ยกเลิก! ศูนย์บำบัดผู้ติดตาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง กาญจนบุรี

ผกก.สภ.ด่านมะขามเตี้ย สอบทุกประเด็น! กรณีศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง กาญจนบุรี เผยที่ประชุมมีมติยกเลิกศูนย์ฯ แล้ว
ยกเลิก! ศูนย์บำบัดผู้ติดตาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง กาญจนบุรี

ความคืบหน้ากรณี หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ออกมาแฉวัดท่าพุราษฎร์บำรุง อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ซึ่งเปิดเป็นศูนย์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด คิดค่าบำบัด 10,000 บาท อยากให้ออกต้องมีเงินมาจ่ายไม่งั้นไม่ให้ออก คน 200 กว่าคน แออัดอยู่ข้างในที่มีห้องน้ำ 2 ห้อง จนมีคนตาย 3 ศพ พร้อมตั้งชื่อว่าที่นี่คือ นรกบนดิน นั้น

วันนี้(22 ก.ย. 64) อีจันได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.อัฑฒาสิษฏฐ์ พุ่มเกตุแก้ว ผกก.สภ.ด่านมะขามเตี้ย ว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง หลังจากศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง ตกเป็นข่าวโด่งดัง โดย ผกก. เผยว่า ผู้เสียหายที่เป็นผู้ร้องทุกข์ ไม่ขอให้ปากคำในรายละเอียดแค่ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานที่ สภ.ด่านมะขามเตี้ย เท่านั้น โดยได้เดินทางไปแจ้งความที่กองปราบปรามและจะให้ปากคำกับทางกองปราบปรามโดยตรง ซึ่งทางเราก็ดำเนินการตามความประสงค์ของผู้เสียหาย

ส่วนการดำเนินการต่อจากนี้ ทาง สภ.ด่านมะขามเตี้ย ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดภายในวัด และได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในวัดให้มาชี้แจง ซึ่งได้พบกับพระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาเจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฎร์บำรุง เป็นตัวแทนผู้ดูแลศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติด โดยได้สอบปากคำถึงที่มาที่ไปของวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ว่ามีการจัดตั้งศูนย์บำบัดนี้ได้อย่างไร การขออนุญาตเป็นสถานสงเคราะห์และฟื้นฟูดำเนินการมายังไง ซึ่งก็ได้เอกสารจากทางวัดมาแล้ว

และได้สอบปากคำ นายสมเกียรติ โอนอ่อน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการเงินของวัด เกี่ยวกับรายชื่อผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมด และรายรับรายจ่ายของวัด ซึ่งวัดมีบัญชีเดียว เป็นของธนาคาร ธกส. เป็นชื่อของเจ้าอาวาส การเบิกจ่ายเงินที่เข้ามาในบัญชีจะมีเจ้าอาวาสและนายสมเกียรติเป็นผู้ดำเนินการคนอื่นไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งนายสมเกียรติจะได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสอีกอีกทีหนึ่ง ซึ่งในวันนี้จะได้ให้นายสมเกียรตินำเอกสารการเก็บเงินจากผู้มาบำบัดมาชี้แจงรายละเอียด รวมทั้งเงินที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงาน ป.ป.ส. ด้วย

นอกจากนี้ได้เรียกผู้บำบัดทั้งที่ยังอยู่ระหว่างการบำบัดและได้ออกไปแล้ว เข้ามาสอบปากคำด้วย ว่าที่ศูนย์บำบัดนี้ได้มาแล้วมีผลอย่างไร ซึ่งก็ต้องดำเนินการไปพร้อมๆกัน โดยให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เอกสารหลักฐานต้องเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวม

ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?

