นักโภชนาการเผย การคุมอาหารแบบ IF 23/1 + LC ไม่ผิด เเต่ศึกษาให้ดี

ชัดเจน IF 23/1 ทำได้ไม่ผิด! นักโภชนาการเผย ปมเด็ก 14 ทำ IF จนผอมหนังติดกระดูก ไม่ผิดที่ศาสตร์ เเต่อาจต้องศึกษาให้ดี? ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
นักโภชนาการเผย การคุมอาหารแบบ IF 23/1 + LC ไม่ผิด เเต่ศึกษาให้ดี

ฟังเเล้วยังตกใจ คนเราจะสามารถทำ ทำ IF 23/1 + LC ยาวนาน 1 ปี ได้จริงเหรอ สารอาหารที่ควรได้รับเพียงพอจริงเหรอ?

รูปร่างดีใครๆก็อยากมี เเต่ทำผิดวิธีหรือเข้มงวดการกินเกินไป ไม่ดีเเน่

ใช่เเล้วจันกำลังพูดถึง ประเด็นของเด็กหญิง ทำ IF 23/1 + LC ยาวนาน 1 ปี(ตอนอายุ13ปี)

ก่อนเริ่มทำ สส.161 cm นน. 48 kg

1 ปี ผ่านไป นน.ร่วงระนาวเหลือ 39 โล(ผอมหนังติดกระดูก) ผลเลือดจากแลบ เกิดภาวะธาลัสซีเมีย

ไขมันในเลือดสูงมาก และร่างกายกำลังเปลี่ยนไปในทาวที่เเย่อีกหลายโรค

ข้อสงสัยเเรก การลดน้ำหนักแบบ IF 23/1 + LC ในกรณีของเด็กหญิง 14 ปี ถูกวิธีหรือไม่

คุณหมอบอกว่า ผิดวิธีค่ะ เพราะเด็กอายุ 14 ปี เป็นช่วงวัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจจึงต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ ในการพัฒนาสุขภาพที่ดี  พลังงานที่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุ 14 ปี คือ 2,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน และการทำ IF เป็นการควบคุมอาหารที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น 

ส่วนประเด็นการทำ IF คืออะไร

คุณหมออธิบายว่า  IF (Intermittent Fasting) คือ เป็นรูปแบบการอดอาหารที่มีวงจรการอดอาหารเป็นช่วงเวลา ไม่ใช่การอดอาหารตลอดทั้งวันหรือทุกวัน และไม่มีการจำกัดว่าจะต้องรับประทานอาหารประเภทไหนหรือชนิดใดด้วย ข้อจำกัดเดียวของหลักการอดอาหารแบบ IF คือ การจำกัดช่วงเวลาในการรับประทานอาหารและช่วงเวลาที่ต้องอดอาหาร 

การทำ IF มีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภทใหญ่ ๆ

1. การอดอาหารแบบ 5:2 (The twice-a-week method – 5:2)

การอดอาหารแบบ 5:2 หรือการอดอาหารสองวันต่อสัปดาห์ เป็นรูปแบบการอดอาหารที่จะเลือกวันสำหรับอดอาหารไว้แค่เพียงสองวันต่อสัปดาห์ และสองวันนั้นจะต้องทานอาหารให้ได้ปริมาณแคลอรีรวมกัน 500 แคลอรี ควรจะเน้นการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์และโปรตีนสูง

2. การอดอาหารแบบวันเว้นวัน (Alternate day fasting)

การอดอาหารแบบวันเว้นวัน คือ รูปแบบการอดอาหารที่จะทำสลับกับวันที่รับประทานอาหารในรูปแบบปกติ คือ วันนี้ให้รับประทานอาหารตามปกติ โดยสามารถที่จะรับประทานอะไรก็ได้ แต่วันต่อมาจะต้องจำกัดปริมาณแคลอรีไว้แค่เพียง 500 แคลอรีต่อวันเท่านั้น

3. การอดอาหารแบบจำกัดช่วงเวลา (Time-restricted eating)

การอดอาหารด้วยวิธีการจำกัดช่วงเวลาเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นของเวลาในการรับประทานอาหาร เพราะสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการอดอาหาร และวางแผนช่วงเวลาในการรับประทานได้อย่างเป็นระบบ

สำหรับ IF ในรูปแบบนี้ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ การอดอาหารสูตร 16:8 ซึ่งสามารถทำได้โดย ในหนึ่งวันจะรับประทานอาหารได้เพียง 8 ชั่วโมง และอดอาหารให้ได้ 16 ชั่วโมง

