สายกินดิบ ต้องรู้ สธ. ฟันธง น้ำจิ้มซีฟู้ด ฆ่าพยาธิไม่ได้

อธิบดีกรมควบคุมโรค เผย น้ำจิ้มซีฟู้ด ฆ่าพยาธิไม่ได้ เพียงแค่ทำให้ เนื้อเปลี่ยนสี อาหาร ควร สุกผ่านความร้อน เท่านั้น
สายกินดิบ ต้องรู้ สธ. ฟันธง น้ำจิ้มซีฟู้ด ฆ่าพยาธิไม่ได้

สายกินดิบต้องอ่าน! กินปลาช็อตพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด ฆ่าพยาธิไม่ได้

หลังจากมีคลิปสั้นๆ ใน Youtube เล่าถึงชายรายหนึ่ง กินปลาพร้อมจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด พร้อมกล่าวว่า “มันเจอน้ำจิ้ม มันตายหมดแล้ว พยาธิน่ะ กินมาทุกวันไม่เป็นอะไรเลย” จากนั้นได้มีการนำน้ำจากตัวปลามาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ แสดงให้เห็นถึงพยาธิ เมื่อหยอดน้ำจิ้มลงไป ก็จะเห็นภาพพยาธิที่ค่อยๆ ตายไป พร้อมระบุในคลิปว่า “หลังจากเจอน้ำจิ๊มซีฟู้ด ไม่ถึง 5 วินาที น้องก็เรียบร้อยไปแล้ว”

ในเรื่องนี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” โดยระบุว่า ปลาน้ำจืดมีพยาธิอยู่หลายชนิด อาจทำให้เกิดโรคที่อันตรายจนถึงชีวิตได้ เช่น พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ นอกจากพยาธิ ยังมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคที่มากับเนื้อปลาน้ำจืดที่ดิบไม่ปรุงสุกได้ การจิ้มน้ำจิ้มที่ราดน้ำมะนาวหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างที่เชื่อกัน เพราะพยาธิฝังตัวลึกตามเนื้อปลา ดังนั้นในคลิป ที่มีการนำกล้องจุลทรรศน์ส่องแล้วพบพยาธิที่ตายจากน้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งไม่เป็นความจริง

พ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า สาเหตุของโรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากการกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เช่น ปลาแม่สะแด้ง ปลาตะเพียนทุกชนิด ปลาขาวนา ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อย ปลาซิว ปลากระสูบ ที่มีการปรุงดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ โดยทำเมนู ก้อยปลา ปลาส้ม ลาบปลาดิบ พล่าปลาดิบ ปลาร้าดิบ ส้มตำปลาร้าดิบ ปลาหมกไฟ

ความเชื่อที่ว่าการบีบมะนาวเป็นการฆ่าตัวอ่อนพยาธินั้น เป็นความเชื่อที่ผิด ตามหลักความจริงไม่มีผลต่อการทำลายพยาธิตัวอ่อน แต่ทำให้เนื้อสัตว์เปลี่ยนสีเท่านั้น ซึ่งปลาดิบเหล่านี้จะมีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ อาศัยที่เนื้อปลา ครีบอก และใต้เกล็ดครีบปาก

นพ.ธเรศ กล่าวอีกว่า เมื่อคนกินอาหารที่ปรุงจากปลาดิบ จะได้รับตัวอ่อนพยาธิระยะติดต่อเข้าไป เมื่อถึงลำไส้เล็กตัวอ่อนพยาธิจะไชออกจากถุงหุ้มตัวอ่อน เดินทางไปยังท่อน้ำดีส่วนปลายและเจริญเติบโตเต็มวัยในตับ วางไข่พยาธิขับออกมากับน้ำดีและปนออกมากับอุจจาระ เมื่อผู้ที่เป็นพยาธิใบไม้ตับ ไม่ถ่ายอุจจาระลงส้วม ไข่พยาธิจะแพร่ไปในดินและน้ำ เข้าไปอยู่ในเนื้อปลา ครีบปลา เกล็ดปลาน้ำจืดและกลายเป็นวงจรต่อเนื่อง

