เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น รวมตัวกัน ทวงสัญญาจากรัฐบาล

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น รวมตัวกัน ทวงสัญญาจากรัฐบาล ให้ตรวจสอบโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ แต่จากการรวมตัว สู่ การถูกจับกุม
เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น รวมตัวกัน ทวงสัญญาจากรัฐบาล

กลายเป็นแฮชแท็กร้อนแรงในโลกโซเชียล

#SAVEจะนะ #จะนะรักษ์ถิ่น

เรื่องราวนี้เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้รวมตัวที่ เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ พร้อมขึ้นปราศรัย แถลงการณ์บอกถึงสาเหตุที่มีการเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า

รัฐบาลได้ทําบันทึกข้อตกลงไว้กับเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.63 เพื่อเป็นทางออกในการ แก้ไขปัญหาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ซึ่งมีสาระสําคัญ 3 ประการ คือ

1. รัฐบาลจะตรวจสอบ กระบวนการดําเนินงานของศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ถึงความไม่ปกติของ โครงการทั้งหมด

2. รัฐบาลจะจัดให้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA. แบบมีส่วนร่วม ที่ จะมีคณะศึกษาอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้รัฐบาลมีเหตุผลทางวิชาการประกอบการตัดสินใจเดินหน้าหรือยุติ โครงการต่อไป

3. รัฐบาลสัญญาว่าจะยุติการดําเนินงานทุกอย่างไว้ก่อนจนกว่าการดําเนินการ ในข้อ 1 และ ข้อ 2 จะแล้วเสร็จ ซึ่งพวกเราทั้งหมดยอมรับในข้อตกลงดังกล่าวและพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่างด้วยดี

ซึ่งกลุ่มจะยอมยุติกิจกรรมทันทีโดยมีข้อเสนอดังนี้

1. รัฐบาลต้องตั้งกลไกตรวจสอบความผิดปกติของโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะใหม่โดยจะต้องตรวจสอบ ในทุกมิติ อย่างเช่น เรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมประชาชน เรื่องการใช้แผนปฏิบัติการโครงการเดินสํารวจ ออกโฉนดที่ดินและรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันอันมิชอบ และการใช้งบประมาณของ ศอ.บต. ในโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกลไกนี้จะต้องเป็นกลาง เชื่อถือได้ และมีส่วนร่วมของ ประชาชน เมื่อแล้วเสร็จจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นทางการด้วย

2. รัฐบาลต้องจัดการศึกษาโครงการในเชิงยุทธศาสตร์หรือ SEA. แบบมีส่วนร่วมและต้องดําเนินการโดย นักวิชาการที่เป็นกลางและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ซึ่งคณะศึกษานี้ต้องไม่อยู่ภายใต้การกํากับของ ศอ.บต.

3. ระหว่างนี้ รัฐบาลต้องสั่งให้ยุติการดําเนินการทุกอย่างในโครงการนี้ไว้ก่อน จนกว่าการดําเนินการตามข้อ 1 และ ข้อ 2 จะแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ ดังกล่าว จะต้องออกเป็นคําสั่งนายกรัฐมนตรี หรือเป็นมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

หลังจากนั้น เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ปักหมุดพักค้างคืนกันที่นั่น

ประกาศค้างคืนจัดตั้งหมู่บ้านที่หน้าทำเนียบรัฐบาล

ภายในคืนนั้น ตำรวจได้จับกุมเครือข่ายจะนะ จำนวน 37 คน เป็นชาย 6 คน หญิง 31 คน

ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น. ได้ชี้แจงถึงสาเหตุการจับกุมครั้งนี้ว่า

1. ชุมนุมกีดขวางจราจรตั้งวางสิ่งของบนพื้นจราจร

2. เกรงว่าจะแพร่เชื้อโรคขอตรวจสอบผู้ชุมนุมก็ไม่ยินยอม

3. เจ้าหน้าที่เจรจาหลายครั้ง ตั้งแต่เริ่มชุมนุมเวลา 15.40 น. เพื่อขอให้ย้ายไปสถานที่อื่นที่จัดเตรียมไว้แต่ก็ไม่ยอมย้าย

4. กลุ่มนี้เคยเรียกร้องครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 2563 รัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการ และการชุมนุมก็ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

5. การข่าวทราบมีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นเข้ามาร่วมอาจจะทำให้เกิดการใช้ความรุนแรงและก่อความไม่สงบ

6. การเข้าจับกุมไม่ใช่สลายชุมนุมเป็นการเจรจาก่อนเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายไม่ใช้ความรุนแรงโดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.หญิง และหยิบสิ่งของออกที่กีดขวางออกจากพื้นที่