พ.ต.อ.อัฑฒาสิษฏฐ์ พุ่มเกตุแก้ว ผกก.สภ.ด่านมะขามเตี้ย เผยว่า ถูกต้องตามกฎหมาย จากเอกสารที่ได้มาระบุว่า ได้รับอนุญาตเป็นศูนย์สงเคราะห์และบำบัดผู้ติดยาเสพติดเมื่อปี 2550 และขึ้นทะเบียนประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี 2555 ว่าเป็นสถานบำบัดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการดำเนินการถูกต้องมาตลอด ในระเบียบจำกัดให้มีผู้มาบำบัดไม่เกิน 50 คน มีผู้ควบคุมที่ผ่านการอบรมจากสถาบันศรีธัญญา และมีเจ้าหน้าที่มาติดตามตรวจสอบอยู่ตลอด โดยเจ้าหน้าที่วัดบอกว่าหลังจากที่มีการบำบัดแล้ว ก็ได้ผลดี มีการพูดปากต่อปาก พอคนรู้ก็อยากเอาลูกหลานมาบำบัด ทำให้จำนวนเยอะขึ้นจนเกินตามที่ระเบียบกำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้มีกิจกรรมให้ผู้บำบัดทำ แต่ช่วงสถานการณ์โควิด 19 ทำให้ต้องหยุดไป ซึ่งตรงนี้ตนก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่วัดนำเอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวกิจกรรมตามหลักสูตรว่าฟื้นฟูบำบัดยังไงมาชี้แจงด้วย

อีจันถาม ผกก. ต่อว่า แล้วจากกระแสข่าวบอกว่ามีการเรียกเก็บเงิน ข้อเท็จจริงเป็นยังไง?

ผกก. เผยว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เจ้าหน้าที่วัดนำมาแสดงพร้อมสอบปากคำ ก็คือจะมีการเก็บเงินแรกเข้า 10,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องอาหารและอื่นๆ ระหว่างที่ผู้บำบัดอยู่ในศูนย์ฯ ตามระยะเวลาฟื้นฟูคือ 12 เดือน หรือ 1 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่วัดก็บอกว่าที่ต้องเก็บเงินเพราะงบประมาณไม่เพียงพอ ส่วนที่มีคนบอกว่าครอบครัวมารับกลับแล้วต้องจ่ายอีก 10,000 บาท คือคนที่อยู่ไม่ครบตามกำหนด 1 ปี เป็นการตั้งกติกาไว้เพื่อให้ผู้บำบัดอยู่จนครบระยะฟื้นฟูไม่กลับก่อน และอีกส่วนหนึ่งคือเงิน 2,000 บาท ที่เป็นเงินไว้ใช้จ่ายของผู้บำบัดเองในแต่ละเดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าทางวัดไม่ได้มีส่วนนำเงินตรงนั้นมาใช้แต่อย่างใด ซึ่งถามว่าทุกคนมีไหม ก็ไม่มี เพราะบางคนพ่อแม่ไม่ได้มาส่งก็ไม่ได้ให้ไว้

ส่วนกรณีที่ว่ามีการทำร้ายร่างกาย ผกก. กล่าวว่า ได้มีการสอบปากคำผู้บำบัดที่บอกว่าโดนทำร้ายแล้ว ซึ่งเขาบอกว่าถูกคนที่บำบัดอยู่ในเรือนนอนด้วยกันทำร้าย จำหน้าไม่ได้ แต่ไม่ขอให้รายละเอียดกับทาง สภ.ด่านมะขามเตี้ย จะไปให้ปากคำที่กองปราบปรามเอง ซึ่งเราตนก็ดำเนินการตามที่ผู้เสียหายประสงค์ และอีกประเด็นหนึ่งที่บอกว่าเจ้าอาวาสหรือพระในวัดมีปืน ตนไม่ได้รับข้อมูลในเรื่องนี้เลย แต่ก็จะต้องมีการสอบสวนสืบสวนให้ครบทุกประเด็น ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

ประเด็นเรื่องงบประมาณ อีจันถามกับ ผกก. ว่า ทางวัดได้รับงบประมาณจาก สำนักงาน ป.ป.ส. ด้วยหรือไม่?

ผกก. เผยว่า พระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาเจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฎร์บำรุง เป็นตัวแทนผู้ดูแลศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติด บอกว่าได้รับงบประมาณปีละ 200,000 บาท

ซึ่งเมื่อวานนี้(21 ก.ย. 64) ทางจังหวัดกาญจนบุรีได้มีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องประชุมหารือถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันฟื้นฟูแห่งชาติมาร่วมด้วย ซึ่งในที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุงแห่งนี้ ซึ่งผู้บำบัดทุกคนได้พาออกมาจากวัดหมดแล้ว ให้ไปอยู่ที่ค่ายเขาชนไก่ก่อนระหว่างนี้

คลิปแนะนำอีจัน
เปิดหมดใจ! อดีตผู้บำบัดยาเสพติด ในวัดดังแห่งหนึ่ง

Related Stories

No stories found.