กรมควบคุมโรค เผย ผู้ป่วยโควิด มีอาการน้อย หรือ ผู้ป่วยสีเขียว เพิ่ม!

กรมควบคุมโรค เผย หลังผ่อนคลายมาตรการโควิด พบ ผู้ป่วยโควิดอาการน้อย หรือ ผู้ป่วยสีเขียว มีมากกว่า ผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง 10 เท่า!
กรมควบคุมโรค เผย ผู้ป่วยโควิด มีอาการน้อย  หรือ ผู้ป่วยสีเขียว เพิ่ม!

กรมควบคุมโรค เผย สถานการณ์ โควิด หลังผ่อนคลายมาตรการ มีแนวโน้มพบ ผู้ติดเชื้ออาการน้อย มากกว่า ผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง 10 เท่า

วันนี้ (4 ก.ค. 65) นายเเพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคโควิด 19 ในขณะนี้ มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น หลังจากผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แต่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการน้อยไม่รุนแรง หรือเรียกว่า ผู้ป่วยสีเขียว และคาดว่าอาจมีจำนวนมากกว่า 10 เท่า ของ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

ขอบคุณภาพจาก กรมควบคุมโรค

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงเน้นการติดตามสถานการณ์และรายงานตัวเลขผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบรองรับทางสาธารณสุขเละการแพทย์ จึงจำเป็นต้องจับตาและรายงานสถานการณ์จำนวนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงเป็นหลัก เพื่อนำมาวิเคราะห์หรือกำหนดแนวทางมาตรการต่างๆ ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้

โดยปัจจุบันมีการครองเตียงระดับ 2-3 อยู่ที่ 10% ของจำนวนเตียงทั้งหมด

ขอบคุณภาพจาก กรมควบคุมโรค

นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 เน้นมาตรการ 2U คือ Universal Prevention คือ การป้องกันการติดเชื้อ โดยการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หากพบมีอาการน่าสงสัยควรตรวจหาเชื้อ และ Universal Vaccination คือ ให้มารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 เป็นพื้นฐาน และฉีดเข็มกระตุ้นต่อไปทุก 4 เดือน เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกัน

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 คือ คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตหากติดเชื้อ

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 จะยังไม่ถึง ร้อยละ 60 แต่หากพิจารณาในรายจังหวัดจะพบว่า มีหลายจังหวัดที่มีผู้สูงอายุได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเกิน ร้อยละ 60 ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และภูเก็ต ขอความร่วมมือให้จังหวัดที่ยังมีความครอบคลุมวัคซีนเข็มกระตุ้นต่ำกว่าเป้าหมายช่วยกันรณรงค์ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการรับมือกับโรคโควิด ที่จะปรับมาเป็นโรคประจำถิ่น หรือโรคติดต่อทั่วไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการผ่อนปรนมาตรการโควิดแล้ว แต่ โควิด ก็ยังอยู่รอบตัวเราไม่ได้หายไป ดังนั้นเราต้องดูแลป้องกันตัวเองไว้ด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเราและคนใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co