อัจฉริยะ ฟาด ทนายเดชา ด้าน กระติก ซัด เลิกมโนสักที

อัจฉริยะ ฟัน คดีแตงโม ฆาตกรรมอำพราง จี้ ตำรวจ จำลองบาดแผลกับที่เปิดขวดไวน์ พร้อมฟาดปาก ทนายเดชา เดือด ด้าน กระติก ของขึ้น ซัดแหลก เลิกมโนสักที
อัจฉริยะ ฟาด ทนายเดชา ด้าน กระติก ซัด เลิกมโนสักที

หลังจากที่ นาย อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมทีมงาน แถลงเปิดหลักฐานใหม่ให้กับสื่อมวลชน กรณีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา โดยได้เปิดคลิปประกอบการแถลงข่าว ซึ่งมีทั้งคลิปเสียงการสนทนาและคลิปการนำใบพัดเรือมาทดสอบกับศพ อ้างหมอนิติเวชนำศพออกมาโดยไม่แจ้งแม่และทนายความ แล้วทำให้มีแผลใหม่ที่ขา เพื่อสอดคล้องกับใบพัดเรือ พร้อมให้เวลา ผบ.ตร. 24 ชม. หากไม่คืบเจอร้องถึงนายกฯ งานนี้ทำให้รายการโหนกระแส สัมภาษณ์ อัจฉริยะ ถึงประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น

พี่อัจเมื่อวานนำคลิปหนึ่งมาเปิด คุณหมอนำใบพัดเรือมาจำลองกับศพ ศพนั้นคือศพน้องแตงโม?

อัจฉริยะ : สองคลิป เขายอมรับแล้วว่าเป็นศพแตงโม โดยผู้การ นิติเวช แล้วก็ยอมรับว่าคลิปที่เปิดเป็นคลิปจริง ผมอยากให้เห็นประเด็นนี้ว่าการจะจำลองศพทำได้ ถ้าไม่ได้เอาใบพัดของจริงมาทำให้ปนเปื้อนของบาดแผล ประเด็นแรก เรื่องจรรยาบรรณแพทย์ก่อน เหมือนคุณไม่ให้เกียรติ และเคารพน้องแตงโมเลย คุณเป็นแพทย์ เหมือนเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของศพ จรรยาบรรณแพทย์เขาจะถือว่าการที่คุณไปทำกับศพเป็นการไม่ให้เกียรติ สิ่งสำคัญคือทำได้ โดยการถ่ายภาพ ไม่ใช่ถ่ายวิดีโอ สิ่งที่คุณกำลังจำลอง ถามว่าใบพัดโดนบาดแผลไหม ก็โดน ก็เห็นอยู่แล้วว่า มันเกิน 11  

 ตอนแรกมี 11 แต่ตำรวจบอกว่าไม่เคยพูด 11?

อัจฉริยะ : ก็ยังงงที่บอกว่าไม่เคยมีหมอ หรือตำรวจพูดว่ามี 11 แผล งงไหม มันเคยมี ไม่งั้นจะไปที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมเป็น 22 ได้ไง ตอนแถลง 26 เกินมา 4

จำได้ท่านธนกฤตบอกว่าตรวจเจอ 22 มากกว่าทางโน้นที่เจอ แต่ล่าสุดเขาบอกว่า 26?

อัจฉริยะ : เขาบอกว่ามีแพทย์ 4-5 กลุ่ม สุดท้ายเอาบาดแผลมารวมกัน เขาบอกว่าเป็น 22 ตั้งแต่แรกแล้ว งงไหม ทำงานกันยังไงวะ สองหน่วยงานทำงานร่วมกัน แถลงร่วมกันวันที่ 22 แล้วก็วันที่ 26 แล้วผมจะเชื่ออะไร ขนาดคุณยกขานับยังเกิน 11 เลย แล้ววันนี้มาแก้ตัวว่าแพทย์หลายกลุ่ม เอาแผลมานับรวมกัน

พี่ยื่นหนังสือด้วย?

อัจฉริยะ : ใช่ ยื่นแพทย์สภาให้ตรวจสอบว่าใครให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบาดแผลน้อง แตงโม ว่าเข้าได้กับใบพัดเรือ แล้วก็ยื่นให้ ผบ.ตร. ตั้งกรรมการสอบ และไปที่แพทย์สภา คิดง่ายๆ นะ ทำไมคุณคิดแต่เรื่องใบพัดเรือ ทำไมไม่เอาที่เปิดขวดไวน์ที่หายไปมาทดสอบบ้างล่ะ มันน่ามากกว่านะ ที่เปิดขวดไวน์มีมีด แผลใหญ่สุดไม่น่าจะใช่ใบพัดเรืออยู่แล้ว

พี่อัจก็มีผู้เชี่ยวชาญ?

อัจฉริยะ : ผมมีหมอนิติเวชไม่ต่ำกว่า 10 และหมอศัลยกรรม คือคุณหมอธวัชชัย อดีตแพทย์ศัลยกรรมก็ยืนยัน แม้แต่คุณหญิงหมอพรทิพย์ก็ยืนยันว่าแผลใหญ่ไม่ใช่โดนใบพัดเรือ ทำไมตำรวจไม่เอาสมองคิด หรือลองเอาที่เปิดขวดไวน์มาจำลองบ้าง ทำไมต้องเจาะจงจะเอาใบพัดเรือให้ได้ คุณจำลองทั้งหุ่น หมู ตุ๊กตาผ้า กระทั่งเอาศพจริงมาจำลอง ซึ่งไม่มีใครเขาเคยทำ

ยาเสียสาวบนเรือสงสัยไหม?

อัจฉริยะ : ไม่ติดใจหรอก เพราะผมก็ทานกลางคืน เราเน้นเรื่องบาดแผลที่ชี้บ่งไปถึงคำให้การของแซนคือคำให้การเท็จ สองแผลใหญ่บ่งชี้ไปที่การฆาตกรรมอำพราง

ทางรายการวิดีโอคอลหาแพทย์หญิงคุณหญิงหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ คุณอัจฉริยะ บอกว่าบาดแผลบนขาข้างขวาที่ใหญ่ที่สุดไม่น่าจะเข้าได้กับใบพัดเรือ คุณหญิงหมอเห็นยังไง?

