หมอแล็บ แจง สาเหตุ ตาเป็นสีม่วงหลัง กินยา ฟาวิพิราเวียร์

หมอแล็บ แจง สาเหตุ ตาเป็นสีม่วงหลัง กินยา ฟาวิพิราเวียร์ ยัน! ไม่อันตราย
หมอแล็บ แจง สาเหตุ ตาเป็นสีม่วงหลัง กินยา ฟาวิพิราเวียร์

กำลังเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก หลังหลังจากที่มีผู้ป่วยโควิดกินยาต้านไวรัส ฟาวิพิราเวียร์ ทำให้ดวงตากลายเป็นสีม่วง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สาวป่วยโควิด กินยาฟาวิพิราเวียร์ 2 วัน ดวงตาเป็นสีม่วง!
หมอแล็บ แจง สาเหตุ ตาเป็นสีม่วงหลัง กินยา ฟาวิพิราเวียร์

ล่าสุด หมอแล็บแพนด้า ได้ออกมาชี้แจง ถึงกรณีดังกล่าวโดยการโพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "กินยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่แค่ตาสีม่วงน้ำเงิน แต่บางคนตาเรืองแสงได้ด้วยนะคร้าบ

ฟาวิพิราเวียร์เป็นยาต้านไวรัสที่ เราทราบกันว่ามีฤทธิ์ต่อต้านอาร์เอ็นเอไวรัสหลายชนิด ก็เลยเอามารักษาโควิดเพราะโควิดมันเป็นไวรัส

ฟาวิพิราเวียร์ อีกชื่อนึงมันคือ 5-Fluoro-2-hydroxypyrazine-3-carboxamide ซึ่งประกอบไปด้วยสารเรืองแสง ทีนี้พอเรากินยาเข้าไปเพื่อรักษาโควิด แถมต้องกินวันละเป็น 10 เม็ด ยามันก็เลยกระจายไปทั่วร่าง ทั้งผิว เส้นผม เล็บ ลูกตา บางคนจะเห็นชัดเลยว่าเรืองแสง บางคนก็มองด้วยตาเปล่าแล้วเห็นเป็นสีม่วงๆ ไม่ต้องตกกะใจครับ ไม่กี่วันเดี๋ยวร่างกายก็กำจัดยาออกไปเอง

ไม่ได้กลายเป็นมนุษย์เรืองแสงหรือตาม่วงไปตลอด เดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติครับ แต่เยี่ยวม่วงไม่เกี่ยวเด้ออออ 5555"

ขอบคุณภาพ : เพจ หมอแล็บแพนด้า

สรุปได้ว่า การที่รับประทาน ยาฟาวิพิราเวียร์ แล้วอวัยวะในร่างกายบางส่วนกลายเป็นสีม่วง หรือเรืองแสงนั้น เป็นเพียงผลข้างเคียงของยา ที่ไม่มีอันตราย โดยร่างกายจะขจัดสารเรืองแสงดังกล่าวออกไปเองตามธรรมชาติ

คลิปอีจันแนะนำ
หัวหน้า รปภ.หื่น เป็นเพราะเสพยา จึงก่อเหตุ ข่มขืนลูกบ้าน

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co