่านคอมเมนต์ที่ว่าไม่ฟังธรรมะมานานแล้ว นี่ก็เพิ่งได้กลับมาฟัง บางคนบอกว่าฟังธรรมะสามวันรวด ไม่เคยทำมาก่อน อารมณ์อย่างนี้มา ที่ด่าก็มี แต่เราไม่อ่าน

พระมหาไพรวัลย์ : เขาเขียนมาก็ไม่ได้อ่าน

ขาบอกท่านเหมือนปลาแซลมอน?

พระมหาไพรวัลย์ : ทั้งวัดท่านใส่สีนี้คนเดียว ก็ถามว่าพระอาจารย์ทำไมใส่สีนี้ ท่านบอกผมชอบฉันปลาแซลมอน (หัวเราะ)

ทำไมต้องใช้ สอง พส. ก่อนหน้านี้ พส. ไม่ได้ใช่กับพระสงฆ์ เขาใช้เพื่อนสาว เพื่อนสนิท พอมาใช้กับพระ เราเลยแปลงไปเป็นพระสงฆ์เหรอ?

พระมหาไพรวัลย์ : เอาคำฮิตวัยรุ่นมาปรับเปลี่ยน พส.ก็แปลว่าพระสงฆ์ได้ แล้วพอนึกถึงพส. ต่อไปนี้ จะแปลว่าพี่สาวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่จะนึกถึงพระสงฆ์

พระมหาสมปอง : ที่ท่านลึกลงไป ก็เหมือนกลุ่มที่เราไม่ค่อยได้เทศน์ไม่ค่อยได้บรรยาย เขาจะไม่กล้าเข้ามาฟัง เกรงใจพระ วี้ดว้าย แต่พอพระเอาศัพท์เขามาใช้ เขาก็อยากฟังพระ ทำให้เขาสนใจธรรมะมากขึ้น ซึ่งก็โดนใจ

มีคนชื่นชอบมาก วัยรุ่นเด็กๆ เขาชื่นชอบมาก พระมหาไพรวัลย์ เขาเรียกท่านว่า พีพี เป็นชื่อย่อ?

พระมหาไพรวัลย์ : ไม่ทราบจริงๆ (หัวเราะ)

พีพี หมายถึงแบรนด์ที่ดังๆ มาก อย่างเช่น ปาเต๊ะฟิลลิปิส์ ยี่ห้อนาฬิกา แบรนด์หรู หรือเป๊ก ผลิตโชค ก็พีพี นักฟุตบอลชื่อดัง ก็พีพี?

พระมหาไพรวัลย์ : อุ้ย จออย่าสลับหน้า เอาเป๊กคนเดียว

ล่าสุดพีพีได้ถือกำเนิดขึ้นมา คือพระมหาไพรวัลย์ เป็นชื่อย่อของท่านไปแล้ว พระมหาสมปองก็มี PS?

พระมหาสมปอง : เด็กๆ อาจจะชอบ เจาะกลุ่มเล่นเกม นี่ตั้งใจแกงใช่มั้ย (หัวเราะ) เขาเป็นนาฬิกาหรู นี่เพลย์สเตชั่น

เพลย์สเตชั่นต้องเข้าแล้วนะ

สองท่านพยายามสอดแทรก เรื่องมุกตลก แสดงธรรม แต่มีคนไม่เข้าใจ ได้ยินเสียงว่าเสียงด่าบ้างมั้ย?

พระมหาสมปอง : ก็มีบ้าง พระเถระท่านเตือนบ้าง มี ส.ส.โทรมาด้วย ว่างๆ เขาจะชวนเราไปชี้แจง กธ. ศาสนา แต่ก็ถือเป็นโอกาสดี จะได้ชี้แจงว่าเผยแพร่คนฟังแล้วบิดสิ่งมีประโยชน์ใส่เข้าไป เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนพินาศเป็นพัฒนา เปลี่ยนปัญหาให้เป็นบทเรียน ผู้ใหญ่เตือนเราก็ฟัง

พระมหาไพรวัลย์ : ผมบอกแล้วเวลาไลฟ์อย่าไปการเมือง ซิโนแวค ซิโนฟาร์มทำไมก่อน บอกแล้วพระอาจารย์อย่าไทอิน(หัวเราะ)

พระมหาสมปอง : ตอนไทอินโยมเขาฝากมา ก็เห็นใจเขา

เจ้าอาวาสวัดสร้อยทองเรียกคุยหรือยัง?

