คลัง เผย ประชาชนใช้ เงินเราชนะ หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 4 หมื่นล้านบาท

คลัง เผย ประชาชนใช้เงินโครงการ เราชนะ ช่วยระบบเศรษฐกิจ เงินหมุนเวียน 4 หมื่นล้านบาท
คลัง เผย ประชาชนใช้ เงินเราชนะ หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ  4 หมื่นล้านบาท
ภาพจากอีจัน
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังภาพจาก เพจ สถานีข่าวกระทรวงการคลัง

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับสื่อมวลชนต่อกรณีความคืบหน้าการใช้สิทธิของโครงการ เราชนะ โดยถึงปัจจุบัน มีการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไปแล้วมากกว่า 41,522.4 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็น กลุ่มประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. เป็นต้นมา จำนวน 23,457.9 ล้านบาท

กลุ่มประชาชนใช้จ่ายแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com จำนวนา 15.1 ล้านคน ใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.เป็นต้นมา จำนวน 18,064.5 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิ์โครงการฯ จำนวน 28.8 ล้านคน

ขณะที่ จังหวัดที่ใช้จ่ายมากที่สุด จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา อุบลราชธานี ขอนแก่น และเชียงใหม่

ขณะเดียวกันในเรื่อง การเปิดจุดอำนวยความสะดวก รับลงทะเบียนโครงการเราชนะ แก่กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ที่สาขาและจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ รวมถึงหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ

ขณะนี้ มีกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. จนถึงปัจจุบัน จำนวน 995,349 คน ทั้งนี้ กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 15 – 21 ก.พ.ที่ผ่านมา จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติในวันที่ 4 มี.ค.ที่จะถึงนี้ และจะได้รับวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกในวันที่ 5 มี.ค. และกลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 22ก.พ. – 5 มี.ค. จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติในวันที่ 15 มี.ค. และจะได้รับวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกในวันที่ 19 มี.ค.

ภาพจาก เพจ สถานีข่าวกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการคลัง ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของประชาชน ร้านค้า ที่ใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการเกินควร ขณะนี้กระทรวงการคลังได้มีการประสานขอความร่วมมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่กวดขันไม่ให้ผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเอาเปรียบประชาชน

โดยประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถแจ้งร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 1569 หรือแจ้งข้อมูลของผู้ร้องเรียน พร้อมหลักฐานในการร้องเรียน รวมถึงช่องทางติดต่อกลับของท่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ 1569@dlt.go.th หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง กระทรวงการคลังจะระงับการใช้แอปพลิเคชัน ถุงเงิน ของร้านค้าตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

อีจัน
www.ejan.co