ผอ.รพ.จะนะ วิเคราะห์ 2 สาเหตุ ทำไม คนไทยไม่กล้า ฉีดวัคซีนโควิด ?

ผอ.รพ.จะนะ วิเคราะห์ 2 สาเหตุ ทำไมคนไทยไม่กล้า ฉีดวัคซีนโควิด ? เเนะ รัฐควรแก้ปัญหานี้ ด่วน
ผอ.รพ.จะนะ วิเคราะห์ 2 สาเหตุ ทำไม คนไทยไม่กล้า ฉีดวัคซีนโควิด ?

ปัญหาของประเทศไทยตอนนี้ คือ คนส่วนใหญ่ ไม่กล้า ฉีดวัคซีนโควิด แม้จะมีวัคซีน เข้ามาแล้วก็ตาม ด้วยเหตุผลความกลัวผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นหลังการฉีด

ซึ่งวานนี้ (9 พ.ค.64) นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า

"คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่กล้าฉีดวัคซีน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตัวเลขจำนวนผู้สมัครใจลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่าน " หมอพร้อม " ของ อ.จะนะ มีจำนวนน้อยมาก เชื่อว่าทุกอำเภอมีลักษณะคล้ายกัน มาดูตัวเลขของ อ.จะนะ กัน

โรงพยาบาลจะนะ เปิดรับฉีด วัคซีน วันละ 360 ราย ปรากฏว่า ตั้งแต่เปิดระบบมา มีผู้ลงทะเบียนผ่าน หมอพร้อม เพียง 232 ราย ซึ่งน้อยมากๆ

วันที่ 30 เม.ย. 64 ลงทะเบียน จำนวน 1 ราย

วันที่ 1 พ.ค. 64 จำนวน 67 ราย

วันที่ 2 พ.ค. 64 จำนวน 36 ราย

วันที่ 3 พ.ค. 64 จำนวน 25 ราย

วันที่ 4 พ.ค. 64 จำนวน 23 ราย

วันที่ 5 พ.ค. 64 จำนวน 29 ราย

วันที่ 6 พ.ค. 64 จำนวน 45 ราย

วันที่ 7 พ.ค. 64 จำนวน 6 ราย

รวมยอดจองจาก หมอพร้อม 232 ราย

อสม.และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ได้เดินลงทะเบียนด้วยระบบ manual คือใช้กระดาษลงชื่อแล้ว มีการลงชื่อเพิ่มอีกราว 1,000 ราย แต่สำหรับอำเภอจะนะที่มีประชากร 100,000 คน มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังกว่า 20,000 คน ถือว่าน้อยมากๆ ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่ กลัวมากต่อผลข้างเคียงของวัคซีน

อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังกลัวๆ

ทั้งนี้ผมเชื่อว่าความกลัววัคซีนของคนไทยนั้น เกิดจากเหตุ 2 ประการ

1. เป็นเพราะในช่วงที่เราขาดแคลนวัคซีน วัคซีนมาช้า รัฐบาลปล่อยให้มีการปล่อยข่าวผลข้างเคียงของวัคซีนมากเกินกว่าความจริง โดยไม่มีการแก้ข่าวชี้แจง ข่าวอันน่ากลัวของวัคซีนส่งกันไปทั่ว เหมือนกับว่าเพื่อลดความต้องการการฉีดวัคซีนให้น้อยลง รัฐบาลจะได้ไม่ถูกต่อว่านินทามากเกินไปในช่วงไม่มีวัคซีน เมื่อมีการตอกย้ำผลลบของวัคซีนต่อเนื่อง จนฝังเข้าไปเป็นความเชื่อของผู้คน จึงยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาสมัครใจฉีดวัคซีนกันในปัจจุบัน

2.ข่าวการเข้ามาของวัคซีนหลายยี่ห้อก็มีส่วนมากในการชะลอการลงทะเบียนฉีด เพราะส่วนหนึ่งผู้คนโดยเฉพาะในเขตเมืองอยากมีการเลือกยี่ห้อ จึงขอรอดูก่อน แน่นอนว่าวัคซีนแต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียต่างกัน รัฐบาลจึงควรประกาศให้ชัดเจนว่า วัคซีนที่ได้มานั้น กลุ่มไหนจะได้รับยี่ห้อไหน อาทิ กลุ่ม 12-18 ปีจะได้รับวัคซีน Pfizer กลุ่มอายุมากหน่อย เช่น มากกว่า 50 ปี และกลุ่มโรคเรื้อรังจะได้รับวัคซีน astra และกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ใช่ 2 กลุ่มนั้นจะได้รับวัคซีน sinovac เป็นต้น ความชัดเจนไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจะทำให้คนเลิกรอ ตัดสินใจสมัครลงทะเบียนมากขึ้น

การแก้ปัญหาผู้คนไม่กล้าฉีดวัคซีน เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลครับ แต่ยังไม่เห็นการจัดการอย่างเป็นระบบ เรื่องนี้โรงพยาบาลต่างๆ ทำเต็มที่ แต่นี่ไม่ใช่ภารกิจของโรงพยาบาลแต่ละแห่งเท่านั้น มิเช่นนั้น

ภาพจาก : นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

Related Stories

No stories found.