แม่ช็อก! ลูกชัก พยาบาลไม่สนใจ สุดท้ายลูกตาย

แม่สุดทนโพสต์แฉโรงพยาบาล หลังพาลูกเป็นไข้ไปรักษา ลูกชักคาเตียง แต่พยาบาลไม่สนใจ สุดท้ายลูกตาย
แม่ช็อก! ลูกชัก พยาบาลไม่สนใจ สุดท้ายลูกตาย

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาแชร์อุทาหรณ์การพาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ด้วยอาการไข้ และตัวร้อน แต่สุดท้ายน้องเสียชีวิต

คุณแม่ของน้องเล่าว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 65 น้องเริ่มมีอาการไข้และตัวร้อน จึงได้ให้น้องกินยา หลังจากนั้นก็นอน แต่ในวันที่ 23 ธ.ค. 65 อาการยังไม่ดีขึ้น จึงได้พาน้องไปรักษาตามสิทธิ์ที่ศูนย์ 24 และศูนย์ 24 ได้ส่งตัวน้องไปที่โรงพยาบาลเพราะน้องไข้สูงและมีผื่นขึ้นตามตัว คุณแม่กังวลว่าน้องจะเป็นไข้เลือดออก

น้องถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ถึงประมาณ 12.00 น. ก็มีการรอการตรวจ และเจาะเลือดแต่ยังไม่ทราบผลการตรวจ จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00-17.00 น. พยาบาลแจ้งให้น้องนอนแอดมิตที่โรงพยาบาล และน้องได้ทานยาตอนเวลา 22.00 น. ในระหว่างนั้นน้องมีไข้สูงหนาวสั่น คุณแม่ก็เช็ดตัวให้น้องอยู่ตลอด

พอวันที่ 24 ธ.ค. น้องไข้ไม่ลด ก็ได้มีการเจาะเลือดน้องไปอีก 2 ครั้ง และมีการเอ็กซเรย์และตรวจอุจจาระ แต่ยังไม่รู้ผล น้องมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรงจะนอนอย่างเดียว จนเวลา 14.00 น. ได้กินยาลดไข้ครั้งที่ 2 คุณแม่บอกว่าน้องทานยายาก และพยาบาลได้มาช่วยเช็ดตัวเนื่องจากไข้ไม่ลด ระหว่างที่กำลังเช็ดตัว น้องได้มีอาการตาเหลือกน้ำลายไหล แม่และพ่อของน้องแจ้งพยาบาล แต่พยาบาลบอกว่าน้องไม่ได้ชัก แต่เกร็งไม่ต้องกังวล จนเวลาผ่านไปเกิน 30 นาที คุณแม่ก็ได้ถามพยาบาลอีกครั้ง ว่าทำไมตาน้องยังค้าง พยาบาลก็ยืนยันคำเดิมว่าเป็นอาการหลังจากน้องเกร็ง และยังไม่มีใครสนใจน้องเลย

คุณแม่เริ่มโวยวายว่าจะพาน้องย้ายโรงพยาบาล หมอก็ได้ลงมาดู และแจ้งว่าอาการที่น้องเป็นคือน้องชัก ซึ่งคุณแม่น้องบอกว่าก่อนหน้านี้พยาบาลบอกว่าน้องไม่ได้ชัก

หลังจากนั้นหมอได้ฉีดยากันชัก ให้ และใส่ออกซิเจนให้ คุณแม่ก็บอกอีกว่า หมอไม่ได้อยู่ด้วยตลอดมีอาการทีก็โทรตามทีและจดการรักษาใส่สมุดเหมือนกำลังศึกษาไปด้วย

หลังจากฉีดยาน้องก็เริ่มมีอาการไม่ได้สติ ถ่ายเหลว และอ้วกเป็นเลือด คุณแม่ได้เรียกพยาบาลมาดู พยาบาลก็ได้แจ้งว่าน้องกัดปาก ผ่านไปประมาณ 10 นาที น้องอ้วกอีกครั้ง แต่เยอะกว่ารอบก่อน และออกมาเป็นลิ่มเลือด คุณแม่น้องก็โวยวายอีกครั้ง จนมีพยาบาลออกมาดู แต่ไม่ได้ทำอะไรเพียงแต่ถ่ายรูป และคุยโทรศัพท์ แม่ได้บอกว่าขอย้ายโรงพยาบาล ก็บอกเพียงแค่ว่าไม่ทันแล้ว น้องอาการทรุด 