พล.ต.ต.จิรสันต์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ทั้ง 6 ข้อ เป็นเหตุผลความจำเป็นที่ต้องจับกุมผู้ชุมนุมดำเนินคดี สิ่งที่ยืนยันว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นจะเข้ามาร่วมและใช้ความรุนแรงนั้น จะเห็นได้ว่าหลังจากนำตัวไปควบคุมที่ บช.ปส. ถนนวิภาดีรังสิต มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบตามไปยิงพลุประทัดที่หน้าสโมสรตำรวจ

“ฉะนั้นยืนยันได้ว่า ในการชุมนุมมีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาร่วมการชุมนุมดังกล่าวด้วย เบื้องต้น ดำเนินคดีผู้ชุมนุมจะนะ ตามความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากเสี่ยงต่อความแพร่โรค และความผิดอื่น เช่น กีดขวางการจราจรตามความผิดพ.ร.บ.จราจรฯ เมื่อสอบปากคำแล้วเจ้าหน้าที่จะพิจารณาให้ประกันตัว ส่วนผู้ชุมนุมจะเข้ามาชุมนุมที่เดิมอีกคงต้องประชาสัมพันธ์ว่า หากทำผิดซ้ำจะส่งผลเรื่องขอการถอนประกันตัว หรือจัดหาสถานที่อื่นให้ชุมนุม ถ้าหากผิดกฎหมายตำรวจก็ต้องดำเนินคดี”
พล.ต.ต.จิรสันต์

วันที่ 7 ธ.ค.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันอีกว่า จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะมีข่าวว่า มีคนมามั่วสุมเพิ่มเติม และต้องเป็นไปตามกฎหมาย ที่ห้ามชุมนุมใกล้สถานที่ราชการเกิน 150 เมตร ซึ่งทุกครั้งที่มาชุมนุมก็ไม่เคลื่อนย้ายออก

“ทั้งนี้ได้สั่งการไปแล้วว่า ไม่ได้ให้ลงโทษอะไรมากมาย โดยจะให้ทำการตักเตือนและปล่อยตัว และขออย่าทำอีก เพราะถ้าปล่อยปละละเลยในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็จะบานปลายทุกครั้ง”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกันโครงการนิคมอุตสาหกรรม อยู่ในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง และจะให้หน่วยงานเข้าไปรับฟังความคิดเห็น ตนเคยบอกแล้วว่า สิ่งใดก็ตาม ในการไปเจรจา อย่าเพิ่งไปรับปากอะไร ถ้ายังไม่เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

ส่วนจะต้องย้อนไปดู MOU ว่าที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่นั้น

“นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะให้ ศอ.บต. และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปดูแล ในเรื่องนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วจะต้องแก้ไขอย่างไร พร้อมย้ำว่า จะต้องมองในสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งไหนที่ไม่เป็นประโยชน์และมีปัญหาก็ไม่ต้องดำเนินการ ทุกอย่างต้องถูกต้องตามกติกาและกฎหมาย ส่วนการที่ใครจะไปพูดหรือตกลงอะไร ต้องอย่าลืมว่ายังไม่ผ่านความเห็นจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้เตือนหลายครั้งแล้ว”

พร้อมกันนี้ และขอทางเครือข่ายภาคใต้ ที่จะเดินทางมาทำเนียบ ขออย่าเดินทางมา และจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล ซึ่งต้องดูว่าอะไรคือข้อเท็จจริงและอะไรที่ถูกบิดเบือน สิ่งไหนทำได้ก็จะทำเพราะมีความมุ่งหวังให้ภาคใต้มีเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตมากขึ้น ยืนยันรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามกระบวนการประชาธิปไตย

จนถึงตอนนี้ ชาวจะนะยังคงเดินหน้าทวงสัญญา เรียกร้องการตรวจสอบโครงการนิคมอุตสาหกรรม จากรัฐบาล แม้จะถูกจับ เรื่องราวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเป็นมากจนเกิดแฮชแทกขึ้น #SAVEจะนะ #จะนะรักษ์ถิ่น

เรื่องนี้ต้องจับตาดูกันอย่างต่อเนื่อง

เสียงเรียกร้องจากประชาชนตาดำๆ จะดังถึงรัฐบาลหรือไม่ ?

คลิปอีจันแนะนำ
สาธิต ปิตุเตชะ เผย ผู้สัมผัส นทท. “โอไมครอน” ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co