สธ. เผย แอสตร้าเซนเนก้า เข้าไทยอีก 7.2 ล้านโดส ก.ย.นี้

เดือนกันยายน ปีนี้! สธ. เผย แอสตร้าเซนเนก้า จ่อเข้าไทยอีก 7.2 ล้านโดส
สธ. เผย แอสตร้าเซนเนก้า เข้าไทยอีก 7.2 ล้านโดส ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า การจัดหา วัคซีนโควิด ตามแผนการจัดหา 2564 ขณะนี้ได้สั่งจอง แอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 61 ล้านโดส ไฟเซอร์ 30 ล้านโดส รวมทั้ง ซิโนแวค อีก 30 ล้านโดส ที่นำมาฉีดในสถานการณ์ระบาดและสูตรฉีดไขว้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันระดับสูงในเวลารวดเร็ว

ทำให้ปีนี้มีวัคซีนมากกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ 100 ล้านโดส โดยในส่วนของ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นการลงนามสัญญาจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ก่อนการผลิตวัคซีนจะสำเร็จ

เงื่อนไขในสัญญาจึงระบุว่า จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นไป โดยต้องเจรจาจำนวนที่ต้องการเป็นรายเดือน และขึ้นกับจำนวนวัคซีนที่บริษัทผลิตได้ ซึ่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม ได้รับเฉลี่ยเดือนละ 5 - 6 ล้านโดส

ภาพจาก สธ.

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงต้องการวัคซีนมากขึ้น และบริษัทมีแนวโน้มจะส่งวัคซีนเพิ่มเป็น 7.2 ล้านโดสในเดือนกันยายน และคาดว่าจะได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นในเดือนต่อไป

อย่างไรก็ดี ในปี 2565 นายแพทย์โอภาส เผยว่า ศบค. ได้เห็นชอบแผนจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเป็น 120 ล้านโดสเพื่อฉีดให้ครอบคลุมกลุ่มเด็ก และฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้ประชาชนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน

ขณะนี้ สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้เจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนทุกรูปแบบ ทั้ง mRNA, Viral vector, เชื้อตาย และอื่น ๆ โดยจะนำเข้า วัคซีนไฟเซอร์ อย่างน้อย 50 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้าอีก 50 ล้านโดส โดยหากบริษัทผลิตวัคซีนรุ่นที่ 2 สำเร็จ มีข้อมูลรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย จะให้ส่งมอบเป็นวัคซีนรุ่นที่ 2 ซึ่งทั้งปริมาณ กำหนดการส่ง และราคา อยู่ในขั้นตอนการเจรจา และทำข้อตกลงสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งสัญญาของปี 2564 ไม่เกี่ยวเนื่องกับปี 2565 และไม่เกี่ยวข้องกันตามที่สื่อโทรทัศน์บางแห่งได้กล่าวอ้าง

ภาพจาก Wolfilser / Shutterstock

ทั้งนี้ ในส่วนของการฉีดวัคซีนโควิด ต้องฉีดให้ครบ 2 เข็ม จึงจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทำการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้า พบว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคไขว้กับแอสตร้าเซนเนก้า (S+A) มีภูมิคุ้มกัน 78 หน่วย มากกว่าฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม (A+A) ที่ได้ภูมิคุ้มกัน 76.52 หน่วย จึงขอให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว

ซึ่งขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ใช้สูตรซิโนแวคไขว้กับแอสตร้าเซนเนก้า (S+A) ห่างกันประมาณ 3 สัปดาห์ เพราะจะทำให้ภูมิคุ้มกันขึ้นได้เร็วและสูงมาก

ส่วนการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ในผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็มแล้ว คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญกำลังเตรียมการหารือในประเด็นนี้ คาดว่าจะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็น แอสตร้าเซนเนก้า หรือ ไฟเซอร์ ให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงก่อนในช่วงปลายปีนี้ ที่จะมีวัคซีนเข้ามามากขึ้น

คลิปอีจันแนะนำ
อีจัน
www.ejan.co