คดี ลุงวิศวะยิงโจ๋ ถึงตอนจบ! ศาลฎีกา แก้คำพิพากษา ศาลชั้นต้น ลดโทษ ลุงวิศวะ รอลงอาญา 3 ปี

ปิดคดี ลุงวิศวะยิงโจ๋ ! หลังต่อสู้กันนาน 4 ปี ล่าสุด ศาลฎีกา แก้คำพิพากษา ศาลชั้นต้น รอลงอาญา 3 ปี คุมความประพฤติ 2 ปี
คดี ลุงวิศวะยิงโจ๋ ถึงตอนจบ! ศาลฎีกา แก้คำพิพากษา ศาลชั้นต้น ลดโทษ ลุงวิศวะ รอลงอาญา 3 ปี
ภาพ อีจัน

จำคดีลุงวิศวะ ยิงวัยรุ่น ได้ไหม ? เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน วันนี้ (17 มิ.ย.64) มีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง...โดยศาลจังหวัดชลบุรี ได้นัดอ่านคำพิพากษาในชั้นศาลฎีกา ในคดีที่นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 56 ปี อาชีพ วิศวกร เป็นจำเลยในความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยก่อเหตุยิง นายนวพล ผึ่งผาย หรือปอนด์ อายุ 17 ปี จากเหตุวิวาทเรื่องที่จอดรถ เหตุเกิดใกล้ตลาดอ่างศิลา จ.ชลบุรี เมื่อค่ำวันที่ 4 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา

นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ คดีลุงวิศวะ ยิงวัยรุ่น
นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ คดีลุงวิศวะ ยิงวัยรุ่นภาพ อีจัน

ในวันนี้นายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายฝ่ายผู้เสียหาย และนางมณีพร ผึงผาย แม่ของนายนวพล ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยในเวลานัดได้นัดไว้เวลา 09.45 น. และในเวลา 12.00 น.ทั้งทนายและนางมณีพร ได้เดินลงมาจากศาล หลังรับฟังคำพิพากษาเสร็จ โดยทั้งสองมีสีหน้าเรียบเฉย นางมณีพร ได้เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า น้อมรับคำพิพากษาของศาล เพราะเหนื่อยมาก สู้มาตั้ง 5 ปี และอโหสิกรรมให้ฝั่งนายสุเทพ ไปตั้งนานแล้ว

นายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายฝ่ายผู้เสียหาย เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา
นายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายฝ่ายผู้เสียหาย เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาภาพ อีจัน

ด้านทนายได้เปิดเผยว่า ในวันนี้ ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีลุงวิศวะ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มูลเหตุคดีเริ่มต้นเมื่อพวกของผู้ตายจอดรถยนต์ตู้ซ้อนคันกับรถยนต์ของจำเลย โดยไม่ได้สนใจว่ารถยนต์ของจำเลยที่จอดริมฟุตพาทจะออกไปได้หรือไม่ เมื่อภริยาจำเลยแจ้งให้ทราบว่า รถยนต์ของจำเลยกำลังจะออก แต่พวกของผู้ตายไม่ขยับให้ กลับบอกให้รอก่อน การจอดรถซ้อนคันขวางทางออกถนนของรถยนต์คันอื่น ทั้งมิยอมรีบขยับรถให้รถคันที่ตนจอดขวางอยู่ออกไปได้ มิใช่เรื่องที่คนทั่วไปกระทำกัน เหตุการณ์เช่นนี้ คนทั่วไปไม่ว่าใครก็ตามพบเจอ ย่อมต้องรู้สึกโกรธเป็นธรรมดา จำเลยกล่าวถ้อยคำหยาบคายหลายครั้ง แต่มีเพียงถ้อยคำเดียวที่พวกของผู้ตายได้ยินก่อนที่จะพากันขึ้นรถยนต์ตู้ไป

ส่วนถ้อยคำหยาบคายอื่นจำเลยกล่าวในรถยนต์ของตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้พวกของผู้ตายรู้สึกว่าจะต้องเอาเรื่องกับจำเลย ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงแต่ทำให้จำเลยเสียเวลาไปบ้างเล็กน้อย จึงมิใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดต้องฆ่ากัน

เชื่อได้ว่าในขณะที่รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้ง ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีความคิดที่จะเอาเรื่องอีกฝ่ายเพราะเหตุจากการมีปากเสียงกัน

นางมณีพร ผึงผาย แม่ของนายนวพล
นางมณีพร ผึงผาย แม่ของนายนวพลภาพ อีจัน

ส่วนเหตุการณ์ระหว่างทางตั้งแต่รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายออกจากร้านขายอาหารทะเลแห้ง จนถึงเวลาก่อนจะถึงแยกครกใหญ่ พวกของผู้ตายเพียงแต่เปิดไฟสูงใส่จำเลย ไม่ได้ขับแข่ง ขับแซง หรือปาดหน้า ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่สามารถกระทำได้โดยง่าย ส่วนฝ่ายจำเลย พฤติการณ์ภายในรถแสดงให้เห็นได้ว่า ภายหลังจากออกจากหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้งไม่นาน จำเลยและภริยาต่างระงับความโกรธได้และเกรงว่าจะถูกฝ่ายผู้ตายทำร้าย จึงมีความคิดจะไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจหรือบุคคลอื่น

