สธ. เผย มติ แนะแนวทางฉีด ไฟเซอร์ สำหรับ คนด่านหน้า

กระทรวงสาธารณสุข เผย มติคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แนะแนวทางฉีด ไฟเซอร์ สำหรับ คนด่านหน้า
สธ. เผย มติ แนะแนวทางฉีด ไฟเซอร์ สำหรับ คนด่านหน้า

วันนี้ (2 ส.ค.64) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย มติคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 4/2564 วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เรื่อง "คำแนะนำการให้วัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer ในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข" นำเสนอ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 2 สิงหาคม 2564

ข้อมูล วัคซีน Pfizer

วันที่ 30 ก.ค.64 รับวัคซีนบริจาค จากสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,503,450 โดส

ปริมาณต่อโดส เท่ากับ 0.3 mL (1 ขวด มี 0.45 mL เติม 0.99% Sodium Chloride 1.8 mL = 225 mL) ใช้ low dead space syringe ฉีดได้ 6 โดสต่อขวด

วิธีการฉีด เข้ากล้ามเนื้อ (IM)

กำหนดฉีด 2 ครั้ง ระยะห่าง 3 สัปดาห์

ขึ้นทะเบียนใช้สำหรับอายุ 12 ปี ขึ้นไป

เก็บรักษา ที่อุณหภูมิ -90 ถึง -60 องศาเซลเซียส นาน 6 เดือน / ที่อุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส นาน 1 เดือน

คำแนะนำแนวทางการให้วัคซีน "Pfizer" สำหรับบุคลากรทางแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า

กลุ่มเป้าหมาย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทุกคน ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิดจากการปฏิบัติงานทั่วประเทศ รวมทั้งนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิดจากการปฏิบัติงาน เช่น แผนกผู้ป่วยนอก แผนกผู้ป่วยใน คลินิกทางเดินหายใจ ห้องฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลสนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานที่กักกัน หรือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 อื่นๆ ตามการพิจารณาของสถานพยาบาลหน่วยงานต้นสังกัด

โดยมีหลักการให้วัคซีน ดังนี้

1. บุคคลากรที่ได้รับวัคซีน Sinovac หรือ sinopharm ครบ 2 เข็ม พิจารณาให้วัคซีน Pfizer กระตุ้น 1 เข็ม

2. บุคลากรที่ได้รับวัคซีนใดๆ มาแล้วเพียง 1 เข็ม พิจารณาให้วัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 2 โดยกำหนดระยะห่างระหว่างโดสตามชนิดของวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นหลัก

3. บุคลากรที่ไม่เคยได้วัคซีนใดๆ มาก่อน พิจารณาให้วัคซีน Pfizer 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์

4. บุคลากร ที่เคยติดเชื้อโควิดและไม่เคยได้รับวัคซีน พิจารณาให้วัคซีน Pfizer 1 เข็ม โดยมีระยะห่างจากวันที่พบการติดเชื้ออย่างน้อย 1 เดือน

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เคยได้รับวัคซีน ดังต่อไปนี้

1. วัคซีน Sinovac เข็มแรกและวัคซีน AstraZeneca เข็มที่ 2 หรือ

2. วัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม หรือ

3. วัคซีน Sinovac 2 เข็ม และได้รับเข็มกระตุ้นด้วย AstraZeneca 1 เข็ม

คณะอนุกรรมการฯ พิจารณา ขณะนี้ยังไม่แนะนำให้วัคซีน Pfizer เป็นเข็มกระตุ้น เพราะบุคลากรดังกล่าวยังมีภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับที่สูงเพียงพอเนื่องจากเพิ่งฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม บุคลากรกลุ่มนี้ให้ขึ้นทะเบียนรายชื่อไว้ และจะมีการพิจารณาข้อมูลวิชาการ และดำเนินการให้วัคซีน Pfizer ตามข้อมูลวิชาการและจำนวนวัคซีนที่จะเข้ามาเพิ่มในระยะต่อไป

อีจัน
www.ejan.co