แจ้งความเท็จ ช่วยเหลือผู้กระทำผิด มีความผิดอย่างไร?

แจ้งความเท็จ , ช่วยเหลือผู้กระทำผิด ให้รอดพ้นหรือรับโทษน้อยลง มีความผิดอย่างไร เปิดประมวลกฎหมาย ไขข้อข้องใจกฎหมาย มาตรา 172,184
แจ้งความเท็จ ช่วยเหลือผู้กระทำผิด มีความผิดอย่างไร?

รู้ไว้ใช่ว่า ด้วยเรื่องกฎหมาย ตามข้อมูลจาก สำนักงานกิจการยุติธรรม

การแจ้งความเท็จ(คดีอาญา)

ขอบคุณเจ้าของภาพ

การแจ้งความเท็จนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 ได้นิยามความหมายไว้ว่า

“ผู้ใด แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ แก่เจ้าพนักงาน ซึ่ง อาจทำให้ ผู้อื่น หรือ ประชาชน เสียหาย ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ”

โดยมีมาตรา 172,173,174 เป็นบทเฉพาะ

มาตรา 172 “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับ ‘ความผิดอาญา’ แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

มาตรา 173 “ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท”


มาตรา 174 “ถ้าการแจ้งข้อความตามมาตรา 172 หรือมาตรา 173 เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท

ถ้าการแจ้งตามความในวรรคแรก เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท”

ข้อสังเกตุ

1. ผู้แจ้งความเท็จนั้นอาจเป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ก็ได้

2. การแจ้งความเท็จอาจทำโดย

– การบอกกับเจ้าพนักงาน

– การตอบคำถามเจ้าพนักงาน เช่น ให้การเท็จในฐานะเป็นพยาน

– การแจ้งโดยวิธีแสดงหลักฐาน

3. ข้อความที่แจ้งต้องเป็นข้อเท็จจริงในอดีตหรือในปัจจุบัน หากเป็นเรื่อง ‘อนาคต’ ไม่เป็นความเท็จ

4. การแจ้งความเท็จนั้นต้องมีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง มิใช่การแสดงความคิดเห็น หรือการคาดคะเนถึงเหตุการณ์ในอนาคต

5. การแจ้งความเท็จนั้น ผู้แจ้งต้องกระทำโดยเจตนา กล่าวคือ ต้องรู้ข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่แจ้งนั้นเป็นเท็จ ไม่เป็นความจริงตามที่แจ้งเพราะหากแจ้งตามที่เข้าใจเช่นนี้ถือว่าผู้แจ้งไม่มีเจตนา

การทำลายพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อช่วยผู้อื่น เข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 184

ว่าด้วยผู้ใดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ต้องระวางมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตราแห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ทั้งนี้ถือเป็นเกร็ดเตือนใจให้ระมัดระวังการบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนให้มีความเข้าใจนัยต่างๆมากขึ้น

อ้างอิงข้อมูล สำนักงานกิจการยุติธรรม

คลิปอีจันแนะนำ
ทนาย เฟิร์ม สิ่งที่สังคมคาดหวังจะเกิดขึ้นใน 15 วัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.

วิดีโอฮอต

No stories found.