พระมหาสมปอง : ก็ลำบากใจกับสองรูปนี้เหลือเกิน ท่านยังไม่เรียก แต่ปกติท่านเจ้าคุณอุทัย ท่านใจดีมาก ท่านสนองงานพระเถระดีมาก ท่านก็อยู่ตรงกลาง ผู้ใหญ่บอกอะไรมาท่านก็บอกเรา บางทีท่านก็บอกอาตมา เบาได้เบา อาตมาเป็นพระอยู่ในกรอบอยู่แล้ว ไปดูที่กุฏิท่าน อาตมาอยู่ในกรอบรูปกับเจ้าอาวาสเลย ท่านไพรวัลย์ไม่มีในกรอบรูปเลย

พระมหาไพรวัลย์ : ก็เคยถามท่านแล้วว่าทำไมเป็นแบบนี้ ท่านก็บอกว่าเรายังอยู่ใกล้กัน เห็นกันบ่อย แต่สมปองเจอปีนึงสองครั้ง

พระมหาสมปอง : อย่าแกงพี่ ออกโหนกระแสด้วย รายการนี้เรตติ้งดี

พระมหาไพรวัลย์ : ตัวไม่ได้อยู่ในโบสถ์ แต่ใจอยู่ใต้ฐานพระประธานเสมอ

ทางท่านสมปองโทรมากลางดึกผมก็โทรกลับไป ตอนแรกก็ถามว่ามันดึกแล้ว ทำไมท่านไม่จำวัด ธรรมดาจำวัดหรือเปล่า?

พระมหาไพรวัลย์ : พระพุทธเจ้าจำวัด 4 ชม.นะ หลังเที่ยงคืน แต่ภาพคนไทยคือพระต้องนอนเร็ว จริงๆ ไม่นอนเร็วก็ตื่นเช้าได้ พระนักบวชนอน 4 บัณฑิตนอน 6

ตื่นมาทำวัดมั้ย เข้าโบสถ์ไปสวดมนต์เหมือนพระอื่นๆ มั้ย?

พระมหาสมปอง : ก่อนยุคโควิดหรือเปล่า ยุคนี้ก็ห่างๆ หน่อย

กวาดลานวัดมั้ย?

พระมหาสมปอง : ตอนเป็นสามเณรมีการกวาด แต่ตอนนี้หลวงพ่อจ้างโยมไว้แล้ว ก็เหมือนไปซ้ำซ้อนกันโยม โยมจะมองหน้าเหมือนพระไปปแย่งอาชีพเขา จริงๆ เราสอดแทรกธรรมะเยอะขึ้น แค่คนอย่าออกแล้วกัน ตอนนี้กำลังเริ่มไลฟ์ หาไมค์แล้ว วันเสาร์จะไลฟ์เติมธรรมะเรื่อยๆ เดี๋ยวมาดูกันว่าพอเติมธรรมะ คนดูกี่ร้อย แต่เท่าไหร่ก็ดีหมด

กิจของสงฆ์คือการบิณฑบาต ทำวัตรเช้า สองท่านบิณฑบาตมั้ย?

พระมหาไพรวัลย์ : จริงๆ ไม่ใช่ข้อบังคับ คนชอบคิดว่านั่นคือข้อบังคับ ไม่ทำไม่ได้ จริงๆ คนบิณฑบาต คือคนถือธุดงค์ นั่นคือหนึ่ง แล้วต้องฉันแต่ของบิณฑบาต ไม่ต้องฉันของที่ญาติโยมเอามาให้ แต่ถามก่อน วัดสร้อยทอง พระ 150 รูป บิณฑบาตทุกรูปเอาข้าวที่ไหนฉัน ไม่มีทาง ต้องสลับสับไป แล้วที่วัดสร้อยทองเขามีโรงทาน ก็ไปฉันได้ที่โรงทาน ที่วัดไม่บังคับเลย เพราะที่สำนักเรียนต้องตื่นมาดูหนังสือเพื่อเตรียมเข้าเรียน เราไม่ได้ฉันแล้วนอน บางทีตื่นมาตอนเช้าดูหนังสือไม่ทันก็เรียนไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นสำนักเรียนบาหลี

