เหยื่อเมาแล้วขับ เตือน กฎหมายใหม่ เมาแล้วขับซ้ำ ใน 2 ปี จำคุกสถานเดียว

เหยื่อเมาแล้วขับ เตือน กฎหมายใหม่ เมาแล้วขับซ้ำ ใน 2 ปี จำคุกสถานเดียว

เหยื่อเมาแล้วขับออกโรง เตือน กฎหมายใหม่ เมาแล้วขับซ้ำ ใน 2 ปี จำคุกสถานเดียว เริ่ม 5 ก.ย. 65

เหยื่ออุบัติเหตุ ถกกฎหมายใหม่ เตือนเมาแล้วขับซ้ำภายใน 2 ปี ศาลไม่ปรานี จำคุกสถานเดียว

เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ ในมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้จัดให้มีการอบรมผู้นำเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพสู่ยุทธศาสตร์ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยมีสมาชิกเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจากทั่วประเทศ และผู้ถูกคุมประพฤติมาร่วมประชุม ทั้งนี้ หัวข้อในการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ การบังคับใช้ พรบ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) แก้ไขใหม่ซึ่งจะมีผลในวันที่ 5 กันยายน 2565

นายภัทรพันธุ์ กฤษณา ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เปิดเผยว่า เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับได้ประชุมสมาชิกทั่วประเทศเพื่อรับทราบถึง พรบ.จราจรทางบก ฉบับที่ 13 ที่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะประเด็นการเมาแล้วขับซ้ำ ภายในระยะเวลา 2 ปี หลังจากที่เคยโดนศาลพิพากษาให้รอการลงโทษคุมประพฤติมาแล้ว ซึ่งในอดีตผู้ที่เมาแล้วขับซ้ำ ศาลจะเมตตาให้โอกาส รอการลงโทษ คุมประพฤติ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติในสังคม แต่หลังจากวันที่ 5 กันยายน 2565 ตามมาตรา 160 ตรี/3 ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 160 ตรี/3 และได้กระทำผิดซ้ำอีกภายใน 2 ปี นับแต่วันที่กระทำผิดครั้งแรก ให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ

เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจึงขอเตือนไปยังผู้ที่ยังมีพฤติกรรมเมาแล้วขับทั้งหลาย ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มิฉะนั้นจะต้องไปใช้ชีวิตในเรือนจำ หมดอนาคต ดังนั้น จึงอยากขอวิงวอน ถ้าจะต้องมีกิจกรรมที่ต้องสังสรรค์ มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอให้ใช้บริการรถสาธารณะ หรือมิฉะนั้นก็ใช้บริการขับรถส่งคนเมากลับบ้าน แม้จะมีค่าใช้จ่าย แต่ก็คุ้มค่ากว่าที่ต้องถูกศาลตัดสินจำคุก

ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เปิดเผยต่อไปว่า ในช่วงที่โควิดแพร่ระบาด ปี 2563-2564 สถานบันเทิงปิด สถิติอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับลดน้อยลงไปมาก แต่หลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด สถิติอุบัติเหตุเมาแล้วขับเพิ่มสูงขึ้นจนน่าวิตก

เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้น จึงอยากขอสื่อสารไปถึงคนไทยทั่วประเทศ การแพร่ระบาดของโควิดส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไทยในด้านดีหลายด้าน สิ่งที่เห็นได้ชัด สถิติคนไทยสวมใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้นจนสูงติดอันดับโลก แม้ว่าโควิดจะผ่อนคลายลง คนไทยก็ยังสวมใสหน้ากากอนามัย จนหน้ากากอนามัยถือเป็นปัจจัยที่ 6 ของชีวิต รองจากโทรศัพท์มือถือ พฤติกรรมเมาแล้วขับก็น่าจะเป็นสิ่งที่คนไทยปรับเปลี่ยนได้ เพื่อความปลอดภัยผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง

คลิปอีจันแนะนำ
ขุด พิสูจน์ ตาย

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co