หมอพรทิพย์ : เคยบอกไปตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าเป็นบาดแผลที่ไม่เหมือน แต่ก็ไมได้บอกว่าไม่ใช่ แต่การที่จะสรุปว่าเป็นใบพัดน่าจะลำบากพอสมควร บางอย่างบอกได้ว่าแผลเกิดจากอะไร แต่บางอย่างบอกไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องหาวิธีพิสูจน์ค่ะ

 จริงๆ แล้วเรื่องนี้ต้องพิสูจน์ไหม สำคัญไหม?

หมอพรทิพย์ : จริงๆ สำคัญทุกแผล แต่แผลไหนจะตอบอะไรได้ อย่างหมอสนใจแผลที่เป็นก้างปลา เป็นเส้นๆ แผลถลอกตื้น แผลนี้ไม่ได้ทำให้ตาย แต่มีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากใบพัด ที่สำคัญที่สุดร่างอยู่ในทิศที่ตรงเลย ร่างหมุนผ่านใบพัดตรงๆ นี่เป็นทฤษฎีนะ ฉะนั้นกระแสน้ำที่พัดตัวไปตรงๆ ก็มีอยู่ไม่กี่ตำแหน่ง ซึ่งท้ายเรือกระแสน้ำไม่ตรง กระแสน้ำจะหมุน ดังนั้นความสนใจของบาดแผลในมุมของหมอ เป็นการสนใจบาดแผลที่จะช่วยบอกอะไรเป็นวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะจุดตก เนื่องจากคดีนี้ไม่มีพยานอะไรเลย นอกจากพยานบุคคลที่บอก แล้วมันไม่มีวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าผู้ตายไปนั่งฉี่ท้ายเรือจริงไหม แต่บาดแผลตรงนี้จะเป็นตัวช่วยบอกจุดตกค่ะว่าตกตรงไหนกันแน่ ส่วนแผลใหญ่มีความเป็นไปได้มากมาย ซึ่งจะเป็นใบพัดก็ได้ หรืออะไรที่คมมากๆ ก่อนตกเรือก็ได้

มีคลิปหนึ่งที่คุณ อัจฉริยะ ได้มา เหมือนมีการนำเอาใบพัดเรือมาเทียบเคียงแผลที่ศพจริงๆ โดยการหมุนๆ ตรงนี้เป็นวิธีการที่นิติเวชเขาทำกันอยู่แล้วหรือเปล่า?

หมอพริทพย์ : เป็นขั้นตอนของการจำลองว่าบาดแผลที่พบเกิดจากอะไร ซึ่งทำได้ แต่ว่ามันอาจไม่ได้เกิดบ่อย ทำได้แปลว่าอะไรบ้าง ก็คือลองก่อนสรุปว่าเป็นบาดแผลที่เกิดจากใบพัดเรือ ต้องระมัดระวัง อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญใบพัดเรือ และต้องมีปัจจัยเรื่องกระแสน้ำด้วย การใช้คุณหมอนิติเวชอย่างเดียวต้องระวัง สำคัญที่สุด ทั้งตัวศพและใบพัดเรือเป็นพยานหลักฐาน พยานหลักฐานนั้นอาจถูกตรวจใหม่ ดังนั้นต้องรักษาความต่อเนื่องของวัตถุพยาน ถ้าเอาไปจำลองแล้วเกิดบาดแผลใหม่ขึ้นบนศพ หรือบางอย่างถูกทำลายหายไป ตรงนี้จะไม่ถูกในขั้นตอนของการดำเนินการตามนิติเวช หรือนิติวิทยาศาสตร์ ทำนองเดียวกับใบพัดเรือเหมือนกัน จะดึงออกไปจำลองไม่เหมาะสม นี่คือมาตรฐานสากล แต่ถามว่าผิดกฎหมายไหม เมืองไทยไม่มีกฎระเบียบรองรับเรื่องนี้ก็เลยอาจดำเนินการได้ แต่ลองนึกภาพสิคะถ้าใครอยากตรวจสอบใหม่ แล้วบอกว่าใบพัดมีคราบเลือดแตงโมไหม แบบนี้ก็คงตรวจไม่ได้เพราะถูกนำเอาออกไปใช้ ถ้าเป็นใบพัดเรือจริง

พี่อัจเห็นด้วยไหม?

อัจฉริยะ : ก็ถูกครับ ก่อนหน้านี้บอกว่าตรวจดีเอ็นเอไม่เจอของน้อง แตงโม ที่ใบพัดเรือ ไม่พบเลือด แล้ววันนี้พามาสัมผัสกับขาน้องแตงโมอีกที เกิดมีการร้องให้ตรวจใหม่ มันก็มีดีเอ็นเอแล้วสิ

ภาพจากรายการ โหนกระแส

มุมคุณหญิง ณ วันนี้ที่คุยกัน คิดว่า แตงโม ตกท้ายเรืออยู่ไหม?

หมอพรทิพย์ : ไม่ค่ะ ไม่ใช่ค่ะ

ยืนยันชัดเจนหนักแน่นเลย คิดว่าน่าจะตกจากจุดไหน?

หมอพรทิพย์ : ตรงนี้ไม่ตอบค่ะ เพราะเราต้องใช้องค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญเรื่องเรือและเรื่องกระแสน้ำมาผสมด้วย ได้มีโอกาสคุยและมีข้อสรุปที่มีความน่าจะเป็น เพียงแต่ทำยังไงให้มีการนึกถึงเรื่องนี้ แต่วันนี้ไม่มีประโยชน์แล้วเพราะปิดสำนวนไปแล้วค่ะ

พอออกมาสวนกับการที่ตำรวจปิดสำนวนไปแล้ว เขาอาจมองว่าทั้งพี่อัจและคุณหญิงไปสวนกระบวนการที่เขาทำกันอยู่ กลัวไหม?

