เปิดใจ จิลล์ - ปิ๋ม ซีโฟร์ เข้าพิธีรำถวาย หนังหน้าครู

เปิดใจ จิลล์ - ปิ๋ม ซีโฟร์ เข้าพิธีรำถวาย หนังหน้าครู เครื่องรางสุดหลอนจากหนังมนุษย์
เปิดใจ จิลล์ - ปิ๋ม ซีโฟร์ เข้าพิธีรำถวาย หนังหน้าครู

นับเป็นอีกหนึ่งคนในประเทศไทยที่มีเครื่องรางของขลังไว้ในครอบครองเยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับอดีต นักแสดง หนุ่ม จิลล์ จักรพงศ์ ก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ได้ออกมาเผยเรื่องราวสุดหลอนเมื่อ ปิ๋ม ซีโฟร์ ได้มีโอกาสมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บ้าน แล้วพบกับ หนังหน้าครู จำนวน 21 หน้า อายุเกิน 100 ปี หนึ่งในเครื่องรางของขลังที่เจ้าตัวได้ครอบครองไว้ โดยมีจำนวนมาที่สุดในประเทศไทย ซึ่ง จิลล์ เผยว่า ทันทีที่ ปิ๋ม ซีโฟร์ เห็น เธอถึงกับร้องไห้ และเข่าทรุด โดยเฉพาะกับ หนังหน้าครู หน้าหนึ่ง

และล่าสุด ในวันนี้ (9 พ.ค. 65) จิลล์ ก็ได้ทำการเปิดบ้าน เพื่อให้ ปิ๋ม ซีโฟร์ ได้ทำพิธีรำถวายครู เพื่อเป็นการกราบขอขมา และเคารพบูชา รวมไปถึงเป็นสะพานให้ลูกศิษย์ และทุกๆ คนได้รับรู้ว่าครูอยู่ที่นี่ และสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริง

โดยจุดเริ่มต้นของ หนังหน้าครู ทั้ง 21 หน้า ที่ จิลล์ มี เจ้าตัวเผยว่า เมื่อประมาณ 13 ปีก่อน เขาได้ไปพบกับชายแก่วัยประมาณ 90 ปี คนหนึ่ง ที่ครอบครอง หนังหน้าครู ทั้ง 21 หน้านี้เอาไว้ โดยเป็นเครื่องรางที่สืบทอดต่อๆ กันมาจากครอบครัว และทันที่ที่เขาทราบว่า จิลล์ เป็น นักแสดง เขาก็ได้ยก หนังหน้าครู ทั้งหมดมาให้ จิลล์ ดูแล เนื่องจากอายุที่มากขึ้น และไม่มีใครต้องการสืบทอดสิ่งนี้ต่อแล้ว

ด้วยความที่ชอบสะสม และศึกษาเรื่องเครื่องรางอยู่แล้ว ก็เลยรับมา ทั้งที่ไม่มีข้อมูลใดๆ มาก่อน ต่อมาก็ได้มีการศึกษาอย่างจริงจัง แล้วนำไปมอบให้กับกรมศิลป์ฯ แต่กลับถูกปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีข้อมูลเรื่องนี้อยู่ในระบบ ตนจึงนำกลับมาดูแลเอง และหลังจากหาข้อมูลก็พบที่มาที่ไปของ หนังหน้าครู มากขึ้น เขาเล่าว่า หนังหน้าครู มีต้นกำเนิดาจาก คลองละคร หรือคลองมโนราห์ ที่มีอยู่จริงในสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งเป็นหนังของมนุษย์ที่เป็นครูบาอาจารย์ด้านศิลปะการแสดง ในรูปแบบละครนอก เป็นคณะละครของสามัญชน ได้ทำการสั่งเสียเอาไว้ก่อนเสียชีวิตว่าให้นำกนังของตนไปสักการะบูชา ให้เป็นสิริมงคล แต่ก็ไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด เนื่องจากไม่มีบันทึกในประวัติศาสตร์

