วิกฤตพะยูนฝั่งอันดามัน ทส. สั่งเร่งหามือ “วอร์รูม” สู้ภัย

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! พบพะยูนลอยตายต่อเนื่องในทะเลฝั่งอันดามัน ล่าสุด วันที่ 7-11 พ.ค. 67 พบตายแล้ว 4 ตัว กระทรวงทรัพยากรฯ เร่งสั่งการ ตั้ง “วอร์รูม” บูรณาการทุกภาคส่วน หามาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาพะยูนตาย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เร่งสั่งการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ตั้ง “วอร์รูม” บูรณาการทุกภาคส่วน หามาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาพะยูนตาย

สาเหตุสลด พะยูนสังเวยชีวิต

รายงานล่าสุดพบพะยูนตาย 4 ตัว ในช่วงเวลาเพียง 5 วัน (วันที่ 7-11 พ.ค. 67)  โดยพบทั้งในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรัง และพังงา สาเหตุการตายที่พบ ได้แก่ 

ใบพัดเรือ : พบพะยูนเพศเมียตายจากใบพัดเรือฟัด บริเวณอ่าวทึง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของเรือท่องเที่ยวจำนวนมาก

การต่อสู้ : พบพะยูนเกยตื้นที่ท่าเทียบเรือเกาะมุกด์ จ.ตรัง ตรวจสอบพบกระโหลกแตก คาดเกิดจากการต่อสู้

สาเหตุอื่นๆ : พบซากพะยูนแม่ลูกตาย บริเวณเกาะหมากน้อย จ.พังงา อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

วิกฤตซ้ำซาก “โลกร้อน” ตัวเร่งปฏิกิริยา

ปัญหาพะยูนตาย เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2567 พบพะยูนตายแล้ว 20 ตัว ปี 2566 พบ 40 ตัว และปี 2565 พบ 18 ตัว ซึ่งนักวิชาการชี้ว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากสภาวะโลกร้อน ส่งผลให้แหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของพะยูน เสื่อมโทรมลงพะยูนจึงต้องอพยพไปยังพื้นที่อื่น ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับกิจกรรมทางน้ำและการประมง 

 “วอร์รูม” สู้ภัย มาตรการเข้มคุม 11 พื้นที่เสี่ยง

ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้จัดประชุมวอร์รูมด่วน  ระดมหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งกรมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ,กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา (ทสจ.พังงา) เพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขใน 11 พื้นที่เสี่ยง ครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่  ได้แก่   

1.  อ่าวตังเข็น

2.  อ่าวป่าคลอก

3.  อ่าวบ้านคลองเคียน

4.  เกาะหมาก

5.  ช่องหลาด เกาะยาว

6.  อ่าวท่าปอม

7.  อ่าวนาง

8.  อ่าวน้ำเมา

9.  เกาะศรีบอยา เกาะปู

10. เกาะลันตา

11. แหลมไทร

โดยมีมาตรการเร่งด่วนเน้น 3 ด้านหลัก

1. สายด่วน 1362 : แจ้งเหตุฉุกเฉิน พบพะยูนบาดเจ็บหรือตาย เพื่อช่วยเหลืออย่างทันท่วง

2. ควบคุมการเดินเรือ : ประกาศให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและประชาชนใช้ความเร็วเรือไม่เกิน 3 น็อตในเขตหญ้าทะเล  และไม่เกิน 20 น็อตในเขตชายฝั่งที่พะยูนแพร่กระจาย

3. ควบคุมการประมง : ขอความร่วมมือชาวประมงตรวจสอบเครื่องมือประมงอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการทำประมงในพื้นที่เสี่ยง และให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อพะยูน

เทคโนโลยีช่วย  พี่เลี้ยงชุมชน  สกัดวิกฤต

นอกจากมาตรการหลัก ทส. ยังเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การบินสำรวจประชากรพะยูน และลาดตระเวนป้องกันการประมงผิดกฎหมาย รวมถึงการให้ความรู้และสร้างความร่วมมือกับชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์พะยูนอย่างยั่งยืน 

บทลงโทษเด็ดขาด ปกป้องพะยูนไทย

ทส. ย้ำชัด จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่าการท่องเที่ยวหรือการประมงเป็นสาเหตุให้พะยูนตาย  โดยอาจพิจารณาปิดพื้นที่ท่องเที่ยวหรือเขตอนุรักษ์  เพื่อปกป้องพะยูน  สมบัติล้ำค่าของไทย 

ร่วมมือร่วมใจ อนุรักษ์พะยูนไทย

วิกฤตพะยูนฝั่งอันดามัน  เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ  ผู้ประกอบการ ชาวประมง และประชาชน เพื่ออนุรักษ์  “พะยูน” สัตว์ทะเลหาย  ให้คงอยู่คู่ท้องทะเลไทยสืบไป