ล่าสุด “ท่านเจ้าคุณพิพิธ” บอกว่าพระผู้ใหญ่เป็นกังวล ไม่ปลื้ม กลัวไม่มีอนาคตในวงการสงฆ์ ขอถามนิดนึงก่อน วงการสงฆ์ต้องมีอนาคตด้วยเหรอเหมือนวงการบันเทิงมั้ย หมายถึงอะไร มีจุดพีคเหรอ?

พระมหาไพรวัลย์ : ต้องถามก่อนว่าอนาคตเอาไปผูกกับอะไร ถ้าไปผูกว่าท่านจะได้โต มีสมณศักดิ์ มีตำแหน่งหน้าที่ เราไม่ได้มองเรื่องนี้มานานแล้ว พระอาจารย์สมปองท่านก็ไม่ได้มอง ท่านเน้นว่าได้ทำงานกับชาวบ้าน นักศึกษา ประชาชน คนรุ่นใหม่ดีกว่า การเทศน์ก็คืออนาคต

พระมหาสมปอง : ใช่ อาจเป็นเพราะตอนสอนมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ ราชวิทยาลัย อาจารย์โยมคนนึงบอกว่าสมณศักดิ์เอามาครอบงำสาธารณจักรเอาไว้ สมณศักดิ์คือยศ คือชอบประโยชน์นี้ ถ้าเพื่อนพี่ได้เราก็ยินดี แต่เราคงไม่ได้หรอก เราอยากทำงานด้านเผยแผ่นี่แหละ เป็นขวัญใจเด็กๆ ขวัญคนแก่คนเฒ่า วัยรุ่น แต่ก่อนท่านก็ไม่เข้าใจอาตมา ตอนที่อาตมาบอกว่าอยากเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข ท่านเคยค้านอาตมาด้วย

ถ้าพระไม่ออกทีวี อยู่แต่ในวัด แล้วอนาคตต่อไปท่านจะได้เป็นอะไร?

พระมหาสมปอง : อาตมาอดีตเคยเป็นเหลนเจ้าอาวาสมาก่อน ใหญ่โตมาก

จะมีความใหญ่โต เป็นเจ้าคณะตำบล?

พระมหาไพรวัลย์ : ประมาณนั้น แต่ตอนนี้ภูมิใจกับตำแหน่งที่ได้แล้ว รักษาการณ์พระลูกวัด พระอารามหลวง

พระมหาสมปอง : และประธานจ๊อกจ๊อก

พระมหาไพรวัลย์ : ประธานฝ่ายสงฆ์ (หัวเราะ)

เราต้องทำดีแบบไหน ขนาดไหนถึงได้เป็นเจ้าคณะตำบลหรือจังหวัด?

พระมหาไพรวัลย์ : ถ้าเราหวังจะมีอนาคตทางคณะสงฆ์ ทำอะไรต้องอยู่ในกรอบ ให้เป็นที่โปรดปรานของพระผู้ใหญ่ แล้วจะได้เลื่อนขั้น

ต้องทำดีแบบไหน มุมไหน ถึงได้เป็นเจ้าคณะสูงๆ ต้องไม่กินปลาหรือยังไง ต้องดีขนาดไหน?