หลังจากนำมาบูชาอยู่หลายปี จิลล์ รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง จึงอยากเชิญให้ ปิ๋ม ซีโฟร์ มากราบไหว้เครื่องรางที่บ้าน ทั้งที่ไม่รู้ไม่ก่อนว่าเธอเคยเรียนนาฏศิลป์ และเป็นครูด้านการแสดง พอมีโอกาส ปิ๋ม จึงได้เดินทางมากราบไหว้ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ด้าน ปิ๋ม ซีโฟร์ เผยว่า ทันทีที่ได้เห็น หน้าหน้าครู หน้าหนึ่ง เธอก็รู้สึกผูกพันเป็นอย่างมาก และสัมผัสได้ว่านี้คือครูที่เคยสอนเธอมาก่อนในอดีตชาติ เธอเล่าว่าเธอได้ยินเสียง หนังหน้าครู บอกกับเธอว่า “ มึงมาแล้วหรอ กูรอมึงอยู่นะ ” และมีบางอย่างที่เธอรับรู้ได้แล้วบังเอิญตรงกับข้อมูลของ จิลล์ เธอจึงทำการพิสูจน์โดยการขอพรไปทั้งหมด 3 เรื่อง ว่าหากครูอยากให้ลูกศิษย์ และทุกคนรู้ว่าครูอยู่ที่นี่ หนูขอ 3 สิ่งนี้ได้ไหม ผลปรากฏว่าเธอได้ตามที่ขอจริงๆ ทำให้วันนี้ เธอจึงมาทำพิธีรำถวายครูตามที่ได้สัญญาไว้

ในด้านของข้อกฎหมาย จิลล์ เผยว่าสิ่งนี้ถือเป็นมรดกตกทอดที่สืบต่อกันมา ดีงนั้นจึงไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด นอกเสียจากจะทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือมีการค้าขาย ซึ่งตอนแรกที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ จิลล์ ก็รู้สึกกดดันในเรื่องนี้เช่นกัน เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก

ส่วนประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นระหว่าง ปิ๋ม ซีโฟร์ กับอาจารย์ท่านหนึ่ง หลังมีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ปิ๋ม ซีโฟร์ ออกอาการเหมือนไม่พอใจ นั่งหลับตา ไม่โต้ตอบ ในขณะที่อาจารย์ท่านดังกล่าวกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง หนังหน้าครู โดยบอกว่าไม่มีอยู่จริง รวมถึงให้นำไปเผาทิ้ง ทั้งนี้ ปิ๋ม ซีโฟร์ เผยว่า เธอไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด เพียงแต่น้อมรับในความคิดเห็นของอีกฝ่าย แต่ส่วนตัว เธอมองว่าเรื่องนี้มันยังไม่มีข้อพิสูจน์ จึงไม่อยากให้ตัดสินกันไปก่อนว่า ใช่หรือไม่ใช่ มีจริงหรือไม่มีจริง ทั้งนี้ก็อยากให้ทุกคนมาลองพิสูจน์ก่อน แบบที่ตัวเองได้ลองแล้ว และเธอก็เชื่อว่า หนังหน้าครู ยังมีอยู่จริงๆ เนื่องจากเป็นหนังจริงของมนุษย์ เธอมองว่าจิตของเขาจะยังผูกพันธ์อยู่กับเนื้อหนังมังสา

ทั้งนี้ จิลล์ และ ปิ๋ม ซีโฟร์ ได้เผยจุดประสงค์ และความคั้งใจในการทำสิ่งนี้ โดยทั้งคู่อยากเป็นสะพานให้ทุกคนมากราบไหว้ครู ตามที่จิตของทั้งคู่สัมผัสได้ และอยากให้ทุกคนมีความสุขจากการมากราบไหว้บูชา นอกจากนนี้ จิลล์ ยังมองว่า หนังหน้าครูเป็นเหมือนมรดกของชาติ จึงอยากเก็บไว้ ไม่ให้เกิดการสูญหาย ให้คนรุ่นหลังได้เห็น ว่ามีสิ่งเหล่านี้อยู่จริงๆ พวกเขามีตัวตนจริงๆ และอยากให้ทุกคนพิสูจน์ในศรัทธาของตน แต่ถ้าหากว่าไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้ตนก็จะหาข้อมูลเรื่อง หนังหน้าครู ให้มากขึ้นก่อน และยินดีเป็นอย่างมากที่จะเปิดรับข้อมูลจากผู้ที่รู้เรื่องนี้จริงๆ ด้าน ปิ๋ม ซีโฟร์ ก็ได้ทิ้งท้ายว่า

“ ถ้าเราศรัทธาแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เราจะศรัทธาต่อไป “

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และอย่าลืมใช้วิจารณญาณในการอ่านรับข้อมูลกันด้วยนะคะ

คลิปอีจันแนะนำ
ออย ธนา รับแยกกันอยู่กับภรรยา ทำหน้าที่พ่อแม่ของลูก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co