ศบค. เผย แผนผ่อนคลาย 3 ระยะ สมุทรสาคร สถานการณ์ดีขึ้น

ศบค. เผย แผนผ่อนคลาย 3 ระยะ สมุทรสาคร สถานการณ์ดีขึ้น

ศบค. เปิดเผย แผนผ่อนคลาย 3 ระยะ พื้นที่สีเขียว เปิดบริการได้ตามปกติ สมุทรสาคร สถานการณ์คลี่คลาย สาธารณสุข ดำเนินการฉีดวัคซีนต่อเนื่อง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.แถลงผลการประชุมศบค.โดยผลการประชุมดังกล่าวนั้น มีการเปิดเผยถึงแผนการผ่อนคลายมาตราการการป้องการการแพร่ระบาดไวรัสโควิด โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการปรับพื้นที่ผ่อนปรนสีต่าง ๆ ตามระยะเวลาของการประกาศใช้สถานการณ์ภาวะฉุกเฉิน ซึ่ง จ.สมุทรสาคร ได้ปรับมาอยู่ในกลุ่มสีส้มแล้ว

สำหรับแผนการผ่อนคลายการป้องกันโรคโควิด จะเริ่มต้นตามลำดับดังนี้ 1.ระดับพื้นที่สถานการณ์ของจังหวัดต่าง ๆ ระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 – 30 มิถุนายน 2564

พื้นที่สีส้ม 9 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุม ได้แก่ 1.สมุทรสาคร 2.กรุงเทพมหานคร 3.สมุทรปราการ 4.สมุทรสงคราม 5.นนทบุรี 6.นครปฐม 7.ปทุมธานี 8.ตาก และ 9.ราชบุรี

พื้นที่สีเหลือง 14 จังหวัด เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง ได้แก่ 1.กาญจนบุรี 2.สุพรรณบุรี 3.พระนครศรีอยุธยา 4.สระบุรี 5.นครนายก 6.ฉะเชิงเทรา 7.เพชรบุรี 8.ระนอง 9.ชลบุรี 10.ระยอง 11.ชุมพร 12.สงขลา 13.ยะลา และ 14.นราธิวาส

พื้นที่สีเขียว 54 จังหวัด เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท นครราชสีมา นครสวรรค์ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พังงา เพชรบูรณ์ สุโขทัย สุราษฎร์ธานี อุทัยธานี กระบี่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง นครพนม ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช น่าน บึงกาฬปัตตานี พะเยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก แพร่ ภูเก็ต มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี อ่างทอง สระแก้ว จันทบุรีชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ลพบุรี

พื้นที่ควบคุม สีส้ม 9 จังหวัด ร้านอาหาร เปิดได้ไม่เกิน 23.00 น. ทานอาหารและดื่มสุราในร้านได้ สถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดไม่เกิน 23.00 น. ดื่มสุราและแสดงดนตรีสดในร้านได้ งดเต้นรำ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เปิดบริการตามปกติ จำกัดจำนวนคน งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา เรียนแบบปกติ/ผสมผสาน สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดบริการปกติ แข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชม

พื้นที่เฝ้าระวังสูง สีเหลือง 14 จังหวัด ร้านอาหาร เปิดได้ไม่เกิน 24.00 น. ทานอาหารและดื่มสุราในร้านได้ สถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดไม่เกิน 24.00 น. ดื่มสุราและแสดงดนตรีสดในร้านได้ งดเต้นรำ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เปิดบริการตามปกติ จำกัดจำนวนคน งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา เรียนแบบปกติ/ผสมผสาน สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดบริการปกติ แข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชม

พื้นที่เฝ้าระวัง สีเขียว 54 จังหวัด ร้านอาหาร เปิดบริการได้ตามปกติ สถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดบริการได้ตามปกติ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เปิดบริการตามปกติ จำกัดจำนวนคน งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา เรียนแบบปกติ/ผสมผสาน สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดบริการปกติ แข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชม

ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 – 30 กันยายน 2564 ทุกจังหวัดของประเทศไทยอยู่ในระดับสถานการณ์ปกติแบบ New Normal

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมศบค.วันนี้ได้รับทราบการรายงาน ของผอ.ศปก.สธ. โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มารายงานแผนเรื่องการกระจายวัคซีนให้กับศบค.ได้รับทราบว่า ระยะที่ 1 คือ วันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายน จะมีวัคซีนซิโนแวค(Sinovac)มา 2 ล้านโดส และช่วงระยะที่ 2 วันที่ 1 กรกฎาคม 64-30 กันยายน จะมีวัคซีนแอสตร้า ซิเนก้า(Astrazeneca) มาอีก 26 ล้านโดส และ 1ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป อีก 35 ล้านโดส

ระยะที่ 3 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ทุกจังหวัดของประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับสถานการณ์ปกติแบบ New Normal ในระดับที่ผ่อนคลายมากขึ้น

สำหรับใน 2 ระยะ แบ่งเป็น ระยะที่ 1 เมื่อวัคซีนมีปริมาณจำกัด มี 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ 1. กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 2. บุคคลมีโรคประจำตัว 3 ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 4.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย

ระยะที่ 2 เมื่อมีวัคซีนมากขึ้น และเพียงพอ แบ่งเป็น 1.กลุ่มเป้าหมายระยะที่ 1 2.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากด่านหน้า 3. ผู้ประกอบอาชีพภาคการท่องเที่ยว เช่น พนักงานโรงแรม สถานบันเทิง มัคคุเทศก์ นักกีฬา

4.ผู้เดินทางระหว่างประเทศ เช่น นักบิน/ลูกเรือ นักธุรกิจระหว่างประเทศ 5.ประชาชนทั่วไป 6.นักการทูต เจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ นักธุรกิจต่างชาติ คนต่างชาติพำนักระยะยาว 7.แรงงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและกลุ่มอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น(ตามตาราง)

สำหรับจำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนสะสม(28 กุภาพันธ์-18มีนาคม) รวม 62,941 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 3 หมื่นกว่าราย และประชาชนทั่วไปในพื้นที่เสี่ยงจำนวน 2 หมื่นกว่าราย

ทั้งนี้ หลายจังหวัดได้รับการฉีดไปกว่า90-100% เรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของกรุงเทพมหานครพบว่าจำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนยังค่อนข้างต่ำ ซึ่งฉีดไปแค่ 19% เท่านั้น ซึ่งกทม.จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เดิมใช้หลักการของกลุ่มเสี่ยง ปรากฎว่าส่งไป 100 คน ได้มาสัก10คนเท่านั้นที่สมัครใจฉีด ซึ่งตอนนี้กำลังมีการปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co