พระมหาสมปอง : คืออะไรไม่กินปลา (หัวเราะ) อธิบายอย่างนี้มันมีฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายการศึกษา ถ้าท่านพัฒนาดี ดูแลพระดี ก็ขึ้นเป็นเจ้าคณะตำบล พัฒนาดีอีก ดูแลเก่งอีก ก็ขึ้นเป็นเจ้าคณะอำเภอ บามีแผ่ มีเมตตา เก่งมาก ก็ขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัด ด้านยศก็อาจเป็นพระครู ชั้นนั้น ชั้นนี้ไปเรื่อยด้วยผลงานการศึกษา อย่างหลวงปู่เราที่พระราชทานเพลิงศพไปแล้ว ท่านสนับสนุนการศึกษาดี ท่านก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีการเจริญก้าวหน้า และมีความเรียบร้อยแหละ แต่หลังๆ พระที่อยู่ในป่าสายปฏิบัติ บางทีถึงพระเนตรพระกัณฑ์ ได้รับยศก็มี อย่างพระพยอม ตอนแรกไม่ได้สนใจยศถาบรรดาศักดิ์เท่าไหร่ ตอนนี้ก็เป็นเจ้าคุณ เจ้าคณะตำบลก็มาแซว แหมพยอม บันไดมีก็ไม่ขึ้น ขึ้นลิฟท์เลยนะ ลิบๆๆ เลย หมายถึงเลื่อนชั้นข้ามคนที่ใหญ่กว่า แต่สุดท้ายเป็นพระเนตรกระกัณฑ์ที่ในหลวง ร. 9 ถวาย ท่านก็รับไว้

“คุณศรีสุวรรณ จรรยา” อยู่ในสาย ไปร้องมาเรียบร้อยแล้ว?

ศรีสุวรรณ : ทำหนังสือส่งไปให้ทางเถระสมาคม ดำเนินการตั้งกรรมการสอบ แล้วไปพิจารณาออกกฎ ว่าการมีภิกษุสงฆ์ออกมาไลฟ์สดแสดงธรรมตลกขบขันแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อการถือเพศบรรพชิตหรือไม่อย่างไร อีกทั้งการที่พระสงฆ์มาทวงถามเงินปัจจัย แสดงเลขบัญชีพร้อมเพย์แบบนี้ มันเข้าข่ายความผิดตามพระธรรมวินัยหรือไม่อย่างไรครับ

อยากให้มีบทลงโทษอย่างไร?

ศรีสุวรรณ : ถ้าทางมหาเถระสมาคม ซึ่งมีอำนาจตามพ.ร.บ. คณะสงฆ์ ปี 2505 ที่แก้ไขเพิ่มเติมปี 35 ท่านก็มีอำนาจในการออกมติ ว่าพฤติการณ์หรือการกระทำของพระสงฆ์เหล่านี้เป็นความผิด สองประเด็น หนึ่งเป็นความผิดทางพระธรรมวินัย ซึ่งพระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ในศีล 227 การรับเงินจริงๆ ก็เป็นความผิด ฝ่าฝืนพระธรรมวินัย เมื่อเป็นข้อที่ถูกกำหนดในศีล 227 จริงๆ ไม่ได้มีบทลงโทษร้ายแรงอะไร แค่ปลงอาบัติ ก็ได้แล้ว แต่การกระทำแบบนี้เป็นการกระทำที่อาจซ้ำหลายต่อหลายครั้ง ก็มีบทบัญญัติที่หนักเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญเรื่องเหล่านี้แม้จะอ้างว่าเป็นไปตามยุคสมัยในการเผยแพร่พระธรรม แต่ผมคิดว่าการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาเผยแพร่พระธรรม มันก็ไม่จำเป็นต้องมาสร้างมุกตลกโปกฮาใดๆ ทั้งสิ้น

ต้องเทศน์เคร่งๆ?

ศรีสุวรรณ : ครับ

มีคนถามว่าทำไมไม่ไปร้องพระที่กินหมูกระทะ หรือพระที่เสกมนต์คาถา เอาคนลงตุ่มน้ำ?

ศรีสุวรรณ : ผมก็ร้องเรียนอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่ว่าเป็นข่าวหรือไม่เท่านั้นเอง พระคนไหนที่ผ่าเหล่าผ่ากอ ฝ่าฝืนพระธรรมวินัยถ้าผมรู้หรือทราบข่าว ผมร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ล่าสุดพระที่ไปสนับสนุนหรือให้กำลังใจนักโทษที่นครสวรรค์ ผมก็ส่งคำร้องไปแล้ว

คนว่าพี่เป็นนักร้องเหรอ วันก่อนมีคนไปหาพี่ เอาไฟฉายไปให้บอกพี่ หิวแสง?

