ภารกิจพี่บอยตามหาแม่แหม่มสำเร็จ เมื่อปาฏิหาริย์ทางไกลมาเยือนไทย!

อีเต้ยอีจันพาพี่บอยไปรับแม่แหม่มที่เดินทางมาจากออสเตรเลีย ลูกชายได้กอดแม่ครั้งแรกในรอบ 30 กว่าปี
ภารกิจพี่บอยตามหาแม่แหม่มสำเร็จ เมื่อปาฏิหาริย์ทางไกลมาเยือนไทย!

ปลดล็อคปมในใจพลัดพรากแม่ 30 กว่าปี วันนี้พี่บอยได้กอดแม่แหม่มแล้ว!

จำกันได้ไหมคะ เมื่อปีก่อน (พ.ศ. 2564) พี่บอยส่งเรื่องราวการพลัดพรากมาหาอีเต้ยอีจันวอนช่วยตามหาแม่ให้หน่อย ซึ่งทันทีที่ทีมงานรับปาก เราตามหากันจนเกือบเจอทางตัน แต่ด้วยความพยายามและปาฏิหาริย์ อีเต้ยก็สามารถทำให้พี่บอยติดต่อกับแม่แหม่มได้ แต่อุปสรรคคือ แม่แหม่มอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และติดสถานการณ์โควิด-19 การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาลูกจึงเป็นเรื่องยากมากๆ ต้องรอประเทศเปิดอย่างเดียว

การรอคอยผ่านไปอย่างช้าๆ สำหรับคนนั่งนับวันรอ...

รอ...กระทั่ง 1 ปี ประเทศเปิด แม่แหม่มจองตั๋วบินลัดฟ้าตั้งใจมากอดลูกชาย ตามสัญญา

2 มิถุนายน 2565 อีเต้ยอีจันในฐานะสื่อกลาง ไม่พลาดโมเม้นต์สำคัญนี้แน่ๆ ประสานกับพี่บอย เราจะไปรอรับแม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วยกัน!

อีเต้ยรอเวลาให้พี่บอยเดินทางจาก จ.สุพรรณบุรี มานัดเจอกันย่านลาดกระบังเพื่อที่จะเดินทางไปสนามบินพร้อมกัน

เมื่อถึงเวลา ทีมงานเดินทางไปพบพี่บอยทันที หลังจากไม่ได้เจอกันถึง 1 ปี อีเต้ยอีจันเปิดใจคุยกับพี่บอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบหลังจากที่ได้ติดต่อกับแม่แหม่ม

พี่บอยเล่าให้ฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บอก คุยกับแม่บ่อยมากๆ ความสัมพันธ์ไปในทางที่ดี “รักแม่ไม่มีเปลี่ยน”

อีเต้ยถามถึงแพลนคร่าวๆ หลังจากแม่มาถึงที่ไทย อยากไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมอะไร ที่ไหน กับแม่บ้าง เขาบอกแล้วแต่แม่เลย ถ้าแม่อยากทำอะไร อยากไปที่ไหน เขาพร้อมที่จะตามใจแม่ทุกอย่าง

สิ่งที่อยากทำทันทีที่ได้เจอหน้าแม่ จะกราบและกอดแน่นๆ

18.00 น. ทีมอีเต้ย - พี่บอย เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว เดินดูลาดเลาว่าจุดไหนที่แม่แหม่มจะเดินออกมา เราตรงดิ่งไปสอบถามเจ้าหน้าที่สนามบิน จากนั้นก็มาดักรออยู่ที่ประตู 4 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร จุดนี้ คือ จุดนัดพบหน้าทางออกของผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ

เดินไปดูที่บอร์ดไฟล์ทบินอีกที จากสิงคโปร์ มาไทยแลนด์ มี 1 ไฟล์ทถ้วน เวลา 19.25 น. จากนี้ก็แค่รอ...นาทีสำคัญ

ระหว่างทีมงานและพี่บอยรอแม่แหม่ม จึงขอแวะทานข้าวเพิ่มพลังสักหน่อย จะได้มีแรง ^^

20.00 น. อีเต้ย – พี่บอย ยังดักรอแม่แหม่มที่ประตู 4 จุดนัดพบ อย่างใจจดใจจ่อ

พี่บอยถือป้ายชื่อแม่แหม่ม ยืนรอกลางสนามบิน บอก ตอนนี้รู้สึกแน่นหน้าอก ตื่นเต้นมาก แต่พยายามเก็บอาการอยู่