จนเวลา 18.00 น. หมอได้ลงมาดู และให้พ่อของน้องอุ้มไปส่งในห้องกระจก เพื่อรักษาต่อ และเอาเอกสารใส่เครื่องช่วยหายใจมาให้แม่เซ็น และแจ้งว่าจะพาน้องไปรักษาต่อที่ห้อง ICU ระหว่างนั้นได้มีหมอ พยาบาล นักศึกษาแพทย์ วิ่งเข้าออกห้องนั้น เมื่อสอบถามพยาบาลก็หัวเราะใส่ 2 ครั้ง และบอกให้คุยกับหมอ

จนเวลาประมาณ 21.30 น. ก็ได้ส่งตัวน้องไปรักษาที่ห้อง ICU และหมอได้แจ้งอาการเวลาประมาณ 23.00 น. ว่าในระหว่างที่ใส่เครื่องช่วยหายใจน้องได้มีอาการหัวใจหยุดเต้นไป 6 นาที แต่ปั๊มกลับมาได้ แม่จึงได้ขอย้ายโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่หมอได้แจ้งว่าขนาดย้ายขึ้นมาอยู่ห้อง ICU ยังลำบากเลย ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นเวลา 00.18 น. ของวันที่ 25 ม.ค. น้องหัวใจหยุดเต้นเป็นครั้งที่ 2 และเวลา 00.30 น. หัวใจหยุดเต้นเป็นครั้งที่ 3 แต่ปั๊มกลับมาได้ คุณแม่จึงได้ขอหมอเข้าไปดูที่ห้อง ICU เวลา 02.00 น. น้องนอนน้ำตาไหล ไม่ได้สติ หายใจเองไม่ได้

จนเวลา 04.00 น. หมอได้บอกว่าอาการน้องคงที่แล้ว ม่จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ได้หากมีอะไรจะโทรแจ้ง แม่เลยกลับบ้านมาทำธุระตอน 05.00 น.และได้กลับไปรอที่โรงพยาบาล ประมาณ 07.00 น. ต่อมาเวลา 11.00 น. หมออีกคนได้ออกมาแจ้งอาการว่าระหว่างที่แม่กลับไปหัวใจน้องหยุดเต้นไป 6 ครั้ง และไม่ตอบสนองต่อยาที่ทำการรักษา และซี่โครงซ้ายหัก 1 ซี่ ให้เรียกญาติมาว่าจะเอายังไงต่อและได้ขอเข้าเยี่ยมได้ทีละ 2 คน

อาการน้องตอนนั้นไม่ได้สติ ตัวเย็น นอนน้ำตาไหลมีเลือดออกที่ปาก เมื่อญาติมากันครบจึงคุยกันว่าหากน้องไม่ไหวก็ให้ปล่อยน้องได้เลย และเวลา 13.00 น. หมออีกคนได้ออกมาแจ้งอาการของน้อง ว่าหัวใจหยุดเต้นเป็นระยะ ได้เปลี่ยนยาที่ฉีดให้แล้ว แต่ชีพจรยังเต้นอ่อนมาก และน้องไม่ถ่าย และซี่โครงไม่ได้หักเหมือนที่หมอคนที่ 2 แจ้ง 

จนเวลา 17.00 น. ได้แจ้งอีกครั้งว่า มีการตรวจพบว่าน้องเป็นไตระยะ 3 และทางโรงพยาบาลไม่มีเครื่องฟอกไตสำหรับเด็ก จะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นก็ไม่สามารถทำได้เพราะชีพจรต่ำมากและหัวใจหยุดเต้นบ่อย

เวลา 19.00 น. หมอได้ออกมาแจ้งให้ญาติทำใจ หมอได้ปั๊มหัวใจน้องเกิน 30 นาที แล้วแต่ไม่กลับมา และน้องได้เสียชีวิตในเวลา 19.39 น. ในวันที่ 25 ธ.ค. 65 ที่ผ่านมา

และสุดท้ายทางโรงพยาบาลได้ลงในหนังสือรับรองการตายว่า สาเหตุในการเสียชีวิต เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด 

เรื่องนี้เราคงต้องรอทางโรงพยาบาลออกมาชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ถึงจะได้ความชัดเจนให้กับครอบครัวน้อง

คลิปอีจันแนะนำ
เม พรีมายา โผล่เข้ามอบตัว หลังโดนหมายจับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
logo
ข่าว อีจัน
www.ejan.co