คปภ. สั่งปรับอาคเนย์ ปมประวิงจ่ายค่าสินไหม

ศาลบุรีรัมย์ พิพากษาคดีน้องหญิงถึงที่สุดแล้ว แต่บริษัทยังยืนยันปฏิเสธการชดใช้ค่าเสียหาย คปภ. จึง สั่งปรับอาคเนย์ ปมประวิงจ่ายค่าสินไหม เป็นเงินเกือบ 2 ล้าน!
คปภ. สั่งปรับอาคเนย์ ปมประวิงจ่ายค่าสินไหม

คปภ. สั่งปรับอาคเนย์ประกันภัย ปมประวิงจ่ายค่าสินไหม เหตุรถเบนซ์ชนรถจักรยานยนต์ "น้องหญิง" เสียชีวิต ในอัตราโทษสูงสุดเป็นเงินเกือบ 2 ล้านบาท และปรับรายวัน วันละ 20,200 บาท จนกว่าจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต

เมื่อวาน (7 ธ.ค. 64) ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวถึงกรณีรถเบนซ์ รถยนต์คันเอาประกันภัยไว้กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของน้องหญิง จนเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และศาลจังหวัดบุรีรัมย์มีคําพิพากษาถึงที่สุด ตามคดีหมายเลขแดงที่ อ 1606/2564 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ว่าผู้เอาประกันภัยซึ่งขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ซึ่งสำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรี มีหนังสือแจ้งบริษัทประกันภัยให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว แต่บริษัทดังกล่าวโต้แย้งในข้อเท็จจริง จนต่อมามารดาของผู้เสียชีวิตได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง และสำนักงานฯ ได้มีหนังสือแจ้งความเห็นให้บริษัทฯ พิจารณาทบทวน ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่บริษัทยังยืนยันปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แม้ทราบว่าศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้นำกรณีดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานเสนอแนวทางการกำหนดเกณฑ์ความผิดต่อเนื่องที่มีโทษปรับรายวัน ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเปรียบเทียบ ครั้งที่ 5/2564 วันที่ 7 ธันวาคม 2564

คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาจากพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ และเปิดโอกาสให้บริษัทชี้แจงข้อเท็จจริงแสดงเหตุผล ตลอดจนให้นำส่งพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการปฏิเสธไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อันถือเป็นการให้ความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาคดีความผิด พบว่าถ้อยคำโต้แย้งของบริษัทฯ ที่ปรากฏในชั้นการร้องเรียนค่าสินไหมทดแทน กับชั้นการชี้แจงข้อกล่าวหาต่อสำนักงานฯ มีข้อความขัดแย้งกันหลายประการ

เป็นผลให้ การที่บริษัทยังคงปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายหลังศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยมิได้เป็นฝ่ายประมาท โดยไม่มีหลักฐานการโต้แย้งที่ชัดเจนและไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงไม่สามารถรับฟังได้ ประกอบกับคำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เรื่อง ให้ใช้คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กำหนดให้บริษัทมีหน้าที่ต้องชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใด ๆ ต่อบุคคลภายนอก เมื่อผู้เอาประกันภัยเกิดความรับผิดชอบตามกฎหมาย

ดังนั้น การที่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา มีคำตัดสินบนข้อเท็จจริงอันเป็นที่สุดแล้ว เช่นนี้ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อธุรกิจประกันวินาศภัยในภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การกระทำของบริษัทฯ จึงเป็นการจงใจฝ่าฝืนข้อตกลงแห่งสัญญาประกันภัย หรือข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่มีความชัดเจน ให้บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย อันเป็นความผิดฐานประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา 36 อันมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

คณะกรรมการเปรียบเทียบฯ จึงมีมติให้เปรียบเทียบปรับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในอัตราโทษสูงสุดเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 1,858,400 บาท และปรับรายวัน วันละ 20,200 บาท จนกว่าจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คปภ. ได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยรับฟังพยานหลักฐานต่าง ๆ พร้อมได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ อย่างครบถ้วน เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นธรรม ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าสำนักงานฯ จะดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัยอย่างเต็มความสามารถ

สอบถามข้อมูล สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ website : www.oic.or.th

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ PR OIC

คลิปอีจันแนะนำ
สาธิต ปิตุเตชะ เผย ผู้สัมผัส นทท. “โอไมครอน” ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย

Related Stories

No stories found.