หมอพรทิพย์ : โดยส่วนตัวเรียนว่าไม่เคยใช้อารมณ์ค่ะ แค่สิ่งที่เราทำอยากให้ความจริงปรากฏ อยากให้เกิดความยุติธรรม ได้แค่ไหนก็แค่นั้นค่ะ แต่ทุกสิ่งที่ทำจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จะเห็นว่าไม่เคยสรุปว่าเป็นฆาตกรรม ก็จะพูดในมุมที่เราใช้ความรู้ความสามารถได้ ไม่กังวลเพราะเราตั้งใจโดยไม่มีอคติค่ะ

ขั้นตอนต่อไป คิดว่าควรต้องทำยังไงต่อไป ต้องตรวจตรงไหนเพิ่มไปอีกไหม สมมติอัยการบอกว่าต้องมีการสอบอีก 20 ประเด็น ตรงไหนที่ต้องเติมเข้าไปอีก?

หมอพรทิพย์ : ตอนนี้ยังตอบไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ตำรวจส่งอะไรไป และอัยการส่งอะไรมา แต่ถ้าถามเรื่องใบพัดเรือก็ตอบเรื่องเดิม จากการเห็นบาดแผล 3 กลุ่ม รวมไปถึงกลุ่มก้างปลา เน้นย้ำว่าตรงนี้ต้องไปต่อ เพราะบาดแผลจะบอกจุดตกเรือได้ค่ะ

ไม่เชื่อว่าตกท้ายเรือ?

หมอพรทิพย์ : ค่ะ

อัจฉริยะ : นี่ไง ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ตกท้ายเรือ แซนบอกว่าตกท้ายเรือก็ไม่เป็นความจริง คุณหญิงก็ยืนยันแล้วว่าตกท้ายเรือไม่ได้ตั้งแต่แรก ผมก็ยืนยันเหมือนกัน แล้วตรงกราบเรือน้ำจะท่วม เวลาเรือวิ่ง 7-8 น็อต น้ำจะฟูขึ้น แตงโม จะไปนั่งได้ไง ถ้าไปนั่งก็เปียกทั้งตัว เขาส่งมาให้ดู ขนาดฝรั่งสูงกว่าคนไทย ตรงกราบเรือมันฟูขึ้น นั่งไม่ได้หรอกทางซ้าย ตรงนี้คนจะไปนั่งยังไง เวลาเรือวิ่ง คุณบอก แตงโม ดื่มไวน์ด้วย แล้วจะเดินมานั่งปัสสาวะทางซ้าย พี่หนุ่มดูภาพสิ ชัดเจน

เมื่อวานพอพี่อัจแถลงเสร็จ ตำรวจแถลงสวนเหมือนกัน เขาบอกว่าไม่ได้มีนัยยะอะไรเลย ทุกอย่างทำไปตามข้อเท็จจริง?

อัจฉริยะ : ทำไมไม่ลองเอาอย่างอื่นมาจำลองบ้างล่ะ ให้ดู อัยรา 4 ที่ทำเรื่องจำลองหมู ผมถามว่าอัยรา 4 เป็นใคร ไปถามภาค 4 แล้วกัน เขายังไม่เห็นด้วยเลย อันนี้คนที่จำลองเหตุการณ์เขาก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ที่จะโดนใบพัดเรือ ขนาดเขาลองเอารูปตูดหมูให้ดูหน่อย ขนาดจำลองยังไม่เหมือนกับบาดแผลน้องแตงโมเลย มันไม่ตรงกัน ที่ผมพิสูจน์ว่าแซนพูดโกหกตลอดเวลา ผมกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าทั้งผมและคุณหญิงหมอพรทิพย์ เชื่อว่ามันตกท้ายเรือไม่ได้ ทุกอย่างที่เขาเอาแซนมาเป็นตัวตั้ง ธงที่เขาตั้งไว้เอาคุณแซนมาเป็นตัวตั้ง สุดท้ายเขามาทำแล้วเติมๆ ทำให้ทุกคนไม่เชื่อถือเลย พูดตรงๆ เราไม่ได้ไปดิสเครดิตตำรวจหรือทำให้หน่วยงานไหนเสียหาย แต่การจำลองเหตุการณ์ ไม่ใช่คุณจะทำอะไรก็ได้ เวลาพิสูจน์หลักฐานเสร็จของศพ เขาเย็บแผลอะไรเรียบร้อย เขาต้องส่งคืนให้ญาติเอาไปทำพิธี แต่เผอิญคุณแม่ฝากเอาไว้เพราะอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ไม่ใช่คุณจะทำอะไรกับศพก็ได้ คุณต้องแจ้งให้เขาทราบว่าขั้นตอนจะมีการจำลอง ไม่ใช่อยากเอาศพออกมาจากห้องเก็บศพ ถ้าคุณแจ้งเขาทำได้ แต่นี่คุณไม่ได้แจ้งเลย

บาดแผลสามารถบอกได้ว่าตอนตกเรือหรือเอาศพมาพิสูจน์แล้ว?

อัจฉริยะ : ไม่ใช่ เมื่อวานคุยกับหมอหมู แกบอกว่าแกเป็นหมอทั้งชีวิต แกไม่เคยทำแบบนี้ แกเพิ่งเห็นครั้งแรก แกทำแค่ถ่ายภาพและเอาภาพมาเปรียบเทียบ แล้วที่เอามาหมุน หมุนผิดทางด้วย ตัวใบพัดจะมีตัว E อยู่ข้างหน้า ใบพัดมีความโค้งนิดหนึ่ง เวลาหมุนแนวก็ไม่ไม่ตรงกัน แต่คุณก็ยังยืนยันจะเป็นใบพัดๆ แต่ความคิดผม ถ้าที่เปิดขวดไวน์ ทำไมไม่จำลองดูบ้าง

เมื่อก่อนมานั่งตรงนี้ เคยบอกว่าก้ำกึ่งว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเปล่า วันนี้คิดอย่างนั้นอยู่ไหม?