ศรีสุวรรณ : ปกติผมก็เป็นข่าวของผมแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เป็น NGO มา 30 ปี ทำงานรณรงค์ก็เป็นแบบนี้มาตลอด เป็นเรื่องปกติ จะมาว่าผม หิวแสง ได้อย่างไร ผม มีแสงอยู่ในตัวอยู่แล้ว เคลื่อนไหวอะไรก็เป็นข่าว ไม่เห็นต้องมีวิตกกังวลใดๆ

พี่ศรีลองฟังในมุมพระ ไม่ได้เป็นการดีเบต เพราะไม่เหมาะสม แต่ขอให้ท่านได้ชี้แจงในมุมของท่าน?

พระมหาไพรวัลย์ : ก็ยืนยันเหมือนเดิม ถ้าจะไปแจ้งก็แจ้ง มีความปรารถนาดีต่อศาสนาก็ไป แต่ขอนิดนึงใส่อารมณ์ขันเข้าไปในชีวิตบ้าง อย่าเห็นเสียงหัวเราะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย คนจะเป็นโรคประสาทตายกันทั้งประเทศแล้ว เพราะมันเครียด คนอินบ็อกซ์มาหาอาตมาตลอด ต้องกินยา ต้องไปหาหมอ ทำไมไม่เห็นธรรมะที่เราสอนไป สอดแทรกไป มันก็มีอยู่ อาจารย์พยอมตอนเป็นหนุ่มท่านก็มีเสียงหัวเราะ ท่านก็สอดแทรกเข้าไป ทำไมถึงมองว่าการเทศน์ขำการเทศน์สอดแทรกเป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนั้น เราก็อยากถาม

เรื่องเงินท่านไม่ได้ไปเรียกเลย ท่านแค่เขียนอำไว้เฉยๆ ในการไลฟ์ของท่านมีพวกแบรนด์เข้ามาอยู่ในเพจของท่าน ท่านเลยเขียนว่าจะเรียกเก็บเงิน เป็นการอำแกล้งกัน พี่ศรีเข้าใจผิดหรือเปล่าตรงนี้?

ศรีสุวรรณ : ถ้าอำ ทำไมต้องไปโพสต์หมายเลขพร้อมเพย์ด้วย

พระมหาไพรวัลย์ : คือบังคับให้โอนหรือเปล่าคุณศรี ถ้าอาตมาจะเอาจริงๆ สปอนเซอร์ก็เข้านะ (หัวเราะ) ต้องมาโพสต์เลขพร้อมเพย์เอาเงิน 10-20 บาทเหรอ

ศรีสุวรรณ : มันสะท้อนให้เห็นว่ามีเจตนา ถ้าไม่เจตนาท่านก็แค่แจ้งว่าขอร่วมบริจาคไปทำบุญ โดยไม่จำเป็นว่าต้องมาโพสต์ตัวเลขบัญชีพร้อมเพย์ใดๆ ทั้งสิ้น การโพสต์เลขบัญชีต้องการให้บุคคล เพจ หรือแอดมินเพจในการโฆษณาสร้างแบรนด์ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันไม่ถูกหลักนะครับ

พระมหาไพรวัลย์ : แล้วยังไงล่ะทีนี้ ก็คือมีคนมาแซว โยมศรีต้องไปฟัง มีกลุ่มคนไปคอมเมนต์ว่าพระอาจารย์เก็บค่าแผงเถอะ เพราะถ้าไม่เก็บค่าแผง พระอาจารย์จะไม่ได้อ่านคอมเมนต์พวกหนูเลย มีพวกแบรนด์ดังมาไทร์อินตลอด ไทร์อินฟรี ก็โพสต์เลขพร้อมเพย์ไปสิ ทีหลังมันจะได้ไม่ต้องเข้ามา เข้าใจมั้ย ถ้ามันรู้ว่าเข้ามาแล้วเสียตังค์ต่อไปจะได้ไม่ต้องเข้ามา

ศรีสุวรรณ : ถ้าท่านมีความเมตตา ใครเข้ามาแสดงคอมเมนต์แสดงสินค้า ไม่จำเป็นต้องไปเรียก เพราะท่านจ่ายค่าเวลาเขาซะเมื่อไหร่

