ทำไม “ม้าทรงต้องทรมานตัวเอง” ปาฏิหาริย์ อิทธิฤทธิ์ แฟชั่น?

จากการทรมานตัวเองในพิธีกรรมต่างๆของเทศการกินเจนั้น อาจทำให้หลายคนยังมีความสงสัยคลางแคลงใจว่า “ม้าทรง” มีเทพเจ้าประทับอยู่จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการใช้เทคนิคแห่งศาสตร์มายากลเข้ามาแสดง
ทำไม “ม้าทรงต้องทรมานตัวเอง” ปาฏิหาริย์ อิทธิฤทธิ์ แฟชั่น?

ประเพณีถือศีลกินเจ มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ช่วงชนเผ่าแมนจูเข้าปกครองประเทศจีน ซึ่งได้มีชาวจีนกลุ่มหนึ่งนุ่งขาว ห่มขาว และไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ออกมาต่อต้านและมีการต่อสู้กันจนพ่ายแพ้สูญเสียชีวิต แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานการรุกรานของชาวแมนจูได้ เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ "หงี่หั่วท้วง" ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น ความเชื่อถืออีกกระแสหนึ่งของตำนานการกินเจนั้น เชื่อกันว่าเป็นการสักการะพระพุทธเจ้า ในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในพิธีกรรมนี้ สาธุชนจึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต หันมาบำเพ็ญศีล โดยการตั้งปณิธานในการกินเจ งดเว้นอาหารคาว เพื่อเป็นการสมาทานศีล 3 ประการ คือ

1. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตของตน

2. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเลือดของตน

3. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเนื้อของตน

โดยประเพณีกินเจที่ชาวจีนเรียกกันว่า “เก้าอ๊วงเจ” หรือ “กิ้วอ๊วงเจ” แปลว่า “เจเดือน 9″ เริ่มต้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน ตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคมของไทย (ตามปฏิทินสากล) สำหรับในปี พ.ศ.2564 นี้ เริ่มวันที่ 6 – 14ตุลาคม

คำว่า “เก้าอ๊วง” หรือ “กิ้วอ๊วง” แปลว่า “พระราชา 9 องค์” หรือ “นพราชา” หมายถึงผู้เป็นใหญ่ทั้ง 9 ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีกินผักกินเจนั่นเอง

โดยเทศกาลนี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่หมู่บ้านไล่ทู หรือหมู่บ้านกระทู้ ของจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบัน คนไทยเชื้อสายจีนจึงมีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องเทพเจ้าที่คุ้มครองประจำหมู่บ้าน จึงได้มีการอันเชิญเทพเจ้ามาคุ้มครองคนในหมู่บ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยใช้คนเป็นสื่อกลาง หรือที่เรียกกันว่า “ม้าทรง”

การอันเชิญพระจีนเข้าประทับทรง จะต้องทำการบวงสรวงในอ้าม โดยมีม้าทรงและพี่เลี้ยงม้าทรง มีฮวดกั่วเป็นผู้กล่าวบทอัญเชิญพระจีน ตีล่อโก๊ะ ตีกลอง จุดธูป เผาไม้หอม นำผลไม้มาเป็นของไหว้วางไว้หน้าตั๋วพระ เมื่อพระจีนเข้าทรงจะเกิดอาการตัวสั่นสะท้าน ไม่สามารถควบคุมอากัปกิริยาของตนเองได้ หลังจากนั้นเมื่อพระจีนลงมาประทับแล้ว ร่างของม้าทรงจะเดินไปด้วยท่าทางของพระจีนองค์นั้นๆไปยังหน้าตั๋วพระจีน พี่เลี้ยงจะช่วยกันใส่ต้อให้ และจัดเตรียม อ่อเหล่ง ฮวดโซะ และอาวุธประจำกายไว้ให้ จากนั้น จุดธูปและเดินต่อไปหน้าแท่นของหยกอ๋อง เพื่อรายงานให้ทราบถึงการลงมาประทับยังม้าทรง ซึ่งการที่บุคคลหนึ่งจะเป็นม้าทรงได้นั้น ทั่วไปมักถูกแบ่งความเชื่อออกเป็น 2 แบบ คือบุคคลที่ชะตาขาดแต่ยังไม่ถึงอายุขัยที่จะต้องตาย และมีบุญสัมพันธ์กับเทพองค์นั้นๆ ท่านก็จะเลือกลงมาประทับเพื่อใช้ร่างในการทำความดีเป็นสื่อกลางให้ท่านได้โปรดลูกหลานที่กำลังทุกข์ได้พ้นทุกข์ หรืออีกนัยหนึ่งก็เชื่อว่าเป็นการนำบุคคลที่มีใจรักและศรัทธา มีความเหมาะสมกับการเป็นสื่อกลางให้เทพเจ้า ก็จัดทำการอันเชิญเทพลงมาประทับโดยจะมีฮวดกั่วคอยทำหน้าที่ในการกล่าวบทอันเชิญเทพเจ้า

พิธีกรรมต่างๆมักถูกจัดขึ้นในช่วงค่ำของวันนั้นๆ มีเพียงพิธีการเลี้ยงขอบคุณทหารและแห่พระที่มักจัดขึ้นตอนเช้าถึงตอนกลางวัน ซึ่งพิธีกรรมที่ว่านี้ บุคคลทั่วไป มักให้ความสนใจไปยังตอนที่ได้เห็นม้าทรงนั้นทำการทรมานตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการ ใช้มีดโกนเชือดลิ้น ลูกตุ้มที่มีหนามแหลมโยนไปข้างหลัง ใช้ดาบฟาดไปมาบนตัวโดยเฉพาะบริเวณหลัง ลุยไฟ ปีนบันไดมีด อาบน้ำมัน และที่น่าตื่นตาที่สุดคงเป็นภาพช่วงที่มีการแห่พระ ซึ่งจะมีทั้งการนำอาวุธต่างๆมาทิ่มแทงร่างกายตนเอง แล้วเดินไปโปรดลูกหลานที่มาตั้งโต๊ะรับพระไปทั่วเมือง แต่การกระทำนี้ต้องมีฮวดกั่วคอยสวดกำกับตลอดทั้งตอนที่แทงและนำออกจากตัวของม้าทรง เมื่อถอดออก จะเป็นแผลเล็กๆเท่านั้น ไม่ว่าเหล็กที่แทงเข้าไปจะใหญ่สักแค่ไหน แผลก็หายสนิทได้ในไม่กี่วัน ถ้าแผลใหญ่มากๆก็อาจจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้บ้าง แต่ก็เป็นแผลเป็นที่เล็กและจางเท่านั้นเอง

สิ่งเหล่านี้หากเป็นบุคคลภายนอก หรือบุคคลที่ไม่ได้มีความเชื่อความศรัทธาในเรื่องนี้ ก็คงจะไม่เชื่อว่า การทรมานตัวเองของม้าทรงนั้น เป็นการกระทำโดยเทพเจ้า น่าจะอาศัยหลักการหรือเทคนิคของศาสตร์มายากลเข้ามาแสดงให้ผู้คนได้ดูกันมากกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องพิธีกรรมต่างๆ ล้วนเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเรื่องราวนี้

ขอบคุณข้อมูลประวัติประเพณีกินเจ จาก https://sites.google.com/site/5701102081021mkone/

คลิปอีจันแนะนำ
ยาย...จำผมได้ไหม?

Related Stories

No stories found.