สาว 22 ร้อง หมอ วินิจฉัยโรคผิด ต้องผ่าตัดท้อง ทั้งที่ไม่ป่วย ?

สาว 22 ร้องทนายอนันต์ชัย โดนผ่าท้อง มีแผลเป็นใหญ่ เพราะ หมอโรงพยาบาลดัง วินิจฉัยโรคผิด แถม โดนตัดรังไข่ ตัดไส้ติ่งทิ้ง ทั้งที่ไม่ป่วย ?
สาว 22 ร้อง หมอ วินิจฉัยโรคผิด ต้องผ่าตัดท้อง ทั้งที่ไม่ป่วย ?

สาววัย 22 ต้องเข้าผ่าตัดใหญ่ สร้างรอยแผลเป็นที่บั่นทอนจิตใจทุกครั้งที่เห็น ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ได้ป่วยจริง ตามที่แพทย์วินิจฉัยไว้

เป็นคุณจะทำอย่างไร ?
เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นกับ น.ส.ปิยะดา นักศึกษาวัย 22 ปี ซึ่งเธอได้เข้าขอความช่วยเหลือกับ นายอนันต์ชัย ไชยเดช เพื่อดำเนินคดีกับ แพทย์ที่วินิจฉัยโรคเธอ

โดยเธอเล่าว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 น.ส.ปิยะดา มีอาการปวดท้อง จึงให้คุณแม่ของน้องพาไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ย่านลาดพร้าว และได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคจากแพทย์ 2 ท่าน

โดยวินิจฉัยว่าตรวจพบก้อนเนื้อ จำนวน 3 ก้อน ในลำไส้เล็ก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นเนื้อร้ายจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยวิธีการผ่าตัดใหญ่เป็นการด่วน

ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของ น.ส.ปิยะดา ตัดสินใจผ่าตัด เพราะกลัวว่าลูกสาวจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต

หลังตรวจโรค 2 วัน 22 ธันวาคม 2564 แพทย์ทั้งสองที่ทำการวินิจฉัยโรคให้ ได้ร่วมกันผ่าตัดใหญ่

โดยวิธีเปิดหน้าท้อง แต่ปรากฏว่าเมื่อผ่าตัดแล้วกลับไม่พบเนื้อร้าย ตามที่วินิจฉัยไว้

ซึ่ง น.ส.ปิยะดา เล่าไว้ว่า การผ่าตัดครั้งนั้น แม้ไม่เจอเนื้อร้าย แต่มีการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อซีสต์ในรังไข่ พร้อมทั้งรังไข่ 1 ข้าง และไส้ติ่ง ออกโดยพลการ

ซึ่ง ทนายอนันตชัย ให้ข้อมูลว่า

การกระทำดังกล่าวของแพทย์ เป็นการวินิจฉัยโรคผิดพลาดอย่างร้ายแรง มิหนำซ้ำแพทย์ทั้งสอง กลับผ่าตัดอวัยวะ ของ น.ส.ปิยะดา ออกโดยพลการ ไม่ได้รับความยินยอม และไม่มีความจำเป็นต้องกระทำเช่นนั้น

เป็นเหตุให้ น.ส.ปิยะดา สูญเสียไส้ติ่ง ซึ่งยังนับว่าเป็นอวัยวะมีประโยชน์ และเป็นอวัยวะสำคัญ มีหน้าที่สร้าง และปกป้องเชื้อจุลินทรีย์ในช่องท้อง ซึ่งจุลินทรีย์จะช่วยในระบบการย่อยอาหาร และยังทำหน้าที่กระตุ้นระบบย่อยอาหารให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่ติดเชื้อโรคอหิวาต์

อีกทั้งยังต้องบาดเจ็บทนทุกข์ทรมานจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ ทำให้หน้าท้องมีแผลเป็นเสียโฉมติดตัว และกระทบต่อสุขภาพจิตในระยะยาวตลอดชีวิต

อีกทั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายไป จำนวน 334,199 บาท ซึ่งภายหลังการผ่าตัด ทางผู้เสียหายได้พยายามสอบถามแพทย์ทั้งสอง และโรงพยาบาล แต่กลับถูกเพิกเฉย

การกระทำดังกล่าว เป็นเหตุให้ น.ส.ปิยะดา ได้รับอันตรายสาหัสสูญเสียอวัยวะสำคัญ และเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน

อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา300 ประกอบมาตรา83 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ทนายอนันต์ชัย จึงพา น.ส.ปิยะดา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เพื่อดำเนินคดีกับ 2 แพทย์ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ย่านลาดพร้าว ในข้อหา “ร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส”

คดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามกันต่อ เพราะเหตุการณ์ล่วงเลยมาถึงครึ่งปีแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม อีจัน ขอเป็นกำลังใจให้ น้องปิยะดา นะคะ

แม้บาดแผลที่เกิดขึ้นจะใหญ่ แต่การลุกขึ้นสู้ครั้งนี้ อีจัน มั่นใจว่า น้องปิยะดา มีพลังชีวิตที่ใหญ่กว่าบาดแผลในการเดินหน้าดำเนินชีวิตต่อไป

คลิปอีจันแนะนำ
สาวขี้เซา กับเเก๊งคอลเซ็นเตอร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.

วิดีโอฮอต

No stories found.