พระมหาไพรวัลย์ : โยมศรีรู้มั้ยตอนนี้วงการหนังสือขายดีมาก เพราะคนไปแคปรูปที่อาตมาวางอยู่ข้างหลัง ไม่เก็บเงินสักบาท คนเอาอาตมาไปไทร์อินยาสระผม อาตมายังให้เลย โยมศรีไม่ดูเลย ฟรีหมด คนขายของดีมากตอนนี้ แค่เอาตุ๊กตายาดมไปวาง โฆษณาฟรีไม่เก็บเงินสักบาท ไลโอเนี่ย

ศรีสุวรรณ : ท่านเป็นนักบวช อย่าทำเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่น เหมือนท่านมหาสมปอง ที่ไปโฆษณาขายปุ๋ยอินทรีย์ สารเคมี ผมกำลังติดตามอยู่เพราะปุ๋ยที่ท่านเอามาขายผิดกฎหมายด้วยซ้ำไป อย่าทำเป็นเรื่องเล่นนะครับเรื่องนี้

พระมหาสมปอง : อาตมาอยากไปฉันกาแฟกับโยมศรี ก็มีอย.เตือนมาจริงๆ นั่นแหละว่าไม่มีสิทธิ์รีวิว ปรับ 2 หมื่นคุก 2 ปีให้หยุดตรงนั้น จริงๆ มันเป็นของลูกศิษย์ลูกหา มีหลากหลาย มีปลาส้ม ละมุด แต่ถ้าเรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ขอโทษขออภัย ไม่ทำอีก นี่อาตมาเงียบแล้วนะ อาตมาไปฉันกาแฟบ้านโยมศรีได้มั้ย

ศรีสุวรรณ : นิมนต์เลยครับ ปูเสื่อนิมนต์เลย

พระมหาสมปอง : ถ้าได้พูดได้เจอกันจะเข้าใจกันด้วยซ้ำ เชื่อว่าโยมศรีก็รักและเป็นห่วงนั่นแหละ เราก็รับฟังก่อน

ศรีสุวรรณ : ยินดีนิมนต์ท่าน ณ บัดนี้เลย

พระมหาไพรวัลย์ : อาตมาไปด้วยได้มั้ย

ศรีสุวรรณ : ได้เลย

งั้นไปดึงหนังสือกลับก่อนแล้วมาคุยกัน?

ศรีสุวรรณ : ไม่ครับ ลูกกระสุนเมื่อยิงออกไปแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนได้

พระมหาสมปอง : อาตมาก็ยืนหลบหลังโยมศรีนั่นแหละ

ยืนยันว่าการที่ทำอยู่ไม่ใช่การหิวแสง พยายามให้มีตัวตนเกิดขึ้นในสังคม?

ศรีสุวรรณ : ในสังคมโลก มีซ้ายก็มีขวา มีขาว ก็มีดำ มีกลางคืน กลางวัน การที่ท่านทั้งสองไปเทศน์ลักษณะนี้ อาจมีคนคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับท่านก็เป็นเรื่องปกติในสังคมมนุษย์ ไม่ใช้ว่าพอท่านไปเทศน์อย่างนี้แล้วคนเฮโลสรรเสริญเยินยอไปหมด อย่างน้อยมีคนชื่อศรีสุวรรณ ไม่เห็นด้วย ท่านอาจเอาไปคิด เอาไปวิเคราะห์ อาจเอาไปปรับปรุงการพูดจา ให้ดูดีมากยิ่งขึ้น ผมว่าใช้วิกฤตเป็นโอกาสก็น่าจะดีกว่า

แต่เด็กเจนนี้ชอบการเทศน์แบบนี้ เราถือว่าให้เด็กรุ่นใหม่ชอบทางนี้ สนับสนุนไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?

ศรีสุวรรณ : เคยประเมินมั้ย เด็กที่รับฟัง 2 แสนกว่าคนในคืนดังกล่าว รับรู้รสพระธรรม เข้าใจรสพระธรรม แล้วจำได้ เอาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้มากน้อยแค่ไหน เอาไปประเมินดูได้

เกรงว่าประเมินแล้วจะชอบมากกว่าที่ไปร้องน่ะสิ พี่ศรีไม่ดึงกลับ มีแสงในตัวเอง?