อัจฉริยะ : ไม่แล้ว บาดแผลขาข้างขวา ผมคิดว่าไม่มีทางเป็นใบพัดเรือได้ วันนี้คิดว่าเป็นฆาตกรรมอำพราง แต่ไม่ได้เกิดจากการวางแผนล่วงหน้า เพราะ กระติก เรียกรถมารับ 4 ทุ่ม 45 งานที่เขาต้องเสร็จสิ้นจะเสร็จถึงอู่เก็บเรือ

เป็นงานอะไร?

อัจฉริยะ : งานเอ็นเตอร์เทนอะไรของเขานี่แหละ 4 ทุ่ม 45 เขาให้มารับที่อู่เก็บเรือ ผมถามว่าถ้าไม่ได้ทำงาน แล้วตอนนั้นคิดอะไรถึงเรียกรถ 4 ทุ่ม 45

กระติกบอกว่าขึ้นจากเรือ แล้วปวดท้องอุจจาระไปเข้าห้องน้ำกับ โรเบิร์ต และเรียกรถให้มารับ?

อัจฉริยะ : อันนี้เรียกก่อน เรียกตั้งแต่ 3 ทุ่มแล้ว เวลา แตงโม ตกเรือคือ 4 ทุ่ม 34.1 แต่อันนี้คือ 4 ทุ่ม 45 ที่เรียกมารับ แต่เรียกตอน 4 ทุ่ม 11

เอามาจากไหน?

อัจฉริยะ : ตำรวจแถลงวันที่ 26 เอามาเราก็จับโป๊ะ คุณเสร็จงาน 4 ทุ่ม 45 ให้มารับที่อู่เก็บเรือ แล้วคุณโทรตอนไหน ปัญหาคือทำไมเขามากับแตงโม เอารถแตงโมมา ทำไมให้คนมารับกลับ ทำไมไม่กลับกับรถแตงโม นี่คือประเด็นแรก ถ้าคุณอ้างว่าทั้งคู่เมา ผมถามว่า 4 ทุ่ม 45 ตอนที่คุณโทร แล้วคุณถ่ายรูปที่ตำรวจไม่เอามาโชว์ คุณย้อนกลับไปถ่ายรูปไม่ได้แล้วนะ แล้วรูปนั้นมาได้ยังไง

พี่อัจบอกว่าสงสัยติดใจเรื่อง กระติก มากว่าทำไมเรียกรถตอนนั้น ทั้งที่ตัวเองอยู่บนเรือ และไปกับ แตงโม ด้วย?

อัจฉริยะ : ผมอยากให้คุณ กระติก ชี้แจง ว่าทำไมต้องให้มารับตอน 4 ทุ่ม 45 เพราะมากับน้องแตงโม และมารถน้องแตงโมด้วย ทำไมต้องเรียกให้มารับด้วย

ภาพจากรายการ โหนกระแส

ทางรายการติดต่อหา กระติก พร้อมบอกว่า พี่อัจมีข้อสงสัย?

อัจฉริยะ : ผมอยากถามว่าทำไมวันนั้นถึงเรียกรถครับ แค่นั้นเองประเด็น ไม่มีอะไรหรอก

กระติก : ต้องบอกก่อนว่าเรื่องรับงานไม่มี หยุดพูดสักทีว่าหนูรับงาน หนูไม่ได้รับงาน นี่คือการกล่าวหา

อัจฉริยะ : ผมไม่ได้พูดว่ารับงาน

กระติก : เมื่อกี้ก่อนตัดเข้าโฆษณาพี่พูดนะคะว่าก็ทำงานของเขา รับงาน พี่เน้นคำนี้ อย่ากล่าวหานะ

กระติก : อันที่สองเรื่องยูดริ้งค์ ติกนั่งเรือคุยกับแฟนไปตลอดทาง ว่าจะไปขึ้นเรืออะไรยังไง เขาเห็นว่ามีการดื่ม อย่าขับรถเองไหม ซึ่งเขาเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเวลาเราออกไปดื่ม ติกก็เลยบอกว่าโอเคงั้นเรียกเลย เวลาไม่ตรงกันเพราะติกหันไปถามปอว่าจะถึงฝั่งเมื่อไร ปอบอกว่าอีก 5 นาที ซึ่งรถจะมาถึงตามเวลาที่บอกเมื่อกี๊ค่ะ มันไม่ทันกัน ติกถึงฝั่งติกต้องไปนั่งรอ ติกเลยแคนเซิลไป ติกโทรหายูดริ้งค์เอง และโทรไปบอกแฟนว่าติกแคนเซิลไปแล้วนะ เพราะเวลาไม่ตรงกัน

ตรงนี้มีหลักฐาน?

กระติก : มีหลักฐาน ซึ่งติกส่งให้ตำรวจทุกอย่าง บางคนรู้แค่นี้แต่เอามาพูดขยายความ จนทำให้คนเข้าใจผิด อันนี้ไม่ใช่เรื่องดีค่ะ ติกเห็นแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ อยากชี้แจงตรงนี้ ซึ่งคำให้การอยู่ในนั้นหมด หลักฐานการแคนเซิล การโทร แชตที่ติกคุยกันมีหมดแล้ว ตรงนี้อย่ามากล่าวหาเลย ว่าทำไมเวลาไม่ตรง มันมีเหตุผลของมันอยู่ ซึ่งไม่รู้ก็ไม่อยากให้พูดอะไร เรื่องมันมีอยู่แค่นี้เอง

อัจฉริยะ : ผมแค่ตั้งข้อสังเกตแค่นั้นเอง ผมถามว่าเมื่อกี๊คุณฟังหรือเปล่า ผมบอกว่าเขามาทำงาน แล้วกล่าวหาว่าผมไปว่าคุณรับงานยังไง

กระติก : งานอะไรล่ะคะ หนูไปเที่ยวค่ะ มันไม่มีคำว่างานเกิดขึ้น เลิกพูดคำนี้สักที หนูไม่ชอบด้วย อย่ามากล่าวหาค่ะ เขาไปเที่ยวกัน ไม่มีคำว่าทำงานใดๆ ทั้งสิ้น อย่ามโนนะคะ

อัจฉริยะ : ไม่เป็นไร เดี๋ยวความจริงก็พิสูจน์เอง

 กระติกยืนยันว่าเราให้ข้อมูลตำรวจไปหมดแล้ว?

