บิ๊กตู่จับมือเอกชน เตรียมหารือแนวทางกระจาย วัคซีนโควิด 28 เม.ย.นี้

28 เม.ย.นี้ บิ๊กตู่ นายกรัฐมนตรี - เอกชน 3 สถาบัน เตรียมประชุม หารือแนวทางกระจาย วัคซีนโควิด - รับข้อเสนอเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
บิ๊กตู่จับมือเอกชน เตรียมหารือแนวทางกระจาย วัคซีนโควิด 28 เม.ย.นี้

หลังจากที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 ที่ผ่านมา โดยความตอนหนึ่ง ท่านนายกได้กล่าวว่า "ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกัน โควิด-19 แล้ว ประกอบด้วย คณะแพทย์ในกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยมีนายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน ซึ่งได้รับรายงานว่า สภาหอการค้าไทย จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองอีกด้วย ประมาณ 10-15 ล้านโดส และในอาทิตย์หน้า ตนจะประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย เพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและแจกจ่ายวัคซีน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ประเทศไทยสามารถมีวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนให้ครบ 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้"

ล่าสุด วันนี้ (25 เม.ย.64) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เชิญภาคเอกชน อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว และหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง มาประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและกระจายวัคซีนของภาคเอกชน ในวันที่ 28 เม.ย. ภายหลังภาคเอกชนแสดงความประสงค์ในการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาครัฐ เพื่อกระจายสู่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

นายกรัฐมนตรีจะได้มีการหารือถึงการรับมือผลกระทบและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชน และประชาชน เพื่อนำมาพิจารณาในการแก้ไขสถานการณ์ โดยผลการหารือกับภาคเอกชนครั้งนี้ จะมีส่วนในการนำไปกำหนดมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ต่อไป หลังจากสถานการณ์การติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การจะออกมาตรการใดนั้น จะต้องมีการพิจารณารอบด้าน ให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งสาระสำคัญในการประชุมร่วมกันครั้งนี้ คือการนำข้อมูล ข้อเสนอแนะไปพิจารณาเป็นแนวทางรับมือผลกระทบ การเยียวยาประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี รับทราบและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน โดยรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค การดูแลรักษาพยาบาล และช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณกว่า 3.8 แสนล้านบาท สำหรับการเยียวยาประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งจะมีทั้งโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย กระตุ้นการบริโภค รวมถึงการลงทุน อันก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในทุกพื้นที่ ดังนั้น ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ และจะดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด

อีจัน
www.ejan.co