โดยเริ่มแรก ผู้ติดพยาธิใบไม้ตับจะไม่มีอาการอะไร เพราะมีจำนวนพยาธิไม่มาก หรืออาจมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อเป็นครั้งคราว ต่อมาจะเริ่มมีอาการ เบื่ออาหาร ท้องอืดมาก ตับโต และกดเจ็บบริเวณชายโครงขวา ในคนกลุ่มที่มีอาการรุนแรงมักพบว่ามีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน บวม มีไข้ต่ำๆ หรือมีไข้สูงจนหนาวสั่น ซึ่งมักเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น ทางเดินน้ำดีอุดตันจากตัวพยาธิ การอักเสบติดเชื้อของท่อทางเดินน้ำดีหรือถุงน้ำดี หรือมะเร็งของท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุด

การตรวจอุจจาระเพื่อหาแล้วพบไข่พยาธิ มีรูปทรงคล้ายหลอดไฟฟ้า สีเหลืองน้ำตาล ไข่ของพยาธิมีฝาปิด มีไหล่และติ่งอยู่ด้านตรงข้ามฝา สามารถตรวจพบไข่พยาธิได้จากอุจจาระ กรณีทางเดินน้ำดีอุดตัน หรือการตรวจยืนยันโดยวิธีตรวจทางอิมมิวโนวินิจฉัย หรือ วิธี PCR พยาธิชนิดนี้อยู่ในร่างกายคนได้นานถึง 30 ปี

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประชาชนควรตระหนักถึงการหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อโรคพยาธิใบไม้ตับ อาหารจากปลาน้ำจืดปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ปลาส้ม ลาบปลาดิบ ปลาจ่อม หม่ำปลา ปลาหมกไฟ ปลาปิ้ง นอกจากนี้การใช้ของเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว มะขาม หรือของที่มีรสเค็ม เช่น น้ำปลา เกลือ น้ำปลาร้า ปรุงอาหาร ไม่ได้ทำให้อาหารสุกและฆ่าพยาธิไม่ได้

วิธีที่ทำให้อาหารสุกได้นั้น ต้องปรุงด้วยความร้อนเท่านั้น จึงสามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ และควรส่งเสริมบัญญัติ 4 ประการของการป้องกันตัวเองจากโรคพยาธิใบไม้ตับ

1. สู้กับตัวเองที่จะไม่กินปลาดิบ หรือ ปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ หรือถ้าจะกินให้ปรุงโดยให้ผ่านความร้อนให้สุกเสียก่อน

2. ถ่ายอุจจาระลงในส้วม ไม่ควรถ่ายลงในน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง

3. หากเคยกินปลาดิบ ควรไปตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิตามสถานบริการสาธารณสุข หากมีพยาธิให้รักษาด้วยยาและเลิกกินอาหารปรุงดิบหรือสุกๆ ดิบๆ

4. ไม่หัดให้เด็กหรือชักชวนผู้อื่นกินปลาดิบ ร่วมกันบอกต่อๆ แก่ญาติ พี่น้อง ผู้เฒ่าผู้แก่ เพื่อนฝูง ให้เลิกกินปลาดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เพื่อหลีกเลี่ยงจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

ดังนั้น หากเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียดแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา อาการออกร้อนที่ผิวหนังด้านขวาหรือหลัง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน ที่สำคัญการป้องกันโรคพยาธใบไม้ตับ ควรส่งเสริมให้ประชาชนทานและปรุงอาหารที่สุกด้วยความร้อน ล้างมือ ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน ถ่ายอุจจาระในส้วมหรือหลุม โดยขุดลึกจากพื้นดิน 50 เซนติเมตร และห่างจากแหล่งน้ำ 30 เมตร ควรมีการถ่ายพยาธิปีละ 1 ครั้ง

หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

เราควรปรุงอาหารผ่านความร้อนเท่านั้น เพื่อปลอดภัยต่อสุขภาพนะคะ

ที่มา เพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

คลิปอีจันแนะนำ
นาที เรือสมูธซี 22 ระเบิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
logo
อีจัน
www.ejan.co