กระติก : ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ไม่รู้จะยันยังไงแล้วค่ะพี่หนุ่ม หนูรู้สึกเสียหายด้วย

อัจฉริยะ : เสียหายก็ฟ้องเอา

กระติก : ก็ตามกระบวนการค่ะ

อัจฉริยะ : ยื่นเช้ายกบ่าย

กระติก : พูดเยอะๆ ค่ะ จะได้มีหลักฐานเยอะๆ ค่ะ ดีค่ะพี่

อัจฉริยะ : มาเลยครับ

ดูเธอขึ้นเหมือนกันนะ?

อัจฉริยะ : ไม่เป็นไรหรอก เราต้องดูว่าตำรวจแถลงอะไร ตำรวจไม่เคยบอกว่ายกเลิก แต่คุณมีพิรุธทุกอย่าง

มองเรื่องพิรุธยังไง?

อัจฉริยะ : เรื่องใบพัดเรือ วันที่ 1 มี.ค. มีการถอดใบพัดเรือ โดย พฐ. เอาไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ 2 มี.ค. เอาเรือไปจำลองเหตุการณ์ ที่แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วใบพัดเรือหล่นแม่น้ำเจ้าพระยา พอวันที่ 3 มี.ค.ให้ชุดประดาน้ำไปงมใบพัดเรือขึ้นมาได้ วันที่ 4 ไปจำลองกับน้องแตงโม ไทม์ไลน์แปลกๆ ไม่พอ ใครก็ตามลงไปงมแล้วใบพัดถูกจับด้วยมือคนนั้นคนนี้เต็มไปหมด มันเป็นวัตถุพยานสำคัญ แล้วมีการหล่นน้ำไปแล้ว แล้ววันที่ 4 มาจำลองกับศพน้องแตงโม มีสารปนเปื้อนไหมล่ะ

ไม่กลัวเหรอ ล่าสุดมีคนจะตามเก็บพี่อัจ แล้วเรื่องตำรวจแจ้งความดำเนินคดีพี่อัจ?

อัจฉริยะ : ผมเฉยๆ ชินแล้ว วันนี้อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด จะตายก็ตายไป เพื่อแลกกับการคืนความยุติธรรมให้ แตงโม แม้ไม่มีอำนาจรัฐในมือจะสู้เท่าที่สู้ได้ ถ้าผมหยุดวันนี้ผมหยุดได้เลย เพราะสิ่งที่กระทบก็เยอะเหมือนกันกับครอบครัว ถามว่าผมเข้ามายุ่งทำไม เพราะผมเห็นว่ามันไม่ถูกต้องแล้วจะให้ผมนั่งเฉยก็ไม่ใช่ผม น้องแตงโมก็เหยื่ออาชญากรรมคนหนึ่ง ถ้าวันนี้ผมหยุดก็ไม่ขวางทางตีนใคร ก็อยู่เฉยๆ แต่ตอนนี้ถามว่ามาทำคดีแตงโม กลายเป็นว่าตำรวจมองเราเป็นศัตรู ตำรวจมีปืนอยู่ข้างเอว มีกฎหมายอยู่ในมือ จะทำอะไรกับเราก็ได้ ลูกสาวผมบอกว่าพ่อหยุดเถอะ แต่บอกว่าไม่เป็นไร เรามาไกลเกินหยุดแล้ว เราทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองมาเป็น 10 ปี ผมยังยืนยันว่าเราต้องเป็นที่พึ่งให้กับคนจนให้ได้

 ณ วันนี้คิดว่าแตงโมตกตรงส่วนไหนของเรือ?

อัจฉริยะ : เราบอกไม่ได้ สิ่งที่เราต้องพิสูจน์คือเราแค่จับผิดคำพูดของแซน ที่บอกว่าแตงโมตกท้ายเรือ ซึ่งเราพิสูจน์ว่าตกท้ายเรือเป็นไปไม่ได้ มันไม่สามารถดูดเข้าได้เลยกับช่วงขาใบพัดสองข้าง นี่คือความคิดเห็นผมตลอด

ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกับพี่ด้วย?

อัจฉริยะ : คดีเดียว คือดูหมิ่นเจ้าพนักงาน กับหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเขาก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้หรอก เราก็แจ้งความกลับว่าเขาแจ้งความอันเป็นเท็จ ผมว่าวันนี้ตำรวจอยากถอนแจ้งความด้วยซ้ำ แต่ติดว่าเขาแจ้งดูหมิ่นพนักงาน ซึ่งมันถอนไม่ได้ ถ้าถอนได้เขาถอนไปแล้ว

ภาพจากรายการ โหนกระแส

พี่เดชา กิตติวิทยานันท์ อยู่ในสาย วันนี้พี่อัจนำเอาคลิปภาพคลิปหนึ่งมาออก มีประเด็นอะไรเกี่ยวกับคดีที่พี่ทำอยู่ไหม?

เดชา : อะไรที่เป็นความลับในสำนวน ใครเอามาเปิดเผย ตำรวจก็คงดำเนินคดีไป เท่าที่ทราบนะ ในส่วนผม ถ้าคุณแม่เห็นว่าได้รับความเสียหาย ก็รอคำรับรองจากตร.ให้ชัดเจนก่อน วันสองวันนี้ ก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ดำเนินคดี พวกภาพศพ ภาพอะไร เพราะเราไม่ได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกนำมาเผยแพร่ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

อัจฉริยะ : คุณเป็นคนสอนผมเองไม่ใช่เหรอ ตอนที่ตั้มมาแจ้งความผมเรื่องเอาศพชมพู่ไปเผยแพร่ คุณส่งมาตรา 16 ไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าเปิดเพื่อสาธารณะ ไม่มีความผิดตามกฎหมาย คุณเป็นนักกฎหมาย 30 ปี คุณลืมแล้วเหรอ

เดชา : ไม่ลืมหรอกครับ ไปเจอกันที่สถานีตำรวจแล้วกันนะครับ

อัจฉริยะ : คุณก็พูดแบบนี้ ไม่เอาเหตุผลเลย

เดชา : ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไปเจอที่พนักงานสอบสวน คดีความจะตามหาคุณเยอะ

อัจฉริยะ : หัวข้อที่คุณไปแจ้งเด็กๆ ทั้งนั้น แล้วเบนซ์สีดำเอาไปไว้ไหน

เดชา : คุณรู้ไม่จริง ไม่ได้มีแค่คดีเดียว กี่เรื่องแล้ว คุณทราบหรือยังล่ะ มาอีกเยอะนะ คดีเยอะ ไปมอบตัวทันหรือเปล่า

เรื่องนี้พี่กับพี่อัจไม่สามารถกลับมาคุยแล้ว?