เมื่อรถยนต์ของทั้งสองฝ่ายไปถึงแยกครกใหญ่ จำเลยมิได้ขับรถปาดหน้ารถพวกของผู้ตายเพื่อไปจอดรถที่ริมฟุตพาทและมิได้มีพฤติการณ์ยั่วยุให้คนในกลุ่มผู้ตายมาวิวาทต่อสู้กันอีก เมื่อมีคนในกลุ่มของผู้ตายหลายคนอยู่ ล้อมรอบรถยนต์ของจำเลย ผู้ตายมุดศีรษะเข้ามาในรถยนต์ของจำเลย พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า มึงจะรบเปล่า

ภาพจากกล้องหน้ารถที่บันทึกภาพไว้ได้
ภาพจากกล้องหน้ารถที่บันทึกภาพไว้ได้ภาพ อีจัน

หลายครั้งและมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายจะเข้ามาทำร้ายจำเลยในชั่วเวลาอีกไม่นาน ขณะเดียวกันจำเลยยังถูกพวกของผู้ตายซกต่อยจากทาง ด้านหลัง ย่อมถือได้ว่ามีอันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตและร่างกายของจำเลยแล้ว ประกอบกับจำเลยนั่งอยู่ที่ที่นั่งคนขับอันเป็นการอยู่ในที่จำกัดและเคลื่อนไหวร่างกายได้ยาก

นายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายฝ่ายผู้เสียหาย
นายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายฝ่ายผู้เสียหายภาพ อีจัน

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงออกไป จึงเป็นทางเดียวที่จะให้จำเลยพ้นจากการถูกทำร้ายโดยผู้ตายและพวกถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตนให้พ้นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ต่เมื่อจำเลยเห็นอยู่แล้วว่าผู้ตายและพวกไม่มีอาวุธ หากจำเลยเพียงนำอาวุธออกมาขู่ว่าจะยิง หรือยิงออกไปโดยไม่จำเป็นหรือยิงไปที่อวัยวะอื่นที่ไม่สำคัญของผู้ตาย ก็ย่อมเพียงพอที่จะยับยั้งมีให้ผู้ตายและพวกเขามาทำร้ายได้แล้ว

แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนยิงไปที่หน้าอกซ้ายของผู้ตาย แม้ยิงเพียงนัดเดียวก็ไม่เป็นการได้สัดส่วนกับภยันตรายที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นกับจำเลย

การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ เเต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เหตุคดีนี้เกิดจากฝ่ายผู้ตายจอดรถยนต์ขวางทางรถยนต์ของจำเลย จนเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย อันเป็นความผิดของฝ่ายผู้ตายด้วยส่วนหนึ่ง

การรอการลงโทษให้แก่จำเลยน่าจะเป็นประโยชน์แก่จำเลยและสังคมส่วนรวมมากกว่าการลงโทษจำคุกไปเสียทีเดียว

ปอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ
ปอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุภาพ อีจัน

พิพากษาแก้เป็นว่า

ฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุจำคุก 5 ปี ลดโทษให้ คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ แล้ว รวมจำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี คุมความประพฤติ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ให้จำเลยไปเข้ารับการฝึกอบรมที่เกี่ยวกับการระงับควบคุมอารมณ์ที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนและให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 30 ชั่วโมง เป็นอันสิ้นสุดคดีในชั้นศาลฎีกาที่สู้กันมานานถึง 4 ปี

นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ คดีลุงวิศวะ ยิงวัยรุ่น
นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ คดีลุงวิศวะ ยิงวัยรุ่นภาพ อีจัน

นายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายฝ่ายผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทางนายสุเทพต้องนำเงินค่าสินไหม ที่ทางศาล ได้สั่งมาให้กับทางฝั่งผู้เสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันยื่นคำร้องขอ รวมๆแล้วจนถึงวันนี้ก็น่าจะประมาณ 500,000 กว่าบาท และหากนายสุเทพ ไม่ยอมชดใช้ ก็คงต้องฟ้องทางแพ่งต่อไป ในส่วนที่มีประชาชนสงสัยว่านายสุเทพ ไม่ยอมมาฟังคำพิพากษาในชั้นศาลฎีกา นั้น ทางศาลก็ได้สั่งริบเงินประกันไปแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 874,000 บาท ส่วนเรื่องคดีความทางอาญานั้นก็ถือเป็นอันสิ้นสุดลงแล้ว

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co