ศรีสุวรรณ : ครับ ลูกกระสุนยิงออกไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับได้ครับ

มีแสงในตัวเองเหมือนกระสือ?

ศรีสุวรรณ : ตำหนิผมเป็นกระสือ เดี๋ยวเอาข้อหาหมิ่นประมาท

“พระพยอม” อยู่ในสาย คุณศรีสุวรรณไปร้องแล้ว มองยังไง?

พระพยอม : นี่ยังดี สมัยอาตมาโดนหนัก โดนผู้ใหญ่ที่สมัยนั้นเป็นที่เลื่องลือนับถือกันทั้งบ้านทั้งเมือง ตอนเทศน์ใหม่ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ไม่เป็นสื่อกระจายเร็วแบบนี้ จำได้ว่าช่อง 3 ออกแล้วเรตติ้งก็สูง เป็นน้องรองๆ คุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ นิดหน่อย พอคนไปแย้งไปร้องแบบนี้ พระเมืองไทยมีองค์เดียวหรือไง ทำไมนิมนต์แต่พระพยอมมาออกช่อง 3 ทำไมไม่นิมนต์ผู้หลักผู้ใหญ่มาบ้าง เขาเลยไปเชิญนพ.มาออกกับอาตมา ให้อาตมาพูดทีหลังด้วย ท่านอายุมากก็พูดช้าๆ เรตติ้งตกวูบ เลยถูกปรับออกจากผังรายการเลย (หัวเราะ) แต่เราก็ได้สติไว กลับตัวไว อายุขัยมากขึ้น ตอนแรกคุณสมัคร สุนทรเวช อ.หม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช บอกว่าไม่ศรัทธาเลย อาตมาตอนนั้นปากเสียไปหน่อย สวนโครมไปว่าไม่ได้บวชให้อ.คึกฤทธิ์ศรัทธา

สรุปแล้วสองรูปการที่บรรยายกึ่งตลก รับได้ไม่มีปัญหา?

พระพยอม : แสดงแจ่มแจ้ง จงใจ แกล้วกล้า ร่าเริง แสดงธรรมชโลมใจร่าเริงเบิกบานบ้าง ไม่ใช่ง่วงเครียด สักระยะนึงทุกอย่างก็เหมือนที่อาตมาเคยเป็น

สับสนเรื่องอนาคตในวงการสงฆ์ อะไรเป็นตัวตัดสิน?

พระพยอม : ถ้าวิกฤตร้ายแรงถึงขั้นปาราชิก นี่มันไม่ได้มีเฉี่ยวโฉบอะไรเลย เพียงแต่ว่าเสียงที่มีว่ามามาก เพราะท่านหัวเราะมากไปนิดนึง

ได้ฟังคุณศรีสุวรรณ และพระพยอม มองยังไง?

พระมหาไพรวัลย์ : จริงๆ เราก็รับฟัง พยายามนำมาใช้ ถือว่าเป็นประโยชน์

พระมหาสมปอง : ถ้าออกแนวยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ได้มีปัญหา ถ้าพี่เพื่อนได้เราก็ยินดี แต่คิดว่าเราคงไม่มีใครให้หรอก เลยมาทางนี้

พระพยอม เรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นประเด็น เทศน์แบบนี้ทำได้ ไม่กระทบอนาคตในวงการสงฆ์?

พระพยอม : ถ้าไม่แรงไปมากกว่านี้ นี่ถือว่าอาบัติแค่เล็กน้อย ปรับปรุงกันได้ แก้ไขตักเตือนกันได้ พระทั้งสองรูปไม่ใช่พระหัวดื้อหรือหัวรั้น เดี๋ยวท่านก็ปรับตัวได้ เหมือนตอนที่อาตมาโดนถล่มหนัก จนคนไปฟ้องหลวงพ่อพุทธทาส หลวงพ่อท่านรู้ข้อมูลมาก่อน เลยตอบว่าได้กับเสีย พระพยอมทำได้หรือเสียมากกว่า ตอนนั้นจำได้ไปเทศน์แรกๆ ที่ดังที่สุดในปี 2527 คนฟัง 5 หมื่น สมัยโน้นต้องเดินทางฟังข้ามจังหวัด ไม่เหมือนสมัยนี้ เฟซบุ๊กไลฟ์ไปคนดู 2-3 แสน ต้องถือว่ามากเป็นประวัติการ แซงอาตมาไปเยอะ

ใครต่อว่าต่อขานก็อย่าไปโกรธ?

