กลุ่มผู้เสียหาย ร้อง DSI ถูกหลอกระดมทุนซื้อข้าวกอระ เสียหายพันล้าน!

ผู้เสียหายจาก 21 จังหวัด ร้อง DSI ถูกหลอกระดมทุนซื้อข้าวกอระ สุดท้ายเบี้ยวเงินปันผล เสียหายหลักพันล้าน
กลุ่มผู้เสียหาย ร้อง DSI ถูกหลอกระดมทุนซื้อข้าวกอระ เสียหายพันล้าน!

12 ตุลาคม 2563 นางสาวกฤอนงค์ สุวรณวงศ์ ผู้ก่อตั้งองค์การต่อต้านแชร์ลูกโซ่ ได้นำผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ที่กองคดีธุรการการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ตรวจสอบดำเนินคดีกับบริษัทมหาชนร่วมกับ บ.ในเครือ หลังชักชวนให้ทุนซื้อข้าวสารและอาหารเสริม แต่ไม่ได้รับปันผลตามที่กล่าวอ้าง และยังคงดำเนินการต่อเนื่องอีกหลายโครงการ เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ความเสียหายหลายพันล้านบาท โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกอง คดีธุรกิจการเงินนอกระบบกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน

ภาพจากอีจัน
นาวสาวกฤอนงค์ เผยว่า กลุ่มผู้เสียหาย ลงทุนซื้อข้าว กับบริษัทมหาชน และบริษัทในเครือ แต่ไม่ได้ข้าวและไม่ได้เงินปันผลคืนตามที่บริษัทกล่าวอ้าง จึงได้เรียกร้องขอเงินทุนคืนจากผู้บริหารบริษัท
ทั้งนี้ จากการรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายมีผู้ร่วมลงชื่อแจ้งความเอาผิดแล้วเกือบ 1,000 คน มีการเข้าร้องทุกข์กับตำรวจ 44 สถานี ใน 21 จังหวัด โดยตำรวจได้ทยอยออกหมายเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำแล้ว
ภาพจากอีจัน
ส่วนการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นพบว่า เฉพาะการลงทุนในเฟสแรก มีมูลค่าความเสียหาย 4,012 ล้านบาท จากการลงทุนซื้อข้าวกอระ 750,000 ยูนิต และพบว่าบริษัทดังกล่าวยังพยายามเปิดบริษัทใหม่เพื่อชักชวนผู้เสียหายลงทุนแบบเดิมอีก 2 บริษัท โดยมีผู้หลงเชื่อลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง
และเมื่อเดือนกันยายน ผู้เสียหายได้ไปร้องเรียนที่ สคบ. มาแล้ว แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจาก สคบ.
การลงทุนดังกล่าว มี 3 เฟสด้วยกัน โดยเฟส 1 เสียหาย 4,012 ล้านบาท ส่วนเฟส 2 ยังไม่สามารถประเมินค่าได้ เนื่องจากเพิ่งปิดวงไป
ส่วนเฟส 3 ยังมีการระดมทุนกันอยู่
นาวสาวกฤอนงค์ บอกอีกว่า แผนการลงทุน คือ เริ่มต้นซื้อ 1 ชุด เป็นเงิน 5,350 บาท จะได้ข้าวสาร 10 - 22 กิโลกรัม ซึ่งแต่ละคนจะได้ไม่ตรงกัน มีเงินปันผลทุกวัน วันละ 1-150 บาท และจ่ายโบนัสทุก 7 วัน เช่นลงทุน 5,000 บาท + ค่า ส่ง350 บาท จะได้ผลกำไร 9,000 บาทภายใน 60 วัน หากแนะนำสมาชิกต่อจะมีรายได้เป็นขั้นที่ 1-8 ได้ค่าแนะนำเริ่มต้นร้อยละ 4-6
ที่เดินทางมาในวันนี้ กลุ่มผู้เสียหายมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ
1.ต้องการการชดเชย และเยียวยา
2.คนทำผิดต้องได้รับผิดภายใต้กฎหมาย
3.ต้องการมาตรการป้องกันอย่างยั่งยืน
ภาพจากอีจัน
ด้าน นายปิยะศิริ เผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการจัดฉาก เป็นลักษณะแชร์ลูกโซ่ เพราะมีการชักชวน ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายก็เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการ
ซึ่งเรื่องนี้มีการยื่นหนังสือมาจากชมรมแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยพนักงานสืบสวนได้ทำหนังสือเรียกผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูล แต่ในตอนนั้นไม่มีผู้เสียหาย หรือประชาชนเข้ามา เมื่อถามว่าทำไมไม่มี ก็เพราะในตอนนั้นวงลงทุนยังไม่แตกนั่นเอง จึงทำได้เพียงให้สืบสวนรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน
การกระทำลักษณะเช่นนี้ จากที่ดูคือแชร์ลูกโซ่ เรื่องข้าวเป็นแค่ข้ออ้าง แต่เบื้องต้นตนก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย คือ กลุ่มผู้เสียหาย และผู้ชักชวน โดยในวันนี้ ได้ขอรายชื่อ เบอร์ติดต่อ ที่อยู่ของผู้เสียหาย เพื่อตรวจสอบความเสียหายแล้ว
และในวันนี้ ตนจะออกหนังสือเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงทางดีเอสไอจะประสานไปยัง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพื่อขอให้ตรวจสอบการออกใบอนุญาต สคบ.ให้กับ 1 ใน 3 บริษัทที่เกี่ยวข้อง
ภาพจากอีจัน
ในเรื่องการเยียวยา นายปิยะศิริ กล่าวว่า ดีเอสไอ ดำเนินการ 2 ส่วนในคดีแชร์ คือ 1.เอาคนผิดไปลงโทษ 2.เงินที่เยียวยาขึ้นอยู่กับการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด ซึ่งจะได้คืนเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับศาลพิจารณา กระบวนการตามกฎหมาย ระยะเวลาขั้นต่ำคือ 5 ปี
ภาพจากอีจัน
ส่วนมาตรการป้องกันนั้น ทางหน่วยงานของรัฐ มีการแจ้งเตือนประชาชน เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ หรือหลอกลงทุน ในทุกมิติอยู่แล้ว
ภาพจากอีจัน
หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ลงทุนไปหลักแสนบาท ในเฟสที่ 2 ประมาณเดือนสิงหาคม 2563 โดยถูกชักชวนจากแม่ทีม ว่า จะได้เงินปันผลสูง รวมถึงเป็นการช่วยซื้อข้าวจากชาวนาด้วย แต่พอลงทุนไปแล้วกลับไม่เป็นตามที่กล่าวอ้าง เพราะตนไม่เคยได้เงินเลย เมื่อทวงถามไปยังแม่ทีม หรือบริษัท ก็ถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา นอกจากนี้ยังถูกขู่ว่าถ้าไปแจ้งความก็จะไม่ได้เงิน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
No stories found.
อีจัน
www.ejan.co