หมอแนะนำ การอบสมุนไพรที่ถูกต้องควรทำยังไง ไม่อันตราย

ใช้ผิดประเภทก็ถึงตายได้! หมอคาด เหตุป้าใช้เตาอั้งโล่ป้าอบสมุนไพรดับ มี 3 สาเหตุ พร้อมแนะนำ การอบสมุนไพรที่ถูกต้องควรทำยังไง ไม่อันตราย
หมอแนะนำ การอบสมุนไพรที่ถูกต้องควรทำยังไง ไม่อันตราย

หลังจากเกิดเหตุสลด ป้าวัย 61 ปี อบสมุนไพร โดยใช้เตาอั้งโล่และผ้านวมคลุม เพื่อสุขภาพ แต่กลับกลายเป็นปริศนา การเสียชีวิต เพราะการอบสมุนไพรครั้งนี้ ทำให้ป้าเสียชีวิตคาที่ ทั้งที่เพิ่งได้โชคใหญ่มา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป้า 61 ปี เพิ่งถูกรางวัลที่ 4 ดับ หลังใช้เตาอั้งโล่ อบสมุนไพร
หมอแนะนำ การอบสมุนไพรที่ถูกต้องควรทำยังไง ไม่อันตราย

หลังจากเกิดเรื่องนี้ สังคมต่างสงสัย ในสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งจันไม่รอช้า ต่อสายหาผู้รู้ทันที โดยจันได้ถามถึงสาเหตุการเสียชีวิตกับนายนิเวศน์ บวรกุลวัฒน์ นักวิชาการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกว่าสาเหตุการเสียชีวิตของคุณป้า เกิดจากอะไร

ซึ่งคุณหมอตอบว่า สาเหตุการเสียชีวิตอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เป็นข้อห้ามของการอบสมุนไพรเนื่องจากการอบสมุนไพรช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

2. สมุนไพรที่ใช้อบส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ที่เป็นสมุนไพรที่เราคุ้นเคย ไพล ขมิ้น ตะไคร้ ผิวมะกรูด ใบมะขาม พิมเสน การบูร เป็นต้น ซึ่งส่วนมากผู้อบจะมีสูตรเพิ่มเติมตามที่มีคนบอเล่ามาซึ่งต้องพิจารณาว่าตัวที่เพิ่มเติมเข้ามามีตัวไหนที่เป็นพอษ หรือทำให้เกิดอาการแพ้จนทำให้เสียชีวิตได้3. การอบ โดยใช้เตาอั้งโล่ที่ใช้ฟืนหรือถ่าน ต้มสมุนไพรแล้วใช้ผ้าห่มคลุมศีรษะและหม้อต้มสมุนไพรพร้อมเตา อาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากการที่ไฟติดได้ต้องใช้ออกซิเจนในการเผาไหม้ ออกซิเจนค่อยๆลดลงและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น สุดท้ายจะขาดออกซิเจนทำให้เสียชีวิตได้

3. การอบ โดยใช้เตาอั้งโล่ที่ใช้ฟืนหรือถ่าน ต้มสมุนไพรแล้วใช้ผ้าห่มคลุมศีรษะและหม้อต้มสมุนไพรพร้อมเตา อาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากการที่ไฟติดได้ต้องใช้ออกซิเจนในการเผาไหม้ ออกซิเจนค่อยๆลดลงและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น สุดท้ายจะขาดออกซิเจนทำให้เสียชีวิตได้

ส่วนหลายคนที่คาดว่า การเสียชีวิต มาจากก๊าซที่มาจากถ่าน คุณหมอตอบว่า สารที่ออกมาจากถ่านชื่อว่าอะไร เมื่อเผาไหม้จะเกิดแกซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายเมื่อสูดหายเข้าไปจำนวนมากๆ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและช็อกหมดสติถึงแก่ชีวิตได้

ก่อนที่คุณหมอจะแนะนำว่า การอบสมุนไพร ควรอบครั้งล่ะประมาณ 15 นาที พัก 5 - 10 นาทีเพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพก่อนแล้วจึงอบต่อ การอบสมุนไพร สามารถอบได้ 2 หรือ 3 รูปแบบ

1.อบด้วยกระโจมหรือคลุมศีรษะ กับหม้อต้มสมุนไพรที่ต้มจนเดือดแล้วยกออกมาคลุมด้านนอก ไม่คลุมกับเต้าที่ต้ม

2.ตู้อบที่โผล่ศีรษะออกมา และใช้หม้อต้มสมุนไพรวางด้านในตู้หรือใช้หม้อไฟฟ้าต้มสมุนไพรในตู้อบแต่ทั้งนี้ต้องระวังไฟดูดด้วย

3. ตู้อบหรือห้องอบแบบเข้าไปทั้งตัว มีหม้อต้มอยู่ด้านนอกห้องแล้วต่อท่อเข้าในห้องอบ

ก่อนที่คุณหมอจะทิ้งท้ายว่า การอบสมุนไพรไม่ใช่ใครอบก็ได้ แม้จะเป็นประโยชน์กับร่างกายจริง แต่ควรดูโรคประจำตัว และสมุนไพรที่ใช้ด้วย และที่สำคัญไม่ควรใช้ผ้านวมหนาๆและเตาอั้งโล่การการอบ

คลิปแนะนำอีจัน
เตาอั้งโล่คร่าชีวิต!

Related Stories

No stories found.