เดชา : ก็แล้วแต่เขา ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร อะไรทำให้ผมเสียหาย ผมก็ดำเนินคดี คุณแม่เสียหาย คุณแม่ก็ดำเนินคดี

อัจฉริยะ : คุณอย่าลืมนะ คุณไปแย่งคดีกฤษณะไปทำนะครับ ตอนที่ศพเผยแพร่ กฤษณะเป็นคนเป็นทนายความนะครับ คุณแค่คนมาแย่งคดีกฤษณะไปทำนะครับ

เดชา : ผมไม่ได้แย่งคดีกฤษณะนะ

อัจฉริยะ : ไม่แย่งยังไง โดยมารยาททนายเขาไม่ทำกันหรอก เพราะเขามีทนายความอยู่แล้ว นักกฎหมายทุกคนเขารู้ดี

เดชา : กล่าวหาผม ผมก็ไปแจ้งอีก ดำเนินคดีอีก แค่นั้น อย่าไปอวดรู้เลย คุณชนะอะไรได้คะแนนเสียงในโซเชียล แต่คุณแพ้ในศาล คอยดูสิ

อัจฉริยะ : โอ้โห ถ้าผมแพ้ในศาล มาเหยียบหน้าผมเลย ทนายกิ๊กก๊อก 30 ปีแบบนี้พูดตรงๆ มาเหยียบหน้าผมเลย ถ้าชนะคดีผมให้มาเหยียบหน้าผมเลย

หัวจะปวด?

เดชา : จะมอบตัวทันไหม จะไปโรงพักไหนก่อน

อัจฉริยะ : จะบอกให้ตำรวจไม่ได้อยู่ข้างคุณเสมอไป ที่ไปแจ้งความเขาอึดอัดทุกคนแหละครับ คุณระวังเหอะ หลายๆ เรื่องเรามีเป็นชุด คุณอย่าลืมนะผมสู้กับตั้มมา 40 คดี ผมแพ้ตั้งแค่คดีเดียว ไปแจ้งเหอะ ตังค์ผมมีเยอะ ทนายผมมีเยอะ

เดชา : โอ้ย ทนายคุณก็โดนทนายตั้มฟ้องไม่ใช่เหรอ ร่วมกับคุณฟ้องเท็จ

อัจฉริยะ : ชนะคดีมาแล้วครับ เนี่ย ไปอยู่รูไหนมา ไม่รู้จริง

เดชา : กับทนายเกิดผลล่ะ

อัจฉริยะ : ทนายเกิดผลผมก็ชนะ นะครับ คุณไปอยู่รูไหนมา ทุกคนเป็นจำเลยผม รวมทั้งคุณด้วย กี่หมายแล้ว

เดชา : ไหวไหม ใครขโมยศพแตงโมครับ จะไปโรงพักไหนก่อนครับ ไม่กล้าไปพบพนักงานสอบสวน กลัวอะไรครับ

อัจฉริยะ : เขานัด 17 พ.ค. ที่สภ.ประพระแดง ไอ้โง่เอ้ย โง่จริงๆ

นี่คุยกันเป็นเพื่อนนะ?

เดชา : ผมห่วงเขามาก คดีความตามมาเยอะ ดูหน้าตาเขาเป็นยังไงล่ะ ลูกเมียเขาเป็นยังไงล่ะ โดนมากี่คดีครับ เป็นฮีโร่ในโลกออนไลน์ เดียวดายหน้าบัลลังก์ศาล

อัจฉริยะ :  โง่จริงๆ

เดชา : จุลินทร์ ก็ฟ้อง กี่มูล กี่กรรมล่ะ

อัจฉริยะ : มีมูลเพราะอะไร ไปถามในกระบวนการสิ

เดชา : โดนกี่คดีล่ะครับ

อัจฉริยะ : จะกี่คดีก็ชีวิตของผม ไม่ใช่เรื่องของคุณ ไม่ต้องเสื-ก  

เดชา : เอาเวลาไปเรียนให้จบ แล้วไปตอกเสาเข็มเป็นผู้รับเหมาไป อย่ามาอวดรู้เรื่องคดี

อัจฉริยะ : เก่งไม่เก่ง ผมช่วยคนมากกว่าคุณแล้วกัน

เดชา : จบแพทย์ที่ไหนล่ะ

อัจฉริยะ : ไม่จำเป็น ผมช่วยคนได้แล้วกัน

เดชา : จบกฎหมายไหม ไปสอนตำรวจ มีตังค์ไหม เอาเลขบัญชีมาเดี๋ยวโอนให้สักแสนหนึ่ง

พี่เดชา เรื่องแตงโมคิดว่าจะมีการดำเนินคดีต่อไปเรื่อยๆ ถูกไหม?