ในช่วงเวลาที่กำลังอดอาหารนั้น ยังสามารถที่จะดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารที่ไม่มีแคลอรีได้ เช่น กาแฟดำหรือน้ำอุ่น ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือตามต้องการ

4. การอดอาหารแบบทั้งวัน (The 24-hour fast)

การอดอาหารแบบทั้งวัน หรืออดอาหารตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง โดยมากแล้วมักจะเลือกอดอาหารตั้งแต่มื้อเช้าของวันนี้ ไปจนถึงช่วงเวลาอาหารเช้าของอีกวัน หรือมื้อเที่ยงของวันนี้ ไปจนถึงช่วงมื้อเที่ยงของอีกวัน ซึ่งจะทำกันประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การอดอาหารประเภทนี้เป็นวิธีที่มีผลเสียทางสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดศีรษะ มีผลต่ออารมณ์หรือสร้างความหงุดหงิด ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ขาดพลังงานและขาดสมาธิ และอาจรู้สึกหิวจนทนไม่ไหว

การทำ Intermittent Fasting (IF) ให้ได้ผล ต้องไม่อดอาหารมากเกินไป หรือทานมากเกินไป และต้องงดขนมหวานอย่างเด็ดขาด ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

นั่นหมายความว่า IF ทำได้ เเต่ต้องไม่บ่อย ซึ่งจันก็ถามต่อว่า เเล้วอายุเท่าไหร่ที่ควรทำ IFได้

คุณหมอบอกว่า อายุมากกว่า 18 ปี และคนที่ไม่เหมาะทำ IF คือ เป็นผู้ที่ขาดสารอาหาร,  ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ (BMI < 18 kg/m2)  คนเป็นโรคกระเพาะ, โรคเบาหวานและคนที่เคยได้รับการ ผ่าตัดกระเพาะ หรือผ่าตัดทางเดินอาหารอื่นๆ และผู้ที่มีปัญหาการกินผิดปกติ เช่น โรคคลั่งผอม (Anorexia) โรคบูลิเมียหรือโรคล้วงคอ (Bulimia)

IF ไม่ได้ทำได้ทุกคน เเถมมีผลข้างเคียงที่อาจทำให้เสี่ยงต่อชีวิตเเน่นอน เริ่มจากการเปลี่ยนเเปลงที่เรารู้สึกได้ จนถึงมีอาการโคม่า เช่น

1. พลังงานลดลง

2. อารมณ์หงุดหงิดง่าย  

3. รู้สึกหิว  

4. รู้สึกง่วง  

5. อุณหภูมิในร่างกายผิดปกติ  

6. ขาดสมาธิ  

7. ศักยภาพในการทำงานลดลง

8. เป็นภาวะทุพโภชนาการ

ก่อนที่คุณหมอจะบอกว่า การทำ IF ทำได้ เเต่ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ได้ตามปกติ เพราะการทำ IF ที่ถูกต้องควรเว้นระยะ หรือ มีความถี่ในการทาน การอด 16 ชั่วโมง และกิน 8 ชั่วโมง 

ส่วนการลดน้ำหนักด้วยวิธีการ Low carbohydrate คือ การเลือกทานอาหารโดยจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรต หรืออาหารประเภทแป้งให้น้อยที่สุด ไม่ว่าเป็น ข้าว แป้ง ธัญพืช ผักที่มีแป้ง พืชหัว เผือก มัน ผลไม้ และขนมต่างๆ ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ โดยจะเน้นทานอาหารกลุ่มโปรตีนและไขมันเป็นหลัก  เป็นการลดน้ำหนักอีกวิธีหนึ่งแต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ

เพราะการควบคุมน้ำหนักที่ถูกวิธีควรการทานอาหารให้พอดีกับร่างกายต้องการและออกกำลังกายเพื่อกำจัดส่วนเกินในร่างกายออกไป

สรุปก็คือ อายุ 18 ถึงเริ่มทำได้ เเต่ขึ้นอยู่กับร่างกายของเเต่ละบุคคล เเละการทำ IF ที่เหมาะสมคือ 18/6 กินได้ 6 อด 18 ชม. เเต่ควรมีระยะกินเเละเว้นช่วง เพราะอาจจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและอารมณ์สวิงไม่คงที่ได้นะคะ

ร่างกายคนเราทุกคน มีระบบเผาผลาญไม่เหมือนกัน ถ้าจะลดน้ำหนักต้องปรึกษานักโภชนาการ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา เสียสุขภาพด้วยน๊าาาา

คลิปอีจันแนะนำ
หนุ่มเวียดนาม ล่องเรือ 18 คืน ตามหารัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.

วิดีโอฮอต

No stories found.