ทางออกของประเทศ? 45 CEO ตั้ง 4 ทีมหนุนจัดหา วัคซีนโควิด

45 CEO ของไทย ตั้ง 4 ทีมหนุนจัดหา วัคซีนโควิด ช่วยรัฐบาล
ทางออกของประเทศ? 45 CEO ตั้ง 4 ทีมหนุนจัดหา วัคซีนโควิด

ในสภาวการณ์ระบาด โควิด ในประเทศไทยที่กลับมาระบาดอีกครั้งเป็นระลอกที่ 3 โดยเป็นคลัสเตอร์ที่เชื่อมโยงมาจากสถานบันเทิง ทำให้มี ผู้ติดเชื้อโควิด กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้มีการจัดซื้อ วัคซีนโควิด พร้อมสั่งกระจายวัคซีนทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งพบว่ามีบางคนที่ได้รับการฉีด วัคซีนโควิด กลับมีอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน รวมถึงมีผู้เสียชีวิตด้วย

หรือเรื่องนี้ดูเหมือนว่า... รัฐบาลจะเอาไม่อยู่?

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ไทยต้องใช้มืออาชีพ มาแก้ปัญหา?

เอกชนรวมทีม CEO มากึง 45 บริษัท ที่จะเข้ามาเพื่อช่วยเหลือเรื่องนี้ พร้อมคลอดแผนเร่งวัคซีน เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีน!!

20 เม.ย. 64 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยจัดการประชุมระหว่างหอการค้าไทยกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทใหญ่ 45 บริษัท จากทุกกลุ่มธุรกิจของไทย ผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อร่วมกันวางแผนการ ฉีดวัคซีนโควิด ของภาคเอกชน และต้องจัดหาวัคซีนทางเลือกให้เพียงพอ โดยสนับสนุนภาครัฐให้สามารถเปิดประเทศได้อย่างรวดเร็ว เพื่อความปลอดภัยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ทั้งนี้ วัคซีนล็อตใหญ่ที่จะเริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ จะต้องมีการเตรียมตัว และวางแผนการกระจายวัคซีนให้มีประสิทธิภาพ

หอการค้าไทยและเครือข่ายภาคเอกชน จะช่วยสนับสนุนภาครัฐในการกระจายวัคซีนที่ภาครัฐจัดซื้อมา ให้เกิดประสิทธิภาพและทั่วถึงมากที่สุด โดยจะเริ่มที่ กทม. ก่อน เพื่อเป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่น ๆ พร้อมสนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมในการเจรจาซื้อวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติม เพราะว่าในขณะนี้ประเทศไทยได้รับการฉีดวัคซีนไปเพียง 0.4% ของประชากรเท่านั้น ซึ่งถือว่าล่าช้ามาก สำหรับการที่จะเปิดประเทศที่จะต้องฉีดให้ได้ถึง 70% ของประชากร ภาครัฐจำเป็นต้องจัดหาวัคซีนให้เพียงพอกับทุกคน

บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าของ กทม. ต้องได้รับการฉีดทั้งหมด 100% ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน

ส่วนการฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไปในกรุงเทพฯ ต้องให้ได้อย่างน้อย 50,000 โดสต่อวัน โดยภาคเอกชนจะเข้ามาเสริมการทำงานของภาครัฐเพื่อให้ได้เป้าหมายดังกล่าว พร้อมกันนั้น จะจัดทำรูปแบบมาตรฐาน หรือรูปแบบตัวอย่างของภาคเอกชนที่สนับสนุนการฉีดวัคซีน ให้กับจังหวัดอื่น ๆ ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

คลอดแผนเร่งวัคซีน 45 CEO ตั้ง 4 ทีม แก้วิกฤตชาติ!!

TEAM A : Distribution and Logistics

หัวหน้าทีม : ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น

ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน ช่วยสนับสนุน สถานที่ บุคลากร อาสาสมัคร และอุปกรณ์ IT เช่น คอมพิวเตอร์ ปริ๊นเตอร์ เครื่องอ่านบัตรประชาชน ให้ กทม. เพิ่มจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ซึ่งตอนนี้ได้มีการเตรียมและไปลงพื้นที่สำรวจกับ กทม. แล้ว ในระยะแรก จำนวน 10 พื้นที่ใน กทม. ที่เอกชนจะนำร่อง เช่น กลุ่มเซ็นทรัล , SCG , เดอะมอลล์ , สยามพิวรรธน์ , เอเชียทีค , โลตัส , บิ๊กซี , ทรูดิจิตัลพาร์ค เป็นต้น โดยจะสรุปกับ กทม.ภายในวันที่ 27 เมษายนนี้ และในระยะถัดไปจะมีการหารือในการจัดทำหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน

TEAM B : Communication

หัวหน้าทีม : โรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ประเทศไทยและอาเซียน

ทีมการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและมาฉีดวัคซีนในสถานที่ที่พร้อม เพราะปัจจุบันหลายคนยังไม่เข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีน หลายคนไม่ยอมฉีด ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ภาครัฐจะทำระบบ “หมอพร้อม” เสร็จสิ้นในเดือนนี้ ซึ่งจะสามารถระบุสถานที่ต่าง ๆ ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีน การจัดคิวการฉีดที่ไม่หนาแน่น หรือลำดับการฉีดที่เหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายบริษัท อาทิเช่น Google, LINE, Facebook, VGI และ Unilever เป็นต้น

TEAM C : IT Operation

หัวหน้าทีม : ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บจก.ไอบีเอ็ม ประเทศไทย

ทีมเทคโนโลยีและระบบ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการลงทะเบียน ขั้นตอนในการฉีดที่รวดเร็ว และมีระบบการติดตามตัว พร้อมสามารถออกใบรับรองการฉีดวัคซีนได้ โดยมีหลายบริษัท นำทีมโดย IBM เข้ามาสำรวจและปรับปรุงกระบวนการ

TEAM D : Extra Vaccine procurement

หัวหน้าทีม : กลินทร์ สารสิน ประธานอาวุโสหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ นพ.เฉลิม หาญพานิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน

ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ร่วมกับภาครัฐและเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน โดยจะไปสำรวจความต้องการฉีดวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติม เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น นำโดยสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งในวันนี้ได้มีการหารือกันแล้ว ประเมินว่ายังต้องการวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมอีก 30 ล้านโดส เพื่อให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งวัคซีนทางเลือก ได้แก่

1.ประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีน Moderna และ Pfizer

2.ประเทศจีน วัคซีน Sinopharm และ CanSino Biologics

3.ประเทศอินเดีย วัคซีน COVAXIN จากบริษัท Bharat Biotech

4.ประเทศรัสเซีย วัคซีน Sputnik V

ต้องมารอดูกันต่อไปนะคะว่า การระดมสมอง ระดมกำลังของ CEO ทั้ง 45 บริษัท เพื่อหาทางช่วยรัฐบาลในการหาทางออกเรื่อง “วัคซีนโควิด” จะฝ่าฟันวิกฤตเหล่านี้ได้หรือไม่?

#ประชาชนยังมีหวัง #โควิด #เราต้องรอด

อีจัน
www.ejan.co