สถานการณ์โควิด 19 เริ่มทรงตัว! สธ. คาดอาจค่อยๆลดลง

สธ.เผยสถานการณ์โควิด 19 เริ่มทรงตัวและอาจลดลง ศึกษาการฉีดวัคซีนทุกสูตรได้ได้ผลดี ช่วยป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตสูง
สถานการณ์โควิด 19 เริ่มทรงตัว! สธ. คาดอาจค่อยๆลดลง

เมื่อวานนี้ (14 ม.ค. 65) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สรุปแนวโน้มสถานการณ์โควิด 19 ตามที่คาดว่าจะมีการระบาดหลังจากช่วงปีใหม่ ว่า ช่วงแรกของเดือนมกราคม 2565 พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะนี้ผ่านมา 14 วัน สถานการณ์การติดเชื้อเริ่มทรงตัวและอาจลดลงได้ ส่วนสถานการณ์เสียชีวิตต่ำกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากการฉีดวัคซีนมีความครอบคลุมและเชื้อลดความรุนแรงลง ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงดีขึ้นจะมีการพิจารณาลดระดับการเตือนภัยประชาชนจากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 4 โดยยังขอให้ประชาชนป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา งดเข้าสถานที่เสี่ยง และชะลอการเดินทาง

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ขณะนี้ฉีดสะสม 108.5 ล้านโดส เป็นเข็มแรก 51.6 ล้านคน ครอบคลุมประชากร 76.92% เข็มสอง 47.2 ล้านคน ครอบคลุม 70.32% และเข็มสาม 9.15 ล้านคน ครอบคลุม 13.63% โดยจะพยายามเร่งฉีดเข็ม 3 ในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ให้ถึง 50% ภายใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งจะทำให้ประเทศมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ

สำหรับมาตรการรับมือโอมิครอนมี 4 ด้าน คือ

1.มาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อชะลอการระบาด ซึ่งที่ผ่านมา 14 วัน ถือว่าการระบาดอยู่ในการควบคุม ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือ และขอความร่วมมือฉีดวัคซีน คัดกรองตนเองด้วย ATK ต่อไป

2.มาตรการการแพทย์ เน้นการดูแลที่บ้านและชุมชน โดยจัดยา เวชภัณฑ์ พร้อมติดตามอาการทุกวัน ถ้าอาการเพิ่มขึ้นจะส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาล

3.มาตรการทางสังคม ขอให้ร่วมมือป้องกันตนเองสูงสุด สถานประกอบการใช้ COVID Free Setting

4.มาตรการสนับสนุน เรื่องค่าบริการรักษาพยาบาล และค่าตรวจต่างๆ ให้มีความเหมาะสม และขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ VUCA คือ V ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด U ป้องกันตนเองกับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา C ใช้ COVID Free Setting ทำให้สถานที่ ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการมีความปลอดภัย และ A ตรวจ ATK เป็นประจำ

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคติดตามประเมินประสิทธิผลวัคซีนโควิด 19 ในพื้นที่จริง ตั้งแต่ช่วงสิงหาคม - ธันวาคม 2564 จากการฉีดวัคซีนสูตรต่างๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ใน 4 พื้นที่ ซึ่งแต่ละช่วงเวลามีการระบาดของสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1.ภูเก็ต ช่วงเดือนสิงหาคมมีสายพันธุ์อัลฟา 2.กทม. ช่วงกันยายน-ตุลาคม มีทั้งอัลฟาและเดลตา 3.เชียงใหม่ ช่วงธันวาคม มีสายพันธุ์เดลตา และ 4.กาฬสินธุ์ ช่วงธันวาคม มีสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่า วัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ 90-100% ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้ จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนเชื้อตายและรับเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ พบว่า มีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการเสียชีวิตสูงไม่แตกต่างกัน ส่วนการรับเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์สามารถป้องกันโอมิครอนได้ 80-90%

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co