พระพยอม : อย่าน้อยใจสึกไปเหมือนพระองค์ก่อนๆ ท่านเป็นนักเขียนและเป็นนักบรรยาย แล้วโดนตำหนิ น้อยใจ ลาสึก แต่ก็มาทำคุณประโยชน์ทางฆราวาสได้เยอะ แต่อย่าไปเอ่ยถึงท่านเลย

คุณนิพิธ โพสต์แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ ว่าเพราะมีเราจึงมีสงฆ์ สงฆ์จึงควรรับฟังเราบ้าง มองยังไง?

พระมหาไพรวัลย์ : ท่านนิพิธท่านบอกว่าท่านอายศาสนาอื่น แต่ท่านไม่ทราบเลยว่าคนส่วนหนึ่งที่มาฟังเป็นคนต่างศาสนา มีที่ไหนเทศน์แล้วคนต่างเทศนามาเอ็นจอย มาซึมซับ บางคนบอกเป็นคริสต์ อิสลามแต่มาฟัง นี่คือการรวมคนทุกศาสนา แสดงว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ได้จำกัดศาสนา จะไปอายเพื่ออะไร ถามก่อน

คือตรงกับข้อสองที่ท่านนิพิธลงเอาไว้บอกเห็นท่านพูดคุยหัวเราะร่วน ท่านไม่สำรวม อายคนศาสนาอื่น กลัวเขาจะหมิ่นเอาได้ว่าสงฆ์เราสอนธรรมด้วยอาการไม่สำรวม?

พระมหาไพรวัลย์ : ก่อนไปอายคนอื่น อายตัวเองก่อน ทำไมไม่เห็นข้อดีของการเทศน์แบบนี้ การดึงคนแต่ละศาสนาให้มาฟัง

ทั้งสองรูปยืนยันว่าจะไลฟ์ทุกวันศุกร์ ?

พระมหาสมปอง : ถ้าอุปกรณ์ครบก็จะหัดไลฟ์ ถ้าอยากฟังนิ่มๆ นวลๆ ไม่หัวเราะมากเกินไป อาตมาคิดหัวข้อแล้ว ทุกศุกร์แต่เราจะไม่ทุกข์ จะสุขอย่างเดียว สองทุ่มพบกันทุกวันศุกร์ วีคลี่กันไป

เร็วๆ นี้จะมาทำรายการกับช่อง 3?

พระมหาสมปอง : ทำตลอด

พระมหาไพรวัลย์ : รายการอะไรโหนกะสงฆ์เหรอ (หัวเราะ)

แอดว่าถ้าพระทั้ง 2 ท่าน ใช้วิธีการเทศน์แบบที่สอดแทรกมุขตลก เพื่อดึงเด็กวัยรุ่นเข้ามาร่วมฟังธรรมะ ก็ถืเป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะต้องยอมรับว่า หากเทศน์แบบเก่าๆ อาจจะทำให้ดูน่าเบื่อ และเด็กๆอาจจะรู้สึกเข้าใจยาก ไม่อยากฟัง การมีมุขอาจทำให้เด็กๆหรือวัยรุ่นตั้งใจ หรือสนใจฟังธรรมะมากขึ้น งานนี้ 2 พส บอกว่าจะยังคงไลฟ์สดทุกวันศุกร์เพื่อสอนธรรมะต่อไปใครสนใจก็เข้าไปชมได้นั่นเองจ้า

คลิปอีจันแนะนำ
มิ้วกี้ ไปรยา เดินหน้าฟ้อง เกรียนคีย์บอร์ด ลั่น โดดเด่นในโลกออนไลน์ ก็เจอกันที่ศาล
อีจัน
www.ejan.co