เดชา : เขาดำเนินคดีทุกวัน ผมห่วงอัจฉริยะ ไม่รู้จะไปโรงพักไหนก่อน ไปโรงพักไหนดี

อัจฉริยะ : ก็ให้เขาออกหมายเรียกมาสิ

เดชา : ไม่ต้องห่วงหรอก เยอะ ที่บอกว่าโดนคดีเดียว จริงๆ มากกว่านั้น ไม่มีใครเขาบอกคุณหรอก

อัจฉริยะ : ช่างเถอะ 100 คดีก็มา ไม่เป็นไร บ่ยั่นอยู่แล้ว

เดชา : ศัตรูคุณก็เยอะ

อัจฉริยะ : ผมว่าคุณมากกว่า ปากเบี้ยวๆ อย่างนี้ระวังหน่อย เดี๋ยวจะโดนตบปากแตก ระวังไว้เหอะ

เดชา : หลังพระอาทิตย์ตกดิน กล้าโผล่หัวออกจากบ้านไหมล่ะ

อัจฉริยะ : ทำไมจะไม่กล้า เดี๋ยวไปเที่ยวให้ดูเลย ปากเบี้ยวๆ อยางคุณเดี๋ยวโดนตบปากแตก ระวังไว้เหอะ

เดชา : โอ้โห เห็นคุณแล้วผมสมเพชเวทนาคุณจะไปโรงพักไหนก่อนล่ะ

อัจฉริยะ : เวลาไลฟ์สดดูชาวบ้านหน่อยเขามองคุณยังไง

เดชา : ผมเป็นห่วงคุณ ไปเรียนให้จบนะ

อัจฉริยะ : คุณได้ฉายาเคนาย

เดชา : คุณรับเหมาก่อสร้าง อย่าเที่ยวไปอวดรู้ คุณเป็นหมอเหรอ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเรือเหรอ

นัดไปคุยกันได้มั้ย จะได้เคลียร์กัน?

เดชา : นัดไปเจอที่เรือนจำเลย

อัจฉริยะ : คนอย่างผมลูกผู้ชาย ที่เขาโกรธผมทุกวันนี้ เพราะผมไม่เป็นพยานให้เขาในคดีพี่ตั้ม แล้วที่สำคัญผมไปเป็นพยานเท็จได้ยังไง ทุกคดีที่ผมไม่ไป เขาเลยเคือง เขาบอกว่ารู้จักผมดี ถ้ารู้จักผมดีไม่น่ามายุ่งกับผมหรอก เพราะถึงเวลาจริงๆ ไปที่ศาล เขาต้องเป็นคนกราบตีนผม เพราะเขาขี้ขลาดตาขาว

ภาพจากรายการ โหนกระแส

ไม่กลัวเขาฟ้องเหรอ?

อัจฉริยะ : ถ้าจะฟ้องก็ฟ้อง ไม่ได้สำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ชีวิตผมผ่านการโดนฟ้องมาเกือบ 100 คดี โดนทุกคน นายกฯ ฟ้อง ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย จะออกมาเรียกก็ออกมาเหอะ

ล่าสุดถูกขู่ยิง?

อัจฉริยะ : มีสองเคส เคสแรกปราบขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของประเทศที่หนองคาย

เดชา : ที่พูดมีหลักฐานไหม ไปช่วยใครมา

อัจฉริยะ : ผมขี้เกียจพูดกับคนโง่ๆ แบบนี้

เดชา :  หลายคดีนะ เป็นห่วง ส.ส. เต้ มงคลกิตติ์ ต้องให้ อัจฉริยะ เพื่อนผมแถลงข่าว แต่มันไม่นั่งแถลงเพราะมันรู้เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ไม่ทันเขาเพื่อนเอ๊ย เขาเห็นเราเป็นคนใจถึง ข้อมูลความลับทางราชการก็ให้เราพูดอยู่คนเดียว คดีก็มาหาเรา เต้รับผิดชอบอะไรล่ะเพื่อน เต้ก็คุยกับผมทุกวัน นี่ก็แถลงข่าวไป เอาความลับอะไรมา เดี๋ยวก็โดนคดี ผมก็สงสาร ขนาดอัดคลิปช่วยมันเลยเมื่อเช้านี้ บอกว่าหยุดเถอะเพื่อนเอ๊ย สงสารลูกเมีย เราไม่ได้อะไร ได้แค่ความดัง ได้แค่แสง แต่คดีความตามมาเลย ไปไหนมาไหนเดี๋ยวนี้ต้องมีทหารประกบ ผวาไปหมด

อัจฉริยะ : ไปดูแลลูกเมียคุณเห๊อะ ลูกเมียอัจฉริยะแข็งแกร่งพอ ลูกผมผ่านการนั่งบนถนนมาแล้ว ไปดูลูกคุณเหอะ ผมเคยให้คนไปท้าต่อยเขา เขาไม่เอา

จริงเหรอ?

เดชา : ผมไม่ใช่นักมวย ผมเป็นนักกฎหมาย

อัจฉริยะ : เห็นไหม จะได้จบไปเลยไง ไม่ต้องมีคดีความ เลิกกันไปเลย

เหมือนทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ ว่างๆ ไปเคลียร์กันดีกว่า?

เดชา : ผมไม่ได้อะไรกับเขา ผมสงสารเขา วันๆ ส.ส.เต้ พวกหมอบางคน ตำรวจก็เอาความลับในสำนวนมาให้ อัจฉริยะ เพื่อนรักผมแถลงข่าว เพราะเขารู้ว่าคนนี้ชอบแสง แล้วคดีก็มาตาม คนเดือดร้อนก็มีแค่อัจฉริยะ ไปแถลงทีไร ส.ส.เต้ ก็อยู่ข้างล่าง อัจฉริยะ แถลงอยู่คนเดียว คดีความก็มา ผมสงสาร ผมรัก อัจฉริยะ มาก นี่พูดจากใจ ผมไม่เคยโกรธเขาเลย ผมไม่โกรธเขาหรอก แล้วดูดิ ลงไปก็ต้องดูว่าปากทางช่องมีใครมาซุ่มดูหรือเปล่า ชีวิตลำบากไปหมด เต้มันปล่อยข่าวว่าอัจฉริยะจะถูกดักยิง อัจฉริยะก็ผวาต้องไปหาทหาร ชีวิตยุ่งยากไปหมด

เขาบอกห่วงพี่?