ข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ๆ เจ้าหน้าที่สนามบิน คือ การมารอผู้โดยสารจากต่างประเทศ ต้องบวกเวลาเพิ่มอีก เพราะหลังจากเครื่องบินแลนดิ้ง ผู้โดยสารต้องเข้าด่านตรวจ ตม. (ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) รอรับกระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่อง และแวะซื้อซิม เพื่อเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายและอินเทอร์เน็ตในประเทศ ทั้งหมดทั้งมวล คงใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาที – 1 ชั่วโมง นั่นจึงเท่ากับว่า เวลาแลนดิ้ง 19.25 น. บวกเพิ่มอีก 1 ชั่วโมง ก็เท่ากับ 20.25 น. ฉะนั้นก็...รอวนไปค่ะ

เรายืนรอกันสักพัก พี่เมย์ ทีมงานอีเต้ยอีจัน ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลจากทีม เดินมาหาอีเต้ย ที่ยืนข้างๆ พี่บอยด้วยความตื่นเต้น บอก มีพนักงานรถเข็นกระเป๋า เดินมาบอกว่า แม่แหม่มซื้อซิมอยู่! นั่นแปลว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเราจะได้เจอแม่แล้ว

บอกข่าวเสร็จ พี่เมย์ก็กลับไปเฝ้าสังเกตการณ์ ณ จุดเดิม อีเต้ยซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจุดนั้น ก็จ้องพี่เมย์ไม่คลาดสายตา หากมีปฏิกิริยากรี๊ดกร๊าด นั่นแหละ คนสำคัญที่เราตั้งใจมารอ กำลังมาแน่ๆ...

ไม่นานหลังจากนั้น พี่เมย์ ก็โบกมือให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่ออีเต้ยทอดสายตาออกไป ผู้หญิงคนนั้นค่อยๆ ลากกระเป๋าเข้ามาใกล้และโบกมือกลับ ผู้หญิงคนนั้นคือ แม่แหม่มนั่นเอง!!!

พี่บอยยืนนิ่ง ตาเริ่มแดงกล่ำ น้ำตาคลอ อาการประหม่าผสมดีใจชัดเจนมาก เมื่อภาพแม่ชัดขึ้นเลยๆ ปาฏิหาริย์จากทางไกลกำลังเคลื่อนตัวมาตรงหน้าพี่บอยแล้ว

วินาทีที่แม่แหม่มยืนอยู่ตรงหน้าพี่บอย เขาก้มลงกราบแม่ท่ามกลางผู้คนในสนามบินโดยไม่อายสายตาใครเลย

เพราะว่านี่คือ “แม่” ที่พลัดพรากจากเขามา 30 กว่าปี

เขายืนขึ้นสวมกอดแม่อย่างเต็มอกพร้อมน้ำตา ความอบอุ่นเข้ามาในใจพี่บอย แม่กอดพี่บอยด้วยความคิดถึงไม่ต่างกัน

แม่เข้มแข็งมากถึงแม้จะไม่ร้องไห้ แต่อีเต้ยก็สังเกตได้ว่าน้ำตาคลออยู่บ้างแหละ แม่บอกว่าร้องไห้หนักตั้งแต่วันที่ได้ติดต่อกับพี่บอยแล้วครั้งแรกแล้ว ครั้งนี้ตั้งใจมาหาลูกด้วยรอยยิ้ม ผู้หญิงแกร่งอย่างแม่ร้องไห้ครั้งเดียว คือ จบ หลังจากนี้คือรอยยิ้ม

จากนั้นทีมงานพาแม่และพี่บอยไปพักผ่อนที่โรงแรม ระหว่างทางทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกันตลอดทางไม่มีหยุด ถึงแม้จะได้ติดต่อทางไกลมา 1 ปีแล้ว แต่ความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนการที่ได้นั่งคุยข้างๆ กันเลย

วันต่อมาแม่แหม่มขออาสาเลี้ยงอาหารตอบแทนทีมงานอีเต้ยอีจัน ณ ร้านกินลมชมสะพานพระราม 8

บอกเลยว่าท้องฟ้าเปิดสดใสมาก เป็นวันที่ดีมากเลยค่ะ อาหารอร่อย บทสนทนาธรรมดาบนโต๊ะอาหาร อีเต้ยกลับรู้สึกเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก

เสร็จจากทานข้าวพวกเราก็พาแม่ลูกไปไหว้พระ ให้อาหารปลากันที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ อากาศร่มรื่น ทั้งคู่ได้ทำบุญร่วมชาติกันครั้งแรก ขออย่าได้พลัดพรากกันอีกเลยนะชาติหน้า

วันนี้ถือได้ว่าแฮปปี้มากๆ อิ่มท้อง อิ่มบุญ อิ่มความสุข หลังพลัดพรากกันมา 30 กว่าปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co