อัจฉริยะ : ไม่ต้องห่วงฉัน เคยฟังไหมเพลงนี้ ที่เขาบอกผมไม่มีหลักฐาน ให้ดูว่าพวกผมต้องไปขึ้นศาลวันไหนคดียาเสพติด ให้พี่หนุ่มดูไม่ต้องบอกเขาหรอกว่าวันไหน จริงๆ วันนี้ชีวิตผมอยู่สบายอยู่แล้ว ไม่ทำอะไรก็อยู่ได้ ผมไม่ได้ลำบาก แต่ที่ออกมาวันนี้ ผมอยู่เฉยๆ ก็ได้ ลูกอยากให้หยุดด้วยซ้ำไป แต่เรามองว่าความยุติธรรมทุกวันนี้ ถ้ามาหาผมไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องเสียเงินค่าที่ปรึกษา ถ้าเป็นคนยากจน เราช่วยได้เราช่วยเต็มที่แต่ถ้าไม่จริง ก็ไม่ช่วย หรือเป็นคนร้ายก็ไม่มีวันช่วย แต่ที่รับไม่ได้คือไปกล่าวหาว่าผมไปตบทรัพย์คนจีน 6 ล้าน

พี่เดชาไปกล่าวหาเขาจริงเหรอ?

เดชา : ผมไม่เคยกล่าวหาเลย เขาใส่ร้ายผม เดี๋ยวก็โดนคดีเพิ่มอีกหรอก บอกแล้วเรียนไม่จบก็เป็นแบบนี้ พูดไปเรื่อย กระติก ยังพูดว่าพูดไปเรื่อย ผมไม่เคยกล่าวหาอัจฉริยะเลย

อัจฉริยะ : 7 เม.ย. ไปไลฟ์สด บอกว่ามงคลกิตติ์ไปร้องเขาว่าผมไปตบทรัพย์คนจีน 6 ล้าน มงคลกิตติ์มาไลฟ์สดว่าไม่มี ที่ผมไปตบทรัพย์ 6 ล้าน ถ้าไม่จริงเขาขอโทษก็จบกันไปแต่เขาไม่ขอโทษ เขาใช้วิธีคือไปลบเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ยูทูบ มันก็ไม่ถูกเพราะคุณพูดไปแล้วผมเสียหาย

พี่เดขอโทษเขาได้ไหม?

เดชา : ผมไม่เคยกล่าวหาเขาเลย แล้วเขาลาออกจากที่ปรึกษาเสรีพิศุทธิ์ทำไมล่ะ หลังเต้ มงคลกิตติ์มาร้องเรียนผม ทำไมลาออกเร่งด่วน

อัจฉริยะ : ที่ลาออก เพราะมีตำรวจไปรับเงิน แล้วผมไปยื่นเรื่องที่กรรมาธิการ ปปช. ผมว่าแนวทางการตัดสินของเขามันไม่ยุติธรรม เพราะรับเงินเกิน 3 พันบาท ไปถามได้ ผมมองว่าถ้าพึ่งกรรมาธิการแล้วไม่ได้รับความยุติธรรม แล้วผมเป็นที่ปรึกษา ผมก็ไม่เป็นดีกว่า เพราะหนึ่งเราคิดว่าเรื่องแบบนี้คุณควรให้ความยุติธรรม เพราะเป็นปปช. ซึ่งมีพยานยืนยันว่าเราร้องขอ เราก็ลาออกด้วยเหตุผลตรงนี้ ว่าทำไมคุณตั้งกรรมการสอบแล้ว ทำไมไม่เอาให้สุด คนละเรื่องกัน ไม่ใช่ว่าผมไปทุจริต หรือเรียกเงินใคร ถ้าผมทำจริงเขาก็ดำเนินคดีอยู่แล้ว

เขาบอกไม่ได้เป็นอย่างที่พี่เดบอก ไม่ใช่เรื่องทุจริต?

เดชา :   ไม่รู้หรอก ถามส.ส. เต้กับเฮียหวังสิ เดี๋ยวเอามาเป็นพยานในศาลเลย

อัจฉริยะ : ไม่มีหวัง

เดชา : แล้วใครเข้าไปที่บ้านคุณแล้วถ่ายรูปส่งมาให้ผม นัดเจรจาเขาหรือเปล่า บ่ายสองที่บ้าน คิดว่ามีของอยู่คนเดียวหรือไงจ๊ะ

อัจฉริยะ : ไม่มีครับ

เดชา : นัดคนไปคุยที่บ้านที่พระประแดงหรือเปล่า

อัจฉริยะ : ไม่มีครับ คุยกันที่โรงพักครับ เกี่ยวอะไรกับผม ผมไม่คุยไง

เดชา : เอาเฮียหวังมาออกโหนกระแสไหม

คุณมาหรือเปล่า?

อัจฉริยะ : ให้เต้มา หวังอะไรก็แล้วแต่มา ให้เขามา แล้วผมนั่งดู แค่นี้ก็ลิ้นกลับไปกลับมา

เดชา : นัดเขาไปทำไมล่ะ

มาออกกับพี่อัจไหม?

เดชา : เดี๋ยวคิดก่อน ระวังนะ ลงจากโหนกระแสไป มีใครมารอหรือเปล่ายังไม่รู้เลย

อัจฉริยะ : เดี๋ยวจะกลับบ้านไม่ได้ โดนตบปากที่อยุธยา

เดชา : คิดว่าแน่เหรอ

อัจฉริยะ : ไปกล่าวหาคนโน้นคนนี้ทั่วไปหมด

เดชา : เก่งจริงคนเดียวหรือไง ตำรวจเขาดำเนินคดีอีกเยอะ ใครให้ถอนเรื่องไม่มีหรอกครับ

อัจฉริยะ :  รู้แทนตำรวจไปหมด รู้ยัน..มด

เดชา : ไปไหนมาไหนระวังหน่อยนะ

อัจฉริยะ : พูดไปเรื่อย พอยังจะได้ไปกินไวน์ต่อ อัจฉริยะไปทำการบ้านหน่อย อย่าไปหลงเชื่อคนอื่น จุ๊กกรู๊ ลาก่อน (วางสาย)

คลิปอีจันแนะนำ
อิงฟ้า เผยยังไม่มีแพลนไกล่เกลี่ยพร้อมสู้หากถูกฟ้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.

วิดีโอฮอต

No stories found.